EGCO ทุ่มงบ 3 หมื่นล้านบาท รุกโรงไฟฟ้าก๊าซฯ เร่งเครื่องพลังงานสะอาดรับดีมานด์ดาต้า เซ็นเตอร์ พุ่ง
EGCO ทุ่มงบ 3 หมื่นล้านบาท ในปี 69 รุกโรงไฟฟ้าก๊าซฯ เร่งเครื่องพลังงานสะอาดรับดีมานด์ดาต้า เซ็นเตอร์ พุ่ง ปักธงลงทุนสหรัฐฯ เดินหน้า 4 กลยุทธ์ รับมือปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามอิหร่านไม่กระทบผลิตไฟฟ้า
วันที่ 11 มี.ค.2569 นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เปิดเผยถึงแผนงานปี 2569 ว่า บริษัทเตรียมงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ด้วยการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่
สำหรับแหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดในมือประมาณ 15,000 ล้านบาท ส่วนอีก 15,000 ล้านบาท มาจากเงินกู้สถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้านรายละเอียดของแผนลงทุนจะต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์)
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 ทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้
ในสหรัฐฯเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐฯจะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ส่วนในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ และในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group
ด้านการลงทุนในประเทศนั้นความคืบหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใน SPP 10 โครงการ และ PPA กับการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) เป็น VSPP 1 โครงการ คาดว่าสัญญาขายไฟทั้งหมดจะลงนามได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 2570 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2571-2573
“นอกจากนี้ EGCO ยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ”
ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้าดาต้า เซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก และอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ดาต้า เซ็นเตอร์ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในอนาคต
อย่างไรก็ตามนายธวัชชัยกล่าวว่าจากสถานการณ์ต่างๆยังมีความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ๆ ทำให้บริษัทต้องมีความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์
โดย EGCO Group ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ "POWER4" ซึ่งประกอบด้วยภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- Profitability and Performance Energizing เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
- Power and Energy-related Focus เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจ ดาต้า เซ็นเตอร์ ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
- Portfolio Optimization บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Asset Recycling ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคตรวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในสหรัฐ
- Proactive Organization Excellence ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการทำงานเชิงรุกด้วยดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
"EGCO Group เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ POWER4 จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ และมีความเชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO Group ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป"
นายธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ EGCO Group จำกัด เนื่องจากโครงการที่มี PPA มีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า (Off-taker) ในขณะที่โครงการที่ขายไฟฟ้าใน Pool Market ค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และบริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอและมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก รวมทั้งบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆที่ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง EGCO Group ประกอบกับ บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและโครงสร้างทางการเงินมั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุน แต่พื้นฐานของ EGCO ยังแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ