โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านขู่ราคาน้ำมันพุ่ง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลั่นเดินหน้าโจมตีเรือสินค้าไม่สนคำเตือน

tvpoolonline.com

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 05.42 น. • TV Pool

วันที่ 12 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงส่งแรงสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลก หลัง เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่าน ออกมาเตือนว่าทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันมากกว่าสองเท่า

โซลฟากอรีระบุว่า ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของภูมิภาค พร้อมกล่าวโทษว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางไร้เสถียรภาพ และยืนยันว่า อิหร่านจะยังคงโจมตีเรือสินค้าที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของอิหร่าน

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองกำลังทหารอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกสินค้าหลายลำในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ เรือ “มยุรี นารี” ของไทย ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี

โฆษกทหารอิหร่านยังเตือนเพิ่มเติมว่า อิหร่านอาจขยายการตอบโต้ไปยัง ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล หากสถานการณ์ยังคงยกระดับต่อไป

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความวิตกต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นมากกว่า 7% ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในภูมิภาคอาจลุกลามและกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ

ขณะเดียวกัน ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทาน ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร

ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทานและพยายามควบคุมไม่ให้ราคาพลังงานพุ่งสูงเกินไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...