โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ เปิดสอบสวนมาตรา 301 กว่า 16 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ รวมถึงไทย หลังศาลฎีกาปัดตกภาษีตอบโต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 00.42 น.

สหรัฐ เปิดสอบสวนการค้ามาตรา 301 กว่า 16 ประเทศ รวมถึงไทย เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการค้าที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การขึ้นภาษีหรือมาตรการตอบโต้ทางการค้าในระยะต่อไป หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐเพิ่งตัดสินว่า “ภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs)” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 06.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันพุธว่า จะเปิดการสอบสวนด้านการค้าต่อจีน เม็กซิโก สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย ไต้หวัน เวียดนาม เกาหลีใต้ สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา บังกลาเทศ และไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางใช้มาตรการภาษีใหม่ แทน “ภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs)” ที่ศาลฎีกาสหรัฐเพิ่งตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดเผยว่า การสอบสวนดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้ มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจสหรัฐฯ ในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ถูกมองว่ามีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

มาตรการภายใต้มาตรา 301 อาจถูกนำมาใช้ แทนภาษีตอบโต้ ที่รัฐบาลทรัมป์เคยประกาศเก็บกับประเทศคู่ค้าจำนวนมากทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นมีการใช้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

เกรียร์กล่าวว่า นโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเดิม คือ “การปกป้องงานของชาวอเมริกัน และทำให้แน่ใจว่าสหรัฐมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่เป็นธรรมกับประเทศคู่ค้า”

การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 จะมุ่งตรวจสอบ นโยบายหรือแนวปฏิบัติของประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกำลังการผลิตส่วนเกิน (excess capacity) ในภาคการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า

เกรียร์ระบุว่า สหรัฐเชื่อว่าประเทศคู่ค้าหลายแห่งยังคงมี กำลังการผลิตที่สูงเกินความต้องการของตลาดโลก ซึ่งไม่สอดคล้องกับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจตามกลไกตลาด และส่งผลให้เกิด ดุลการค้าเกินดุลขนาดใหญ่และต่อเนื่อง

เขายังระบุด้วยว่า การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 อาจขยายไปยังประเทศอื่นเพิ่มเติมในอนาคต หรืออาจมีการใช้เครื่องมือด้านการค้าอื่น ๆ เข้ามาเสริม

ภายใต้กระบวนการดังกล่าว สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐจะเปิดรับ ความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น (hearing) และหารือกับประเทศคู่ค้าที่อยู่ในการสอบสวน

หลังจากนั้น USTR จะจัดทำข้อสรุปและการวิเคราะห์ และหากเห็นว่าจำเป็น ก็อาจเสนอ มาตรการตอบโต้ทางการค้า ซึ่งอาจอยู่ในรูปของการขึ้นภาษีนำเข้า การเก็บค่าธรรมเนียมบริการ หรือมาตรการอื่น ๆ

ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ในการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีตอบโต้ดังกล่าว

หลังคำตัดสินเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บ “ภาษีทั่วโลก” อัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวที่มีอายุ 150 วัน

ด้านนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภายในเดือนสิงหาคม อัตราภาษีของสหรัฐอาจกลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนคำตัดสินของศาล

เขาระบุว่า ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐและกระทรวงพาณิชย์จะจัดทำ การศึกษาด้านการค้าเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้มาตรการภาษีใหม่

เบสเซนต์กล่าวว่า “ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าอัตราภาษีจะกลับไปสู่ระดับเดิมภายในห้าเดือน แม้มาตรการเหล่านี้จะใช้เวลานานกว่า แต่ก็มีความแข็งแกร่งทางกฎหมายมากกว่า”

เขาเสริมว่า เครื่องมือด้านการค้าเหล่านี้ เคยผ่านการท้าทายทางกฎหมายมากกว่า 4,000 คดี และยังคงถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องในระบบการค้าของสหรัฐ

อ้างอิง : cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...