เม็กซิโกจลาจล แก๊งค้ายาก่อความไม่สงบหลังเจ้าพ่อยาเสพติดถูกสังหาร
เกิดเหตุความรุนแรงปะทุขึ้นในเม็กซิโก หลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของเม็กซิโกสังหารเจ้าพ่อกลุ่มค้ายาเสพติด “เอล เมนโช”( El Mencho) จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากรรมจัดตั้ง โดยมีรายงานเกี่ยวกับการตั้งด่านปิดถนน การเผายานพาหนะ และการปะทะกันด้วยอาวุธ
การเสียชีวิตของ เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์บันเตส หนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดที่ทางการทั่วโลกต้องการตัวมากที่สุด จุดชนวนความไม่สงบในหลายรัฐของเม็กซิโก
กระทรวงกลาโหมเม็กซิโกยืนยันว่า “เอล เมนโช” ผู้นำแก๊งชาวเม็กซิกัน ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของโลก ถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงของประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสความรุนแรงตามมา โดยมีการเผารถยนต์และกลุ่มมือปืนออกมาปิดกั้นทางหลวงในกว่า 6 รัฐทั่วประเทศ
The Guardian รายงานว่า เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายนี้ ซึ่งมีชื่อจริงว่า เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส( Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) ถูกสังหารเมื่อวันอาทิตย์ในรัฐฮาลิสโก ทางตะวันตกของประเทศ พร้อมกับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างน้อย 6 คน กระทรวงกลาโหมระบุในแถลงการณ์
เอล เมนโช ชายวัย 59 ปีรายนี้เป็นผู้นำแก๊งอาชญากรรมที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นจนกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลและฉาวโฉ่มากที่สุดของเม็กซิโก ในชื่อ แก๊ง “ฮาลิสโกรุ่นใหม่” (Jalisco New Generation Cartel: CJNG)
แม้จะไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเท่ากับแก๊งซีนาโลอาของ โฮอากิน “เอล ชาโป” กุซมาน(Joaquín “El Chapo” Guzmán) ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ แต่แก๊งฮาลิสโกถือเป็นชื่อที่คนเม็กซิโกรู้จักกันดี ภาพลักษณ์ของแก๊งถูกจดจำจากการใช้ความรุนแรงสุดขั้วและการครอบครองอาวุธจำนวนมากในลักษณะคล้ายกองกำลังทหาร
สมาชิกแก๊ง 4 คนถูกสังหารในที่เกิดเหตุ ขณะที่อีก 3 คนเสียชีวิตระหว่างถูกลำเลียงทางอากาศไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง “เอล เมนโช” ด้วย
ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกแก๊งอีก 2 คนถูกจับกุมพร้อมอาวุธ ซึ่งรวมถึงเครื่องยิงจรวดที่สามารถยิงเครื่องบินตกและทำลายยานเกราะได้ ภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งชื่อ El Occidental แสดงให้เห็นฉากการสู้รบอย่างหนักในเมืองตาปัลปา ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาเซียร์รา มาเดร (Sierra Madre) ของเม็กซิโก
กระทรวงกลาโหมระบุเพิ่มเติมว่า ทหาร 3 นายได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการและถูกส่งตัวไปรักษาที่เมืองหลวงเช่นกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่รัฐฮาลิสโกรายหนึ่งซึ่งขอสงวนนาม ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Associated Press ว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) 1 นายเสียชีวิตในตาปัลปา (Tapalpa )ระหว่างปฏิบัติการ อีก 6 นายเสียชีวิตในเมืองซาโปปัน (Zapopan )เจ้าหน้าที่เรือนจำรายหนึ่งถูกสังหารที่สถานกักกันในปูเอร์โต บายาร์ตา (Puerto Vallarta )หลังนักโทษก่อจลาจล และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการรัฐฮาลิสโกเสียชีวิตในเมืองกวาดาลาฮารา (Guadalajara )อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมในทันที
กระทรวงกลาโหมระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ให้ “ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม” ซึ่งมีส่วนช่วยให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
การสังหารเอล เมนโช ก่อให้เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นทันทีทั่วพื้นที่ที่เขาเคยมีอิทธิพล สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและเครือข่ายอิทธิพลอันกว้างขวางของเขาทั้งในเม็กซิโกและภูมิภาคอื่นของลาตินอเมริกา ความวุ่นวายดังกล่าวทำให้สายการบินของสหรัฐฯ และแคนาดาต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวบิน โดยสายการบินแอร์แคนาดาประกาศระงับเที่ยวบินไปยังปูเอร์โต บายาร์ตา “เนื่องจากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยที่ยังดำเนินอยู่” พร้อมแนะนำผู้โดยสารไม่ให้เดินทางไปยังสนามบินในช่วงเวลาดังกล่าว
เมื่อวันอาทิตย์ มีการตั้งด่านปิดถนนแบบ “นาร์โก” (narco) ด้วยการเผารถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุก ในอย่างน้อย 8 รัฐของเม็กซิโก ได้แก่ ฮาลิสโก กวานาฮัวโต (Guanajuato )นายาริต(Nayarit) มิโชอากัง (Michoacan) โกลิมา(Colima) เกอร์เรโร (Guerrero) ตาเมาลีปัส(Tamaulipas) และซากาเตกัส(Zacatecas)
ภาพวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองปูเอร์โต บายาร์ตา เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทางชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก ซึ่งมีชื่อเสียงจากชายหาดมหาสมุทรแปซิฟิกที่สวยงามตระการตา
ขณะเดียวกัน เกิดเหตุโกลาหลในเมืองกวาดาลาฮารา เมืองหลวงของรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2026 โดยมีภาพผู้โดยสารที่ตื่นตระหนกวิ่งหาที่กำบังภายในสนามบิน ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะเกิดการโจมตีตอบโต้จากกลุ่มนักรบของเอล เมนโช นอกจากนี้ ยังมีรายงานเห็นกลุ่มชายติดอาวุธเผารถยนต์ในใจกลางเมืองอีกด้วย
วิดีโอคลิปหนึ่งที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มชายติดอาวุธหนักจุดไฟเผาปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองกวาดาลาฮารา หลังจากขับรถยนต์สีขาวมาจอด
ภายในคืนวันอาทิตย์ เมืองกวาดาลาฮารากลายสภาพคล้ายเมืองร้าง เมื่อประชาชนต่างเก็บตัวอยู่ในที่พักเพื่อความปลอดภัย หลายรัฐประกาศยกเลิกการเรียนการสอนในวันจันทร์
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยประกาศให้รางวัลนำจับ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจับกุมเอล เมนโช ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนโคเคน เฟนทานิล และเมทแอมเฟตามีนจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนทางใต้เข้าสู่สหรัฐฯ
แก๊งของเขา ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 16 ปีก่อนและเติบโตจนกลายเป็นกลุ่มอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเม็กซิโก ยังถูกกล่าวหาว่าพยายามลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลเม็กซิโกอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความยินดีต่อการสังหารเอล เมนโช ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อเม็กซิโกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาการหลั่งไหลของยาเสพติดและผู้อพยพข้ามพรมแดนยาว 1,954 ไมล์ (3,145 กิโลเมตร) ระหว่างสองประเทศ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงขั้นขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มคาร์เทลที่เขาอ้างว่า “กำลังควบคุมเม็กซิโก”
คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เรียกเอล เมนโชว่าเป็น “หนึ่งในเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่โหดเหี้ยมและนองเลือดที่สุด” พร้อมระบุว่า “นี่คือพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมสำหรับเม็กซิโก สหรัฐฯ ลาตินอเมริกา และโลก”
สถานการณ์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับการสังหารเอล เมนโช ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อเครือข่ายแก๊งของเม็กซิโกในรอบกว่าทศวรรษ ยังคงไม่ชัดเจนจนถึงวันอาทิตย์
กระทรวงกลาโหมระบุว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพและกองกำลังพิทักษ์ชาติได้เปิดปฏิบัติการในเมืองตาปัลปา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกวาดาลาฮารา เมืองหลวงของรัฐฮาลิสโก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 80 ไมล์ เพื่อจับกุมเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่หลบหนีรายนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศและหน่วยข่าวกรองทางทหาร
อย่างไรก็ตาม ระหว่างปฏิบัติการดังกล่าว “กำลังพลทหารถูกโจมตี” และได้ยิงตอบโต้กลับ ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหม
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเม็กซิโกระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเม็กซิโก “ภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคี โดยทางการสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองเพิ่มเติม”
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า หน่วยเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานด้านการต่อต้านกลุ่มอาชญากร (Joint Interagency Task Force–Counter Cartel) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติด มีบทบาทในปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ โดยหน่วยงานดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเงียบ ๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำแผนที่เครือข่ายสมาชิกกลุ่มอาชญากรทั้งสองฝั่งของพรมแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก
ขณะที่ความไม่สงบขยายวงกว้าง ผู้ว่าการรัฐฮาลิสโก ปาโบล เลมุส นาวาร์โร เรียกร้องให้ประชาชนราว 8 ล้านคนอยู่ภายในบ้านพัก “จนกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้” พร้อมระบุว่า มีการระงับบริการขนส่งสาธารณะ และประชาชนไม่ควรเดินทางบนถนนในรัฐ เนื่องจาก “เหตุการณ์ความรุนแรง” ที่ได้ลุกลามไปยังอย่างน้อย 5 พื้นที่ของประเทศ
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเม็กซิโกซิตี ออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัย โดยขอให้พลเมืองสหรัฐฯ ในรัฐฮาลิสโก ตาเมาลีปัส มิโชอากัง เกอร์เรโร และนวยโบเลออง “หลบอยู่ในที่พัก” ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อันเป็นผลจาก “ปฏิบัติการด้านความมั่นคง รวมถึงการปิดกั้นถนนและกิจกรรมทางอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง”
รัฐบาลแคนาดาระบุว่า “กลุ่มอาชญากรได้ตั้งด่านปิดถนนด้วยการเผายานพาหนะในหลายเมืองของรัฐฮาลิสโก … มีการยิงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงและเกิดเหตุระเบิด … หากอยู่ในพื้นที่ ขอให้วางตัวไม่เป็นที่สนใจ และติดตามสื่อท้องถิ่นและนานาชาติเพื่อรับทราบสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
คริสโตเฟอร์ แลนเดา โพสต์ผ่าน X ภายหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังการสังหารเอล เมนโช ว่า “ผมกำลังเฝ้าดูภาพเหตุความรุนแรงจากเม็กซิโกด้วยความเศร้าและความกังวลอย่างยิ่ง ไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มคนร้ายจะตอบโต้ด้วยความหวาดกลัว แต่เราต้องไม่สูญเสียความมั่นคงทางจิตใจ”
ด้านประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บัม กล่าวว่า “มีการประสานงานอย่างเต็มที่กับรัฐบาลของทุกรัฐ เราต้องติดตามข้อมูลและรักษาความสงบ บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กิจกรรมส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังคงดำเนินไปตามปกติ”