โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเปิดมาตรการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง กลับประเทศ

JS100

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 04.06 น. • JS100:จส.100
ไทยเปิดมาตรการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง กลับประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดย 3 กระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวอัพเดตสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางประจำวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการแถลงประจำวันครั้งแรก

นายปณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้ยังมีการรายงานการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลยังคงโจมตีอิหร่านในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเบรุตและสถานที่ทางภาคใต้ของเลบานอน ทำให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 58,000 คน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก บาดเจ็บหลายร้อยคน รัฐบาลเลบานอนได้ประกาศให้พลเรือนอพยพทันที ขณะเดียวกันอิหร่านก็ยังโจมตีอิสราเอล แต่อิสราเอลยังสามารถสกัดขีปนาวุธได้ รวมไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ โดยมุ่งเป้าฐานทัพของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก โดยปัจจุบันยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการรายงานเกี่ยวกับการโจมตีในประเทศอื่น

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เรียกร้องให้ทุกประเทศยุติความเป็นปรปักษ์ ใช้ความยับยั้งชั่งใจ แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิกฎหมายสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำคำมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือของสมาชิกอาเซียน

ไทย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ดี ในภาพรวมสถานการณ์ยังคงมีความอ่อนไหว กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารใกล้ชิด ปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนของประเทศนั้นๆ โดยเคร่งครัด ท่านสามารถติดต่อสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ได้ตลอดเวลา ย้ำว่ากระทรวงต่างประเทศให้ความสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้อพยพคนไทยในอิหร่านแล้ว ส่วนประเทศอื่นที่มีความเสี่ยงในระดับรองลงมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ชาวไทยในการเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีรายละเอียดแต่ละประเทศดังนี้

1. อิหร่าน สถานทูต ณ กรุงเตหะราน รายงานว่าจะมีการนำชาวไทยออกจากพื้นที่ 2 รอบ รอบแรกในวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งจะต้องลงทะเบียนภายในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.69) และรอบที่สองวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งจะปิดลงทะเบียนวันที่ 8 มี.ค. สถานทูตจึงขอเรียกร้องให้คนในพื้นที่ลงทะเบียนกลับโดยทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิต โดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่ยังคงอ่อนไหว ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้ง 2 รอบรวมกัน 138 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและแรงงาน หากท่านใดอยากลงทะเบียนเพิ่มเติมขอให้ติดต่อสถานทูตโดยเร็วที่สุด และสถานทูตจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านเอกสารและทำหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้

2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เมืองอะบูดาบี สถานทูตของเราได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้างในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งหมด 63 คน โดยในจำนวนนี้ได้เดินทางออกมา ถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้ ขณะนี้ยังตกค้างอยู่ 1 คน แต่ประสงค์ไปยังพื้นที่อื่น ส่วนของดูไบก็เช่นเดียวกัน ได้อำนวยความสะดวกให้นักเรียน ครูและผู้ปกครอง จำนวน 30 คน เดินผ่านเดินทางผ่านประเทศไทยโดยสายการบินเอมิเรตส์ถึงประเทศไทยแล้วเย็นวันนี้

3. บาห์เรน สถานทูตได้แจ้งว่าเตรียมความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับคนไทย ซึ่งจะต้องเดินทางผ่านประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 9 คน เดินทางเข้าไปในซาอุดิอาระเบียเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

4. กาตาร์ โดยน่านฟ้ายังคงปิดอยู่ ทำให้สายการบินไม่สามารถให้เดินทางได้ ซึ่งบางพื้นที่ยังมีการโจมตีอยู่ ปัจจุบันทางสถานทูตติดต่อคนไทยทั้งหมดแล้ว 43 คนจาก 46 คน ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลคนไทยทั้งหมดแล้ว ส่วนใหญ่ขวัญกำลังใจยังดีอยู่ซึ่งทางสถานทูตจะเร่งประสานงานเพื่อจัดจัดหาเที่ยวบินให้คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางออก

5. จอร์แดน มียอดตกค้าง 13 คน ได้เดินทางออกแล้ว 2 คน ส่วนที่เหลือ อีก 11 คน และนักท่องเที่ยวคนไทยที่ข้ามแดนมาจากอิสราเอล 1 คน จะเดินทางกลับในวันที่ 7 มี.ค.69

6. อิรัก มียอดจำนวน 2 คน เดินทางผ่านตุรกีแล้ว แต่ยังเหลือ 20 คน ยังอยู่ที่กรุงแบกแดดและการ์บาลา ซึ่งกลุ่มที่เหลือนี้แจ้งว่าจะอยู่ในพื้นที่ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ เผื่อการเปิดน่านฟ้า โดยหากยังไม่เปิด อาจจะเดินทางผ่านทางบกต่อไปยังตุรกี

7. โอมานและเยเมน ทางสถานทูตให้ความช่วยเหลือบางส่วนแล้ว

นายปณิดล ย้ำว่า ช่วงนี้สถานการณ์ความอ่อนไหว อาจจะมีการรายงานข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อย่างล่าสุดในกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญากับความร่วมมืออินโดแปซิฟิก ซึ่งมีเงื่อนไขอนุญาตให้สหรัฐฯใช้ไทยเป็นฐานทัพได้นั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงดังนี้ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอนและขัดกับนโยบายของไทยอย่างชัดเจน

#คนไทยในตะวันออกกลาง

#สงครามอิหร่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...