โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เกษตรกรบุรีรัมย์ พึ่งพาตนเอง แห่ซื้อโซลาร์เซลล์ หนีภัยแล้ง–พิษสงคราม

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีประชาชนจากทั้งใน จ.บุรีรัมย์ และอีกหลายจังหวัด เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100 รายต่อวัน ได้เดินทางเข้ามาที่ร้านช่างดำบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่บ้านเพชร หมู่ที่ 3 ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์พลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์เซลล์ ,อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ ทั้งแบบออนกริด และออฟกริด ,ตู้ควบคุมปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ ,ปั๊มน้ำซัมเมอร์ส ,ปั๊มน้ำหอยโข่ง และอื่นๆอีกหลายรายการ เพื่อนำไปใช้ในครัวเรือน และพื้นที่ทางการเกษตร เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงผลพวงที่อาจจะเกิดขึ้น จากผลกระทบของการสู้รบในประเทศแถบตะวันออกกลาง

โดยมองว่าหากสถานการณ์ทั้งอากาศร้อน ภัยแล้ง และสงคราม ส่อเค้าบานปลายจนทำให้สถานการณ์โดยรวมของโลกเลวร้ายลง การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถดำรงชีวิตให้อยู่ต่อไปได้ในสถานการณ์ดังกล่าว จึงทำให้ในช่วงนี้เริ่มมีประชาชน หันมาซื้อหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเกี่ยวกับพลังงานทดแทน เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่แปลงเกษตร พื้นที่ปศุสัตว์ และพื้นที่โคกหนองนาของตนเองเป็นจำนวนมาก

นายจุติเดช หรือช่างดำ บุรีรัมย์ อายุ 52 ปี กล่าวว่า ที่ร้านนอกจากเปิดขายอุปกรณ์เกี่ยวกับโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ทางการเกษตร อาทิ ปั๊มสูบน้ำ โดยตนเองเปิดร้านขายมาประมาณ 7 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดเต็นท์รถมือสอง แต่มาระยะหลังไม่ค่อยดีจึงเลิก และได้หันมาทำโซล่าเซลล์ขาย โดยได้นำเอาความรู้ที่ตนเองเรียนจบช่างไฟฟ้า กับการศึกษาเพิ่มเติมทางโซเซียล มาจับธุรกิจโซล่าเซลล์ เพราะมองว่าในอนาคตความต้องการของลูกค้าในด้านนี้ มีความต้องการสูงกว่า เนื่องจากพื้นฐานอาชีพของคนไทยคืออาชีพด้านการเกษตร

ปัจจุบันพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ให้ความสนใจเรื่องพลังงานทางเลือกเป็นอย่างมาก อีกทั้งราคาก็ไม่สูงมาก และจับต้องได้ จึงทำให้ประชาชนหันมาสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อกันเพิ่มมากขึ้นจากปกติ หากเทียบในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปีนี้มีลูกค้าเข้ามาซื้อเองกับที่ร้านสูงถึง 2-3 เท่าตัว เฉลี่ยประมาณ 100 รายต่อวัน ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นปั๊มซัมเมอร์สกับปั๊มหอยโข่ง เอาไว้สูบน้ำไว้ใส่นาปรัง
นายจุติเดช หรือช่างดำบุรีรัมย์ บอกด้วยว่า ด้วยสภาพอากาศในปีนี้ที่ร้อนจัดและเริ่มแห้งแล้ง บอกกับสภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์สงครามการสู้รบต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้วิถีชีวิตแบบพึ่งพาตนเองกันมากขึ้น จึงมีลูกค้าหลายรายทั้งที่เกษียณอายุราชการ ตกงาน และกลับออกมาจากการใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ กลับมาอยู่บ้านเกิด แล้วมาทำโคกหนองนา และทำเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองมากที่สุด โดยการขุดเจาะบ่อบาดาล แล้วสูบน้ำด้วยพลังงานโซล่าเซลล์เพื่อนำมาใช้ในทำการเกษตรพื้นที่

โดยสินค้าที่จำหน่ายจะถูกกว่าที่ร้านอื่นๆ และสินค้าบางตัวอาจจะถูกกว่าหรือมีราคาเท่ากัน แต่ส่วนมากก็จะถูกกกว่า โดยเฉพาะแผงโซล่าเซลล์เราจะขายถูกกว่า แผง 600 วัตต์ ราคา 2,000 บาท ซึ่งเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาขายอยุ่ที่ 1,500 บาท แต่ช่วงนี้แผงมันขึ้นราคา และทางร้านก็มีขายวัตต์สูงอยู่ที่ 720 วัตต์ ราคา 2,800 บาท ซึ่งทุกวันนี้ที่ร้านเฉพาะลูกค้าที่วอล์คอินเข้ามาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 100 คน ทำให้พนักงานที่ร้านแทบจะไม่ได้กินข้าวเที่ยงตรงเวลา ได้กินอีกทีก็บ่ายโมงบ่ายสอง บ่ายสามถึงได้มีเวลากินข้าวเที่ยง ซึ่งทางร้านก็มีบริการอาหารเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการด้วย ทั้งน้ำดื่ม กาแฟ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงลูกชิ้นยืนกินฟรีด้วย
ขณะที่ นายนัย อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เดินทางมาจาก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยบอกว่า ตนเองทำฟาร์มวัว และปลูกข้าวนาปรัง ได้นำเครื่องสูบน้ำเก่ามาให้ทางร้านซ่อม และหาเลือกซื้อแผงโซล่าเซลล์ใหม่ เพื่อนำไปใช้ในฟาร์มวัว และสูบน้ำใส่นาปรัง โดยตนเองมาซื้อของที่ร้านช่างเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนที่ต้องเดินทางมาซื้อไกลถึงที่บุรีรัมย์ เนื่องด้วยประทับใจหลายๆสิ่งไม่ว่าจะเป็นสินค้าส่วนใหญ่ราคาถูก การให้บริการเป็นอย่างดีทั้งก่อนและหลังการขาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...