โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยกลิ่นตัวแรงไม่แพ้ชาติใดในโลก แล้วทำไมเราต้องมีกลิ่นตัวด้วยนะ?

Dek-D.com

อัพเดต 20 มี.ค. 2567 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • DEK-D.com
เราเริ่มมีกลิ่นตัวเหม็นๆ กันตั้งแต่เมื่อไร มาลองสังเกตกัน

ใครเคยเจอคนกลิ่นตัวแรงบ้าง? มันเกิดจากอะไรกันนะ??

เป็นคนไทย ใจต้องสู้ อาจจะไม่ไกลเกินจริงมากนักครับ เพราะนอกจากสู้ชีวิตแล้ว เรายังต้องสู้กับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในเมืองไทยอีกด้วย แถมสิ่งหนึ่งที่มาพร้อมอากาศอบๆ ก็กลิ่นตัวนี่เอง…

เท่าที่พี่หมอทำคอนเทนต์เพศศึกษามา ส่วนใหญ่น้องๆ ชาว Dek-D จะกังวลกับปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย สุขอนามัย มากกว่าเรื่องเพศศึกษาและเพศสัมพันธ์เสียอีก นั่นเพราะว่าเราไม่ได้หมกมุ่นกันแต่เรื่องเพศเลยจริงไหม? (ออกตัวไว้ก่อนเผื่อพ่อแม่ผ่านมาอ่านเจอ) แต่ก็เป็นเรื่องจริงครับ เพราะเมื่อเราเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยเจริญพันธุ์ มักจะมีคำถามมากมายเกิดขึ้นกับตัวเราและยังเป็นคำถามที่ไม่รู้จะถามใครอีกด้วย แต่น้องๆ มาถูกทางแล้วครับ นึกไม่ออกก็มาถามพี่หมอได้เลย :)

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

กลิ่นตัว (Body odor, smell) จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติสำหรับคนเราเลยครับ แต่พอเราไปเจอคนชาติอื่นที่เขาตัวไม่เหม็น หรืออาจจะเหม็นกว่าเรา ก็เกิดคำถามว่า ทำไมคนเราต้องมีกลิ่นตัว แล้วทำไมบางคนถึงไม่มีเลย

วัยรุ่น (Teenager) หรือวัยเจริญพันธุ์ (Puberty)นี้มีความเปลี่ยนแปลงมากมายเกี่ยวกับฮอร์โมน โดยอย่างเร็วที่สุด แต่ไม่ควรเร็วกว่าอายุ 8 ปี โดยจุดสังเกตที่อาจจะเห็นได้ในน้องผู้ชาย เช่น เสียงที่เปลี่ยน (Low pitch voice)เริ่มมีกล้ามเนื้อ หรือขนตามตัวมากขึ้น เป็นต้น ส่วนผู้หญิงก็จะมีลักษณะของหน้าอกที่ชัดเจนขึ้น หรือสะโพกผาย เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

กลิ่นตัวก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเช่นกันเนื่องจากฮอร์โมนเพศที่ทำให้สภาวะร่างกายของเราเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ทำให้รูขุมขน (Hair follicle) เปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้หลั่งปริมาณของสารหล่อลื่นหรือไขมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้น ทั้งต่อมไขมัน (Sebaceous gland) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว รวมทั้งต่อมเหงื่อที่ทำงานให้เหงื่อออกมาได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน (Sweat gland)

ทำไมวัยรุ่นไทยกลิ่นตัวแรง

สาเหตุที่วัยรุ่นไทย(อาจจะ)มีกลิ่นตัวที่แรงได้มากกว่าชาวต่างชาติจริงๆ เพราะสภาพอากาศมากกว่าครับ เพราะประเทศไทยนั้นมีสภาวะอากาศเป็นแบบร้อนชื้น ทำให้การระบายอากาศหรือถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายนั้นน้อยกว่า ทำให้เหงื่อออกง่าย จนบางทีเราอาบน้ำเสร็จไม่ทันไรก็เหงื่อออก นอกจากเหงื่อที่ช่วยระบายความร้อนจากร่ายกายออกมาหมักหมมอับชื้นตามซอกหลืบร่างกายแล้ว ยังหมักหมมร่วมกับความอับชื้นของเสื้อผ้าอีกด้วย นั่นแหละครับ สาเหตุที่เราตัวเหม็นอับกันถ้วนหน้า

นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การกินอาหารรสจัดหรือมีเครื่องเทศเยอะ สังเกตจากคนชาติที่ทานอาหารรสจัดได้เลย ตัวจะมีกลิ่นเฉพาะ ส่วนใครอยากรู้ว่าคนชาติอื่นเขาได้กลิ่นคนไทยเป็นแบบไหน ลองถามเพื่อนต่างชาติดูครับ :)

ทำยังไงให้ตัวเหม็นน้อยลง

วิธีการดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นกายทำได้หลายวิธีครับ เช่น

  • ไม่ใส่เสื้อผ้าที่อับและชื้นเป็นเวลานานมากเกินไป เพราะแน่นอนว่าจะทำให้บริเวณที่มีการหลั่งของเหงื่อนั้น ไม่ได้รับการระบายและสะสมทำให้เกิดกลิ่นบริเวณนั้นมากๆ
  • อาบน้ำให้สะอาดเพราะในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นไม่เหมือนต่างประเทศที่อากาศเย็นและแห้ง ทำให้เหงื่ออาจจะสะสมหมักหมมน้อยกว่าประเทศเรา ดังนั้น อาบน้ำให้สะอาดครับ โดยขัดถูจุดซ่อนเร้น ซอกหลืบที่สะสมกลิ่นอับได้ง่าย โดยเฉพาะรักแร้
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (Roll-on deodorant)โดยมีการทำงานไปปกปิดต่อมเหงื่อ และอาจจะมีสารให้กลิ่นหอมด้วยเช่นกัน แต่บางคนใช้แล้วไม่ได้ทำความสะอาดทุกวัน ก็อาจจะเกิดการสะสมของเหงื่อและคราบของสารเคมีได้เช่นเดียวกัน อาจเกิดการอักเสบได้ หรือบางคนแพ้สารประกอบบางอย่างในผลิตภัณฑ์ ก็ระมัดระวังกันให้ดีด้วยครับ

นอกจากกลิ่นตัว เราบางคนอาจมีกลิ่นเฉพาะตัว

ทั้งนี้กลิ่นตัวหรือกลิ่นเฉพาะตัว อาจจะเกิดจากเสื้อผ้า น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์เวลาอาบน้ำ หรือทาครีม หรือแม้แต่ของใช้บางอย่าง เช่น บุหรี่ ก็ได้เช่นเดียวกัน และบางครั้งก็เป็นกลิ่นเฉพาะจากพันธุกรรมซึ่งเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ และพันธุกรรมบางอย่างก็มาในรูปแบบของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุณแม่เราเลือกนั่นเอง ฮ่าๆๆ

อย่างไรก็ตาม การดูแลตนเองหรือรักษากลิ่นกายนั้นขึ้นกับกิจกรรมของแต่ละคนด้วยครับ และเพื่อให้เหมาะสมกับตนเองนั้น ถ้าน้องๆ เข้าใจพฤติกรรมและกิจกรรมตนเอง น่าจะทำให้สามารถรักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัยร่างกายได้ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายครับ สุดท้ายนี้ใครมีคำถามอะไร ฝากไว้ในคอมเมนต์ได้เลยครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...