โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นับถอยหลัง 30 วัน! สปก. สั่งทุบทิ้งรีสอร์ท-คาเฟ่ร้องย้าย “สีดอหูพับ”

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“สว.ชีวะภาพ” ฉะยับ!สปก.เปลี่ยนมืออัพราคารีสอร์ท วอนรัฐบาลใหม่จับ 2 กระทรวง “เกษตร-ทรัพยากร” บูรณาการทำงาน

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีช้างป่า"สีดอหูพับ" เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างช้างกับคนที่อาศัยทำกินในเขตรอยต่อพื้นที่ป่าไม้ และขอให้ตรวจสอบการประกอบการรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศและร้านกาแฟ ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินที่ซ้อนทับป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติในเขตอำเภอสีชมพู จ.ขอนแก่น โดยเรียกผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช , กรมป่าไม้ , สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือสปก. , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ , มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม , มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ พร้อมคณะเข้าชี้แจง

นายอัครเดช ร่มโพธิ์เย็น ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน กล่าวว่า ทางสปก.ได้ตรวจพบว่าเจ้าของรีสอร์ทและเจ้าของร้านกาแฟที่ซึ่ง เป็น 2 ใน 6 รายที่ร้องต่อศาลให้ย้าย"สีดอหูพับ" ออกจากพื้นที่ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่นนั้น ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตสปก.ผิดวัตถุประสงค์

ขณะนี้ได้สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบเกษตรกรรมออกไปภายใน 30 วัน และสั่งให้ปรับสภาพพื้นที่สำหรับเกษตรกรรมเท่านั้น หากไม่ดำเนินการทางสปก. จะสั่งยึดเอกสารสิทธิ์และฟ้องร้องดำเนินคดี เอาที่ดินกลับคืนมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรรายต่อไป

"ในส่วนของยายตารีสอร์ท ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ปรับสภาพพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมออกไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.69 ที่ผ่านมา และจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับเจ้าของเอกสารสิทธิ์สปก.คนอื่นๆที่นำไปใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์" นายอัครเดช กล่าว.

ด้านนายโกสินทร์ นิลรัตน์ ผอ. สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ของรีสอร์ทจากรายเดิมที่แจ้งการครอบครองเมื่อปี 2562 และมาเปลี่ยนชื่อใหม่อีกเมื่อปี 2564 อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้จังหวัดขอนแก่นจัดสรรเป็นที่ดินคทช.แล้วด้วย จึงต้องเร่งนำเรียน คทช. จังหวัดเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว

ในส่วนแปลงที่ 2 ที่ชื่อคาเฟ่พบว่าตอนแรก ผู้แจ้งครอบครองพื้นที่จำนวน 12 ไร่ กับกรมป่าไม้มาตั้งแต่ปี 2564 แต่จากการตรวจสอบพบมีการบุกรุกป่าเข้าไปสร้างอาคาร 2 หลังและติดตั้งป้ายร้านกาแฟ ตั้งแต่ปี 2557

นายชีวะภาพ ระบุ อย่าลืมว่าที่ดินในเขต.สปกเป็นที่ดินของรัฐ เปรียบได้กับไข่ขาวที่ติดขอบไข่แดงซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และที่อยู่อาศัยของครอบครัว"สีดอหูพับ" หากใช้พื้นที่ดังกล่าวมาทำรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศและร้านกาแฟ ซึ่งติดกับป่าอนุรักษ์ จะทำให้ความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคนยิ่งปะทุ โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต , แคมป์ปิ้งและเดินป่า

"ผู้ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบนี้ควรจะหาลานกางเต๊นท์ในที่มีความปลอดภัย แต่การเอาที่ดินสปก. ไปทำลานกางเต็นท์บริการขายนักท่องเที่ยว ก็ ย่อมทำให้คนกับช้างประจันหน้ากัน

ความขัดแย้งจะลดได้ก็ด้วยกติกาและกฎหมายที่มีอยู่ มนุษย์ต้องเคารพกติกา ช้างเองก็ต้องเคารพกติกา แต่จะบอกกับช้างยังไง ส่วนหนึ่ง คนกับช้างจะต้องไม่ประจันหน้ากัน ซึ่งถ้าไม่ทำรีสอร์ทใกล้กับป่าความขัดแย้งก็จะน้อยลง นายชีวะภาพ กล่าว

นายชีวะภาพ ยังกล่าวว่า ตนไม่แฮปปี้ ที่จะให้เปลี่ยนมือผู้ครอบครองสิทธิ์ในที่ดินสปก.และคทช. เพราะจะทำให้เกิดการบุกรุกป่าเพิ่มเติม กระทบที่อยู่อาศัยของช้างป่า

อีกทั้งการนำที่ดินของรัฐไปทำรีสอร์ทและคาเฟ่ จะทำให้มูลค่าในที่ดินสูงขึ้น ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการ นำที่ไปขายต่อหรือเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง

โดยหากปล่อยให้เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือในที่ดินสปก.และคทช. นำที่ดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเหลือให้ช้างอยู่เพียงแค่ 30% และยังมีโอกาสที่พื้นที่ป่าจะลดลงไปเรื่อยๆ

จึงอยากทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ สปก.-กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส พร้อมฝากรัฐบาลชุดใหม่บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำกรณีศึกษา"สีดอหูพับ" ผลักดันเป็นนโยบายแก้ความขัดแย้งคนกับช้าง

ด้านนางภูริตา วัฒนศักดิ์ ประธานมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดพบว่าตั้งแต่ ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีช้างป่าถูกมนุษย์ทำร้ายจนล้มตายประมาณ 28-32 ตัวต่อปี ขณะที่ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา มนุษย์ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 250 คน เมื่อจำนวนป่าลดลงแต่ช้างยังเพิ่มจำนวนขึ้น

จึงเสนอให้จัดสร้างพื้นที่บัฟเฟอร์โซนหรือพื้นที่กันชนระหว่างคนกับช้าง โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นแหล่งอาหารของช้างอย่างเพียงพอ ไม่ต้องลงไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน โดยทางมูลนิธิหวังว่ากรณี "สีดอหูพับ" จะเป็นจุดเปลี่ยนในการแก้ปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ซึ่งเป็นสาเหตุเหตุหลักของป่าที่ลดจำนวนลง ส่งผลให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกัยระหว่างช้างป่ากับคน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...