"นาวินต้าร์" ควง "ไฮโซน้ำหวาน" ชี้แจง! เปิดคลิปเสียงในห้องประชุม ลั่นเดินหน้าฟ้องปกป้องศักดิ์ศรีภรรยา!
“นาวินต้าร์” ควง “ไฮโซน้ำหวาน” ชี้แจง! เปิดคลิปเสียงในห้องประชุม ลั่นเดินหน้าฟ้องปกป้องศักดิ์ศรีภรรยา!
จากที่ทราบกันมีประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในตอนนี้ วันนี้ 11 มีนาคม 2569 “นาวิน ต้าร์” ควง “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” เปิดคลิปเสียงในห้องประชุม แย้งคำชี้แจง โค้ชส้ม คู่กรณี ยันพฤติกรรมไม่เหมาะสมทำลายบรรยากาศทำงาน ลั่นเดินหน้าฟ้องปกป้องศักดิ์ศรีภรรยา ย้ำครอบครัวยังรักกันดีไม่ได้บ้านแตกตามข่าวลือ
ผมในฐานะของสามีคนหนึ่งนะครับ กับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เนี่ยผมต้องบอกว่าไม่ได้กระทบต่อผม แต่กระทบต่อภรรยาผมด้วยนะครับ ซึ่งในคำพูดและคำวิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อภรรยาเนี่ย ผมเรียนแจ้งตามตรงนะครับ ในฐานะสามีผมก็รู้สึกเจ็บปวดนะครับ ที่ได้ยินได้รับฟังสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ภรรยาผมไม่ใช่บุคคลสาธารณะนะครับ ดังนั้นเนี่ยเขาไม่จำเป็นที่จะต้องมารับคำพูดพวกนี้ ผมจึงเห็นความจำเป็นนะครับ ที่ตัวผมเนี่ยจำเป็นที่จะต้องชี้แจงในข้อเท็จจริงต่างๆ นะครับ เพราะว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนี่ย เกิดขึ้นในห้องประชุม และมันมีเหตุการณ์เดียวนะครับ ซึ่งในความคิดเห็นของสังคมเนี่ย มันมีการคาดการคาดคะเนไปในทางหลายๆ ทาง แต่ว่าวันนี้เนี่ยที่เอาความจริงออกมาเปิดเผยเนี่ย ย้ำให้ฟังตรงนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจะมาโจมตีหรือตอบโต้กันไปมานะครับ แต่ตั้งใจที่จะนำเอาข้อเท็จจริงออกมาให้เห็น และให้สังคมเนี่ยได้ตัดสินใจบนข้อเท็จจริงนี้ที่ผมกำลังจะเสนอครับ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงบางส่วนนะครับ ไม่ทั้งหมด คลิปเต็มทั้งหมดเนี่ยก็อยู่ในกระบวนการทางกฎหมายนะครับ
แล้วประเด็นที่เขาบอกที่พูดไม่ตรงกันตรงนั้น เราอยากแย้งเรื่องอะไร แค่พูดไม่ตรง หรือว่ามันมีนัยยะอย่างอื่น?
(เปิดคลิปเสียงช่วงที่มีเสียงแปลกๆ)
นาวินต้า: คือในระหว่างประชุมครับ มันก็จะมีเสียงประมาณนี้มาตลอดด้วย เดี๋ยวเปิดให้ดูนะคะ ทุกคนยังขืนยังฝันอะไรขนาดนี้ ใส่มาทราบว่าเป็นผู้ไม่ใช่คนไหนเลย แรกอ่ะไม่รู้ทำอะไร ลูกสาวแล้วครับ แนะนำ ประมาณนี้ครับ เสียงก็จะโอ๊ยๆ อย่างนี้ครับ
ต้าถามตรงๆ เลยนะคะ เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นเสียงคนตื่นเต้นแล้วมันหายใจมันอาจจะแบบ เลเวลมันอาจจะแบบอะไรหรือเปล่า มันอาจจะไม่ได้ครางแบบนั้นน่ะ แล้วเราคิดยังไง?
นาวินต้า: ก็ผมก็คิดว่าสิ่งที่เขาทำในห้องประชุมตรงนั้นเนี่ยมันไม่เหมาะสมนะครับ แล้วก็ผมรู้สึกว่ามันเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีกันนะครับ แล้วเขาคนที่ทำแบบนี้ในห้องประชุม ซึ่งเป็นที่ที่เราควรจะมีแต่ความสุภาพมีมารยาทกันเนี่ย เขาใช้สถานการณ์ตรงนั้นเพื่อที่จะแสดงในสิ่งที่เขาอยากที่จะแสดงนะครับ ดังนั้นเนี่ยถ้าพูดในสิทธิของผม ผมก็รู้สึกว่าผมถูกละเมิดแล้วก็ผมถูกดูหมิ่นนะครับ เอิ่ม คือหลังจากนี้ก็คงจะเป็นขั้นตอนทางด้านกฎหมายนะครับ ผมก็ไม่อยากที่จะพูดเรื่องของความรู้สึกหรืออะไรอย่างนี้นะครับ ว่ามันเป็นยังไง ก็พูดได้แต่ข้อเท็จจริง
น้ำหวาน: อันนี้คืออะไร เสียงค่ะ ด้วยคือด้วยเสียงกับพฤติกรรมไปพร้อมๆ กันเนี่ย พอดีอันนี้ไม่ได้ปิดหน้า มันไม่ใช่สิ่งที่ตื่นเต้นค่ะ ลองฟัง
(เปิดคลิปเสียงอีกครั้ง)
น้ำหวาน: มันมีเสียงโอ๊ยๆ ได้ยินตลอดเวลา อันนี้มันเป็นการใช่ไหม ในเสียงนั้นมันเป็นการคั่นจังหวะหรือเปล่าคะ ที่แบบถึงว่ามันมีระยะๆ อ๋อไม่ๆ มันเป็นเสียงต่อเนื่องกันเลยใช่ไหม แล้วก็โอ๊ยแล้วก็หายใจแบบเสียงหายใจ แล้วก็ประกอบกับกิริยาซึ่งมันมองไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้
ถ้าเคลียร์คือเคลียร์เลย ถ้าเรามองยังไง คือการในห้องประชุม การที่คนคนหนึ่งจะไปครางออกไปเนี่ย มันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนคะ?
นาวินต้า: ก็ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้นะครับ แต่ว่าเหตุการณ์มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นเนี่ยเราก็จะดำเนินการต่อครับ ก็คิดว่าทางฝั่งผมจะได้รับความยุติธรรมด้วยนะครับ คือมันเป็นเสียง เมื่อกี้ทุกท่านก็ได้ยินน่ะนะครับ ว่ามันตีความว่าเป็นเสียงอะไร
อเข้าใจค่ะ แต่คำว่าบริบท คำว่าคนปกติมันอาจจะไม่ใช่แค่ “เฮ้อ” มันอาจจะต้องมีลักษณะลากยาวถึงตีความคำว่าคราง มันอันนี้มันเหมือนแบบเราถอนหายใจหรือเปล่าว่า “เฮ้อ”? พอพูดถึงคำว่าคราง คุณก็คิดดีไม่ได้แล้วแหละ อันนี้ต้องตีความคำว่าครางด้วยใช่ไหม เพราะว่ามันเป็นประเด็นที่ต้องตีความทั้งสองฝ่าย?
นาวินต้า: ครับ มันต้องตีความทางฝั่งโน้นด้วยว่าเสียงที่ออกมาเนี่ย เขาตีความความหมายของเขาอย่างไรนะครับ ส่วนทางฝั่งเราแล้วเราก็อยู่ในบริบทต่างๆ แล้วเนี่ย มันก็เป็นทั้งเสียงที่มาจากการหอบความตื่นเต้น แล้วก็มีคำว่าโอออกมาที่เราที่เห็นเนี่ยนะครับ ผมว่ามันตีความได้หลายอย่างครับ
น้ำหวาน: แวดล้อมอื่นๆ อีกค่ะ ไม่ได้แค่เป็นเสียงแบบนี้ ยังมีคำพูดอื่นๆ อีก เช่นทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย แล้วหันไปสบตาพี่เมื่อกี้ก็เลยเกิดอาการนี้ขึ้น อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็ลองดูตามในคลิปอ่ะนะคะ ก็มันทำให้มีบริบท มีสิ่งแวดล้อมที่ทำให้คนที่อยู่ในที่ประชุมอึดอัด แล้วการประชุมก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ จนผู้ที่ประสานงานเนี่ยนะคะ นำอาจารย์ท่านนี้มา ต้องบอกว่างั้นให้เวลาแล้วกัน ขอให้เบรก เบรกแล้วก็พอเราเบรกกันแล้วก็กลับมา ก็ถามว่า เอ่อ ดีขึ้นหรือยังนะคะ พี่จะเห็นมีอยู่ในคลิปถามว่า เออเป็นยังไงดีขึ้นหรือยัง ก็ยังไม่โอเค
นาวินต้า: คือผมก็ยืนยันแจ้งอย่างนี้แล้วกันนะครับว่า ในเหตุการณ์ที่มันมีความแปลกแบบนี้นะครับ เอิ่ม เราอยู่ในตัวทางฝั่งผมเนี่ย ผมก็ยืนยันได้ว่ามันเกิดขึ้นจริงนะครับ แต่ทีนี้แน่นอนคนทุกคนก็จะมองมาว่ามันเป็นไปได้ยังไงนะครับ มันก็เลยเป็นความจำเป็นที่เราอ่ะจะต้องเป็นการพิสูจน์กันต่อไปนะครับ ทีนี้หลายคนมันหลายมุมมองอยู่แล้วนะครับ ผมก็ไม่อยากไปลงในรายละเอียดมาก ไม่งั้นมันจะกลายเป็นว่าเราจะมาโต้เถียงกันตรงนี้ ก็ไม่อยากให้ขัดแย้งไปมากกว่านี้นะครับ
เพียงแต่ว่าเราจะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเรามีหลักฐานอยู่ในมือจริงนะครับ ที่เราออกมาพูดเนี่ยไม่ใช่เพราะอะไรนะครับ เพราะว่าขอโทษนะครับ ทางฝั่งโน้นเนี่ยเขาก็เป็นคนโยนเข้ามาเองว่า อ้าวก็เปิดมาสิ นะครับ เราก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วครับ เรามีหลักฐานจริง และหลักฐานนี้ก็จะนำเข้ากระบวนการพิสูจน์และสืบตามตามที่กฎหมายจะปกป้องเราได้นะครับ
คือผมจะไปจ้างกูรูทางด้าน Marketing เพื่อที่จะทำโปรโมทตัวผมหรืออะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องอย่างนั้นครับ ก็ชี้แจงตรงนี้ ทีนี้ผมว่ามันก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรมากไปกว่าหลักฐานที่พี่ๆ จะได้เห็นนะครับ ซึ่งในแต่ละหลักฐานเนี่ยก็บอกชัดเจนนะครับว่าเรื่องที่แท้จริงเนี่ยเป็นยังไง แล้วเรื่องที่มีการกล่าวอ้างเนี่ย มันคือเรื่องอะไร ก็ตัดสินกันได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงเท่านั้นเองครับ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันมีเหตุ มันมีอะไรเยอะกว่านี้ครับ แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากที่จะเอามาให้มันยืดยาวครับ
ขออนุญาตถามค่ะ ประเด็นที่มันเกิดขึ้นเนาะ มันทำให้บ้านเราต้องสั่นคลอนกันถึงขั้นต้องเป็นสำนักงานเขตอะไรอย่างนี้ค่ะ จริงๆ แล้วเรามองว่าเขามีเจตนาอะไรกับเรา หรือว่ามันเป็นการชื่นชมในแบบแฟนคลับจริงๆ อะไรอย่างนี้ค่ะ?
นาวินต้า: ผมก็คาดเดาไม่ได้ครับ ผมไม่ได้จะเดาว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะครับ ตอนนี้เนี่ยสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ ผมก็ขอแค่ที่ว่างตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ ช่วยเคารพครอบครัวผมด้วยนะครับ เพราะว่ามันก็เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องเยียวยาซึ่งกันและกันนะครับ ผมก็ต้องคุยกับภรรยาเรื่องนี้หลายๆ เรื่อง และก็ปรับความเข้าใจในหลายๆ เรื่องจริงๆ นะครับ ผมพูดอะไรผมก็จะพูดได้ไม่เต็มปากมาก ดังนั้นก็ไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนั้น
คืออีกมุมหนึ่งคนก็เข้าใจเรานะ ในมุมสามีภรรยา การห่วงกันเพราะความรักอย่างนี้เป็นเรื่องปกติ แต่บางทีถ้าสมมติว่าถ้าเกิดส้มเขาไม่ได้คิดอะไร หรือเราแค่อาจจะเข้าใจผิด หรือคิดไปเองอย่างนี้ เราเคยมีแวบเข้ามาในความรู้สึกบ้างไหมว่า มันอาจจะไม่ได้มีอะไร?
นาวินต้า: เอ่อผมเนี่ยยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่า ผมยืนอยู่ตรงนี้เนี่ย ผมต้องการที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของภรรยาผมนะครับ และผมก็ทนไม่ได้นะครับ ที่ใครเนี่ยมาวิพากษ์วิจารณ์และก็พูดในเรื่องที่ไม่ถูกต้องกับภรรยาผม ดังนั้นเกรงใจผมด้วยครับ