โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Mission To Top U สานฝันเด็กไทยสู่มหา’ลัยระดับโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. 2567 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2567 เวลา 06.11 น.
ระดมเลิศ อนันตชินะ

การเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก อาจไม่ใช่เรื่องยากเสมอไปสำหรับคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ซึ่งเป็นความเชื่อของ “ระดมเลิศ อนันตชินะ” ซีอีโอผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ภัคอนันต์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด หรือ Mission To Top U ที่มีความตั้งใจอยากจะช่วยเด็กไทยให้มีโอกาสเข้าไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก

ทั้งนั้นเพราะ Mission To Top U เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2559 โดยเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียนชั้น ม.ปลาย และคนที่มีความฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT), มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด, มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์, มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย, มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย, มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น, มหาวิทยาลัยบราวน์, มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน, มหาวิทยาลัยเยล, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ฯลฯ

“ระดมเลิศ” กล่าวว่า หากย้อนกลับไปช่วงก่อนเริ่มก่อตั้ง หลังจากที่ผมเรียนจบ มีโอกาสทำงานสายการเงินกับธนาคารแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงขอทุนของบริษัทไปศึกษาต่อด้าน MBA ที่ Duke University สหรัฐอเมริกา ประมาณ 2 ปี โดยบริษัทให้ทุน 100% พอหลังจากเรียนจบกลับมาทำงานใช้ทุน 4 ปี ระหว่างนั้นมีคนเข้ามาถามเรื่องการไปเรียนต่างประเทศว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เพราะตอนนั้นไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไรว่าเส้นทางการไปเรียนต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะระดับ Top University ทำอย่างไร อีกอย่างอาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีคนให้คำแนะนำอย่างจริงจังเท่าไร

“ผมและเพื่อน ๆ ซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเหมือนกันเลยร่วมกันจัด section แนะแนวน้อง ๆ ที่สนใจผ่านรูปแบบออนไลน์ โดยทำเป็นคอนเทนต์ว่าทำอย่างไรถึงจะไปเรียนต่อต่างประเทศได้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร จากนั้นพอเห็นว่าคนเริ่มสนใจมากขึ้นเลยจัดตั้งบริษัทให้คำปรึกษาอย่างจริงจัง

ซึ่งบทบาทของเราไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษาอย่างเดียว แต่ช่วยลงมือทำด้วย แบบตัวต่อตัว เช่น สร้างโปรไฟล์อย่างไรให้โดดเด่น เขียนเรซูเม่ เขียนเรียงความแนะนำตัวเอง ก็คือช่วยน้อง ๆ ทั้ง ป.ตรี หรือ ป.โท เพื่อค้นหาตัวเอง หรือเฟ้นหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ และวิธีการสัมภาษณ์ต่าง ๆ”

“ซึ่งการเตรียมพร้อมเรื่องนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยควรจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ถ้าน้องที่สนใจเรียนต่อปริญญาตรีคือพอเริ่มเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ควรจะรู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตรงนี้คือแพชชั่นของผม และเพื่อน ๆ ที่อยากจะพาเด็กไทยไปตรงนั้น เพราะหากดูรายชื่อมหาวิทยาลัยระดับโลก เช่น สแตมฟอร์ด ออกซ์ฟอร์ด อัตราการรับนักศึกษาของเขาไม่ได้มาก ปริญญาตรีอยู่ที่ 4% ปริญญาโท ถ้าเป็น MBA จะอยู่ที่ 10-15% และคู่แข่งมาจากหลากหลายประเทศ

ฉะนั้น เราจะทำอย่างไรให้สอบติดเข้าไปได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ GPA แต่ยังมีวิธีการพรีเซนต์ตัวเราเองว่าเราจะขายตัวเราอย่างไรให้เขาเห็นประโยชน์ และรับเราเข้าไปเรียนด้วย ตรงนี้คือจุดสำคัญแรก ๆ”

“ระดมเลิศ” กล่าวต่อว่า เพราะสิ่งที่มหาวิทยาลัย Top U ต้องการอย่างแรกคือ อยากดูว่าน้อง ๆ จะเรียนรอดหรือไม่ นั่นคือที่มาว่าจะต้องสอบวัดความสามารถต่าง ๆ เช่น GMAT, GRE, IELTS, TOEFL อย่างที่สองคือเขาจะดูว่าพอเรียนจบไป จะประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยเขาได้หรือไม่ ดังนั้นการมีคะแนนสอบสูง อาจไม่ช่วยเท่าไรแต่เรซูเม่นั้นสำคัญ

นอกจากนั้น การเขียนเรียงความ หรือ Statement of Purpose (SOP) รวมถึงการพรีเซนต์ควรจะมีหัวหน้างาน, อาจารย์ มาเขียนชื่นชม พร้อมยกตัวอย่างว่าเราดีอย่างไร และสุดท้ายคือการสัมภาษณ์ แต่ละมหาวิทยาลัยเขาถามไม่เหมือนกันแน่นอน

“ฟังดูอาจเป็นเรื่องยาก แต่ผมคิดว่าเด็กไทยทำได้ แค่มีความอยาก ความมุ่งมั่น บางคนบอกว่า มีเงินเท่านั้นถึงจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับโลกได้ ปณิธานของบริษัทเราคืออยากจะลบความเชื่อเก่า ๆ เหล่านี้ เพราะเป็นความเชื่อผิด ๆ ว่าต้องเกรดดีเท่านั้นถึงจะไปได้ หรือเงินน้อยไปไม่ได้ ผมคิดว่าโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว

ตอนนี้มีทุนการศึกษามากมายที่พร้อมสนับสนุนโอกาสของเด็กไทย ทั้งทุนจากองค์กร หน่วยงานในไทย หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีทุนให้ เลยกลับมาที่ความเชื่อของผมคือ ความมุ่งมั่น และความทะเยอทะยานที่จะไปตรงนั้นมากกว่า และเราต้องรู้จักตัวตนของเรา”

ปัจจุบันมีบริษัทให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศมากมาย คำถามคือ Mission To Top U มีจุดเด่นอย่างไร ? และอะไรคือความท้าทาย ?

“ระดมเลิศ” บอกว่า อย่างแรกคือผมไม่ได้ทำคนเดียว เพราะคนที่ทำงานกับผม หุ้นส่วนผม หลายคนมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเยอะมาก พวกเราทุกคนสามารถดูแลน้อง ๆ แต่ละคนได้อย่างดี เพื่อจะพัฒนาตัวตนของน้อง ๆ และมุ่งเป้าไปที่มหาวิทยาลัยระดับท็อป ๆ เท่านั้น

ตอนแรกที่เราทำ ยากมาก เพราะเสนอให้มหาวิทยาลัยดัง ๆ 100 คน ได้แค่ 1 คน แต่พอผ่านมา 7 ปี เริ่มดีขึ้น ตอนนี้รวม ๆ แล้ว ก็มีน้อง ๆ ที่ให้เราช่วย offer ประมาณ 700 ที่ หรือ 700 มหาวิทยาลัย ซึ่งที่ offer มีทั้ง ป.ตรี, ป.โท ในหลักสูตรยอดฮิตจะเป็น MBA, Data Science, Computer Sciece, AI ฯลฯ

“อนาคตมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มโอกาสเด็กไทยสู่มหาวิทยาลัยโลกขยายขึ้นเป็น 5% จากปัจจุบันอยู่ 1-2% ตอนนี้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีการปรับหลักสูตรใหม่ ๆ น่าสนใจและทันต่อโลกการทำงานปัจจุบัน เช่น หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ Sustainabilty การทำธุรกิจอย่างไรให้มีความยั่งยืน ที่เป็นเทรนด์ของโลกในยุคปัจจุบัน”

ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของสถาบันการศึกษามีผลต่อการดึงดูดใจให้บริษัทเลือกเข้าทำงาน อีกอย่างคือการไปเรียนต่างประเทศจะช่วยทำให้เด็กไทยอัพสกิลหลายอย่าง รวมถึงการสร้าง Network เพราะสิ่งที่ Mission To Top U ปักหมุดภารกิจคือ อยากทำให้เด็กไทยสามารถแข่งขันกับเด็กประเทศอื่นได้อย่างแข็งแรง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Mission To Top U สานฝันเด็กไทยสู่มหา’ลัยระดับโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...