โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เม็กซิโกจลาจล แก๊งค้ายาก่อความไม่สงบหลังเจ้าพ่อยาเสพติดถูกสังหาร

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 10.12 น.
ที่มาภาพ: https://mexiconewsdaily.com/el-bajio/whats-happening-in-guadalajara-puerto-vallarta/

เกิดเหตุความรุนแรงปะทุขึ้นในเม็กซิโก หลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของเม็กซิโกสังหารเจ้าพ่อกลุ่มค้ายาเสพติด “เอล เมนโช”( El Mencho) จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากรรมจัดตั้ง โดยมีรายงานเกี่ยวกับการตั้งด่านปิดถนน การเผายานพาหนะ และการปะทะกันด้วยอาวุธ

การเสียชีวิตของ เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์บันเตส หนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดที่ทางการทั่วโลกต้องการตัวมากที่สุด จุดชนวนความไม่สงบในหลายรัฐของเม็กซิโก

กระทรวงกลาโหมเม็กซิโกยืนยันว่า “เอล เมนโช” ผู้นำแก๊งชาวเม็กซิกัน ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของโลก ถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงของประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสความรุนแรงตามมา โดยมีการเผารถยนต์และกลุ่มมือปืนออกมาปิดกั้นทางหลวงในกว่า 6 รัฐทั่วประเทศ

The Guardian รายงานว่า เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายนี้ ซึ่งมีชื่อจริงว่า เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส( Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) ถูกสังหารเมื่อวันอาทิตย์ในรัฐฮาลิสโก ทางตะวันตกของประเทศ พร้อมกับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างน้อย 6 คน กระทรวงกลาโหมระบุในแถลงการณ์

เอล เมนโช ชายวัย 59 ปีรายนี้เป็นผู้นำแก๊งอาชญากรรมที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นจนกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลและฉาวโฉ่มากที่สุดของเม็กซิโก ในชื่อ แก๊ง “ฮาลิสโกรุ่นใหม่” (Jalisco New Generation Cartel: CJNG)

แม้จะไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเท่ากับแก๊งซีนาโลอาของ โฮอากิน “เอล ชาโป” กุซมาน(Joaquín “El Chapo” Guzmán) ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ แต่แก๊งฮาลิสโกถือเป็นชื่อที่คนเม็กซิโกรู้จักกันดี ภาพลักษณ์ของแก๊งถูกจดจำจากการใช้ความรุนแรงสุดขั้วและการครอบครองอาวุธจำนวนมากในลักษณะคล้ายกองกำลังทหาร

สมาชิกแก๊ง 4 คนถูกสังหารในที่เกิดเหตุ ขณะที่อีก 3 คนเสียชีวิตระหว่างถูกลำเลียงทางอากาศไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง “เอล เมนโช” ด้วย

ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกแก๊งอีก 2 คนถูกจับกุมพร้อมอาวุธ ซึ่งรวมถึงเครื่องยิงจรวดที่สามารถยิงเครื่องบินตกและทำลายยานเกราะได้ ภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งชื่อ El Occidental แสดงให้เห็นฉากการสู้รบอย่างหนักในเมืองตาปัลปา ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาเซียร์รา มาเดร (Sierra Madre) ของเม็กซิโก

กระทรวงกลาโหมระบุเพิ่มเติมว่า ทหาร 3 นายได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการและถูกส่งตัวไปรักษาที่เมืองหลวงเช่นกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่รัฐฮาลิสโกรายหนึ่งซึ่งขอสงวนนาม ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Associated Press ว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) 1 นายเสียชีวิตในตาปัลปา (Tapalpa )ระหว่างปฏิบัติการ อีก 6 นายเสียชีวิตในเมืองซาโปปัน (Zapopan )เจ้าหน้าที่เรือนจำรายหนึ่งถูกสังหารที่สถานกักกันในปูเอร์โต บายาร์ตา (Puerto Vallarta )หลังนักโทษก่อจลาจล และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการรัฐฮาลิสโกเสียชีวิตในเมืองกวาดาลาฮารา (Guadalajara )อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมในทันที

กระทรวงกลาโหมระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ให้ “ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม” ซึ่งมีส่วนช่วยให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

การสังหารเอล เมนโช ก่อให้เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นทันทีทั่วพื้นที่ที่เขาเคยมีอิทธิพล สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและเครือข่ายอิทธิพลอันกว้างขวางของเขาทั้งในเม็กซิโกและภูมิภาคอื่นของลาตินอเมริกา ความวุ่นวายดังกล่าวทำให้สายการบินของสหรัฐฯ และแคนาดาต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวบิน โดยสายการบินแอร์แคนาดาประกาศระงับเที่ยวบินไปยังปูเอร์โต บายาร์ตา “เนื่องจากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยที่ยังดำเนินอยู่” พร้อมแนะนำผู้โดยสารไม่ให้เดินทางไปยังสนามบินในช่วงเวลาดังกล่าว

เมื่อวันอาทิตย์ มีการตั้งด่านปิดถนนแบบ “นาร์โก” (narco) ด้วยการเผารถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุก ในอย่างน้อย 8 รัฐของเม็กซิโก ได้แก่ ฮาลิสโก กวานาฮัวโต (Guanajuato )นายาริต(Nayarit) มิโชอากัง (Michoacan) โกลิมา(Colima) เกอร์เรโร (Guerrero) ตาเมาลีปัส(Tamaulipas) และซากาเตกัส(Zacatecas)

ที่มาภาพ:https://mexiconewsdaily.com/news/jalisco-embassy-shelter-in-place-travel-alerts/

ภาพวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองปูเอร์โต บายาร์ตา เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทางชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก ซึ่งมีชื่อเสียงจากชายหาดมหาสมุทรแปซิฟิกที่สวยงามตระการตา

ขณะเดียวกัน เกิดเหตุโกลาหลในเมืองกวาดาลาฮารา เมืองหลวงของรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2026 โดยมีภาพผู้โดยสารที่ตื่นตระหนกวิ่งหาที่กำบังภายในสนามบิน ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะเกิดการโจมตีตอบโต้จากกลุ่มนักรบของเอล เมนโช นอกจากนี้ ยังมีรายงานเห็นกลุ่มชายติดอาวุธเผารถยนต์ในใจกลางเมืองอีกด้วย

วิดีโอคลิปหนึ่งที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มชายติดอาวุธหนักจุดไฟเผาปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองกวาดาลาฮารา หลังจากขับรถยนต์สีขาวมาจอด

ภายในคืนวันอาทิตย์ เมืองกวาดาลาฮารากลายสภาพคล้ายเมืองร้าง เมื่อประชาชนต่างเก็บตัวอยู่ในที่พักเพื่อความปลอดภัย หลายรัฐประกาศยกเลิกการเรียนการสอนในวันจันทร์

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยประกาศให้รางวัลนำจับ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจับกุมเอล เมนโช ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนโคเคน เฟนทานิล และเมทแอมเฟตามีนจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนทางใต้เข้าสู่สหรัฐฯ

ที่มาภาพ: https://mexiconewsdaily.com/el-bajio/whats-happening-in-guadalajara-puerto-vallarta/

แก๊งของเขา ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 16 ปีก่อนและเติบโตจนกลายเป็นกลุ่มอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเม็กซิโก ยังถูกกล่าวหาว่าพยายามลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลเม็กซิโกอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความยินดีต่อการสังหารเอล เมนโช ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อเม็กซิโกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาการหลั่งไหลของยาเสพติดและผู้อพยพข้ามพรมแดนยาว 1,954 ไมล์ (3,145 กิโลเมตร) ระหว่างสองประเทศ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงขั้นขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มคาร์เทลที่เขาอ้างว่า “กำลังควบคุมเม็กซิโก”

คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เรียกเอล เมนโชว่าเป็น “หนึ่งในเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่โหดเหี้ยมและนองเลือดที่สุด” พร้อมระบุว่า “นี่คือพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมสำหรับเม็กซิโก สหรัฐฯ ลาตินอเมริกา และโลก”

สถานการณ์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับการสังหารเอล เมนโช ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อเครือข่ายแก๊งของเม็กซิโกในรอบกว่าทศวรรษ ยังคงไม่ชัดเจนจนถึงวันอาทิตย์

กระทรวงกลาโหมระบุว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพและกองกำลังพิทักษ์ชาติได้เปิดปฏิบัติการในเมืองตาปัลปา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกวาดาลาฮารา เมืองหลวงของรัฐฮาลิสโก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 80 ไมล์ เพื่อจับกุมเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่หลบหนีรายนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศและหน่วยข่าวกรองทางทหาร

อย่างไรก็ตาม ระหว่างปฏิบัติการดังกล่าว “กำลังพลทหารถูกโจมตี” และได้ยิงตอบโต้กลับ ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหม

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเม็กซิโกระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเม็กซิโก “ภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคี โดยทางการสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองเพิ่มเติม”

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า หน่วยเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานด้านการต่อต้านกลุ่มอาชญากร (Joint Interagency Task Force–Counter Cartel) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติด มีบทบาทในปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ โดยหน่วยงานดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเงียบ ๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำแผนที่เครือข่ายสมาชิกกลุ่มอาชญากรทั้งสองฝั่งของพรมแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก

ขณะที่ความไม่สงบขยายวงกว้าง ผู้ว่าการรัฐฮาลิสโก ปาโบล เลมุส นาวาร์โร เรียกร้องให้ประชาชนราว 8 ล้านคนอยู่ภายในบ้านพัก “จนกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้” พร้อมระบุว่า มีการระงับบริการขนส่งสาธารณะ และประชาชนไม่ควรเดินทางบนถนนในรัฐ เนื่องจาก “เหตุการณ์ความรุนแรง” ที่ได้ลุกลามไปยังอย่างน้อย 5 พื้นที่ของประเทศ

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเม็กซิโกซิตี ออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัย โดยขอให้พลเมืองสหรัฐฯ ในรัฐฮาลิสโก ตาเมาลีปัส มิโชอากัง เกอร์เรโร และนวยโบเลออง “หลบอยู่ในที่พัก” ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อันเป็นผลจาก “ปฏิบัติการด้านความมั่นคง รวมถึงการปิดกั้นถนนและกิจกรรมทางอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง”

รัฐบาลแคนาดาระบุว่า “กลุ่มอาชญากรได้ตั้งด่านปิดถนนด้วยการเผายานพาหนะในหลายเมืองของรัฐฮาลิสโก … มีการยิงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงและเกิดเหตุระเบิด … หากอยู่ในพื้นที่ ขอให้วางตัวไม่เป็นที่สนใจ และติดตามสื่อท้องถิ่นและนานาชาติเพื่อรับทราบสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

คริสโตเฟอร์ แลนเดา โพสต์ผ่าน X ภายหลังเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังการสังหารเอล เมนโช ว่า “ผมกำลังเฝ้าดูภาพเหตุความรุนแรงจากเม็กซิโกด้วยความเศร้าและความกังวลอย่างยิ่ง ไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มคนร้ายจะตอบโต้ด้วยความหวาดกลัว แต่เราต้องไม่สูญเสียความมั่นคงทางจิตใจ”

ด้านประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บัม กล่าวว่า “มีการประสานงานอย่างเต็มที่กับรัฐบาลของทุกรัฐ เราต้องติดตามข้อมูลและรักษาความสงบ บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กิจกรรมส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังคงดำเนินไปตามปกติ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...