“จีน” เปลี่ยนเป้าช่วงตรุษจีน แห่เที่ยว “เกาหลีใต้” แซงญี่ปุ่นครั้งแรกหลังโควิด
เที่ยวบิน จีน-เกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเกือบ 25% สวนทาง จีน-ญี่ปุ่น ที่หดตัวแรง สะท้อนการเปลี่ยนขั้วการท่องเที่ยวเอเชียในพริบตาเดียว
วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 10.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ข้อมูลการจองการเดินทางและตารางบินบ่งชี้ว่าเกาหลีใต้กำลังจะแซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน ในช่วงวันหยุดตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
China Trading Desk บริษัทวิจัยตลาดด้านการท่องเที่ยว ประเมินว่า จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางเข้าสู่เกาหลีใต้ราว 230,000-250,000 คน ในช่วงวันหยุดยาว 9 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 52% เมื่อเทียบกับช่วงตรุษจีนปีก่อนที่มีวันหยุดสั้นกว่า
ในทางตรงกันข้าม ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า กำลังเผชิญภาวะ “นักท่องเที่ยวหดตัว” อย่างหนัก โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะ ลดลงมากถึง 60% จากปีก่อน สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางการเดินทางอย่างชัดเจน
China Trading Desk ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหันไปเลือกเกาหลีใต้ ได้แก่ ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนกับญี่ปุ่น การที่เกาหลีใต้ผ่อนคลายมาตรการวีซ่าสำหรับคณะทัวร์จีนอย่างเชิงรุก รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในไทย ซึ่งเคยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีน
อัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้ออำนวยระหว่างเงินหยวนกับเงินวอนเกาหลีใต้ ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการเดินทาง ขณะที่กระแส K-culture ที่แพร่หลายทั่วโลกก็เป็นแรงดึงดูดสำคัญ โดยเมืองยอดนิยม ได้แก่ กรุงโซล เมืองปูซาน และเกาะเชจู
สุบรามาเนีย ภัตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ China Trading Desk กล่าวว่า ค่าเงินวอนที่อ่อนค่าทำให้การจับจ่ายและรับประทานอาหารในเกาหลีใต้ดูคุ้มค่าเงินมาก ขณะที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลับซับซ้อนขึ้นจากปัจจัยการเมือง พร้อมเสริมว่าสายการเดินเรือสำราญและผู้จัดทัวร์จำนวนมากได้ ปรับเส้นทางจากญี่ปุ่นมาเกาหลีใต้ สำหรับช่วงตรุษจีนแล้ว ซึ่งสะท้อนการทดแทนทางธรรมชาติของจุดหมายปลายทาง
ความแตกต่างดังกล่าวตอกย้ำว่า ภูมิรัฐศาสตร์สามารถเปลี่ยนแผนที่การท่องเที่ยวมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของเอเชียได้อย่างรวดเร็ว โดยจีนเคยออกคำเตือนการเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแสดงความเห็นที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน และล่าสุด จีนได้ออกคำเตือนซ้ำ โดยสื่อของรัฐอ้างถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในช่วงวันหยุด
ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากยังยกเลิกแผนเดินทางไปไทย หลังเกิดเหตุลักพาตัวนักแสดงชาวจีนและความไม่สงบตามแนวชายแดนบางประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้เกาหลีใต้รีบเข้ามาเติมช่องว่าง ด้วยการขยายมาตรการ ยกเว้นวีซ่าสำหรับคณะทัวร์จีนถึงเดือนมิถุนายน
กระแสนี้ถือเป็นการพลิกกลับจากปี 2560 เมื่อความขัดแย้งทางการทูตจากการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐในเกาหลีใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนมาก ปัจจุบันความสัมพันธ์เริ่มผ่อนคลาย โดยประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนนี้ และพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นครั้งที่สองในรอบเพียงสองเดือน ซึ่งเป็นการเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562
สายการบินต่างเร่งปรับกำลังการบิน โดย ข้อมูลจาก Cirium ระบุว่า เที่ยวบินระหว่างจีนกับเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเกือบ 25% จากปีก่อน เป็นมากกว่า 1,330 เที่ยวบิน ในช่วงตรุษจีนนี้ ขณะที่เที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่นลดลงถึง 48% เหลือเพียงราว 800 เที่ยวบิน และสายการบินจีนหลายแห่งขยายการยกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่นออกไปถึงปลายเดือนตุลาคม
ภาคธุรกิจในเกาหลีใต้เริ่มรับรู้ถึงกระแสนี้อย่างชัดเจน เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และความงามในโซล ที่ได้รับคำสอบถามจากลูกค้าชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปีที่แล้วแทบไม่มีความเคลื่อนไหว
ในเชิงเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในเกาหลีใต้ช่วงตรุษจีนคาดว่าจะสูงกว่า 330 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าญี่ปุ่นซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 250–300 ล้านดอลลาร์ และในปี 2026 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าเกาหลีใต้มากกว่า 7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นตามแรงคาดหวังของนักลงทุน
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกฝ่ายในเกาหลีใต้จะต้อนรับกระแสนี้ โดยมีเสียงกังวลเรื่องอาชญากรรมเพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีหลักฐานรองรับ และคำร้องคัดค้านนโยบายยกเว้นวีซ่ามีผู้ลงชื่อราว 60,000 คน
ฝั่งญี่ปุ่น นักวิเคราะห์คาดว่าการท่องเที่ยวจากจีนจะยังอ่อนแอต่อเนื่องอย่างน้อยถึงไตรมาสแรก และอาจทำให้ญี่ปุ่นเผชิญ การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด โดย JTB คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะลดลง 2.8%
China Trading Desk เตือนว่า สำหรับญี่ปุ่น ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่วันหยุดช่วงเดียว แต่คือ การปรับความคาดหวังใหม่ต่อบทบาทของญี่ปุ่นในแผนที่การท่องเที่ยวเอเชีย ในระยะยาว
อ้างอิง : www.bloomberg.com