โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชี้แอฟริการ้อนจัดเป็น “ฝีมือมนุษย์” มาลีระอุ 48 องศาฯ ผงะวันเดียวเซ่นร้อยศพ

Khaosod

อัพเดต 19 เม.ย. 2567 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 04.49 น.

ชี้แอฟริการ้อนจัดเป็น “ฝีมือมนุษย์” - บีบีซี รายงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า “คลื่นความร้อน” ที่ปกคลุมภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและภูมิภาคซาเฮล ตอนกลางของทะเลทรายสะฮารา จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอันเป็นผลจากการกระทำจากมนุษย์

เมื่อเดือนที่แล้วประเทศมาลีในทวีปแอฟริกาตะวันตกวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 48 องศาเซลเซียสและโรงพยาบาลแห่งหนึ่งรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะอากาศร้อนจัดกว่า 100 ราย

นักวิจัยชี้ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ 1.4 องศาเซลเซียสเกิดจากจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่วนการวิจัยอีกฉบับหนึ่งระบุว่าด้วยความแห้งแล้งในแอฟริกาตอนใต้ระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นสาเหตุใหญ่มากกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ชี้แอฟริการ้อนจัดเป็น “ฝีมือมนุษย์” -An old woman hospitalized for dehydration during the recent record heat wave, receives IV drip while she is being consulted at an hospital in Niamey, Niger April 13, 2024. REUTERS/ Mahamadou Hamidou

ตั้งแต่สิ้นเดือนมี.ค.2567 ถึงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลายประเทศในภูมิภาคซาเฮลและทั่วภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกถูกคลื่นความร้อนถาโถมอย่างหนัก โดยเฉพาะทางใต้ของมาลีและบูร์กินาฟาโซที่ผู้คนต้องทนอยู่ท่ามกลางความร้อนรุนแรง

ขณะที่กรุงบามาโก เมืองหลวงของมาลี โรงพยาบาลกาเบรียลทูเรระบุว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 102 รายช่วงวันแรกของเดือนเม.ย. ทำลายสถิติที่ผ่านมา สำหรับผู้เสียชีวิตครึ่งหนึ่งมีอายุเกิน 60 ปีและส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากความร้อน นักวิจัยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อนเป็นนานถึง 5 วันในภูมิภาคดังกล่าว

ส่วนผลการวิจัยใหม่จากนักวิทยาศาสตร์กลุ่มสภาวะอากาศโลกระบุว่าอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันและกลางคืนเป็นผลจากการใช้ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซเป็นเวลานาน

ภาพประกอบ - Researchers say human activities like burning fossil fuels made temperatures up to 1.4C hotter than normal. A separate study on drought in Southern Africa said El Niño was to blame, rather than climate change. REUTERS/Stephane Mahe/File Photo

รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่าอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกรวนที่ทำให้อุณหภูมิในมาลีและบูร์กินาฟาโซสูงกว่าปกติ 1.5 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิตอนกลางคืนร้อนกว่าค่าเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส ขณะอุณหภูมิเฉลี่ยตลอด 5 วันในช่วงอากาศร้อนจัดพบว่าอุณหภูมิสูงขึ้น 1.4 องศาเซลเซียส

นายคิสเวนด์สิดา กูอิกมา นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากศูนย์สภาพอากาศกาชาดในบูร์กินาฟาโซ กล่าวว่าบางคนอาจจะคิดว่าคลื่นความร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น 1.4-1.5 องศาเซลเซียส ไม่น่าจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นมากนัก

แต่ความร้อนที่สูงขึ้นส่งผลต่อความแตกต่างระหว่างการมีชีวิตและความตายสำหรับหลายๆ คน แม้คลื่นความร้อนรุนแรงเกิดขึ้นยากมากในภูมิภาคนี้ แต่นักวิจัยคาดว่าจะเกิดถี่ขึ้นเมื่ออากาศอบอุ่นขึ้น

ทั้งนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกขณะนี้สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.2 องศาเซลเซียสและเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เพิ่งเกิดขึ้นในมาลีซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปี แต่ถ้าอุณหภูมิโลกสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส มาลีจะเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงถี่ขึ้นเป็นทุก ๆ 20 ปี

ชี้แอฟริการ้อนจัดเป็น “ฝีมือมนุษย์” - An old woman, hospitalized for dehydration during the recent record heat wave, receives IV drip while she is being consulted at an hospital in Niamey, Niger April 13 , 2024. Temperatures soared above 48C in Mali last month with one hospital linking hundreds of deaths to the extreme heat. REUTERS/ Mahamadou Hamidou

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลายประเทศทางใต้ของทวีปแอฟริกาต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรงทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายในหลายประเทศ ประชาชนราว 20 ล้านคนเผชิญกับความหิวโหย ประชาชนในแซมเบียและซิมบับเวขาดแคลนน้ำ ซ้ำร้ายยังเกิดอหิวาตกโรคระบาดจนต้องประกาศภาวะภัยพิบัติทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านอย่างมาลาวี

หลังจากนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนเพื่อหาสาเหตุของภัยแล้งก็ได้คำตอบว่าภาวะโลกรวนไม่ได้มีผลมากนักต่อปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อยในช่วงเดือนธ.ค. ถึงเดือนก.พ. แต่ให้น้ำหนักกับปรากฏการ์เอลนีโญมากกว่าเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเข้ามาในมหาสมุทรแปซิฟิกส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในหลายพื้นที่

ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดรุนแรงที่สุดเมื่อเดือนธ.ค. ส่งผลให้ฝนตกน้อยมากทั่วตอนใต้ของทวีปแอฟริกา การที่ทั่วโลกอุ่นขึ้นและภัยแล้งรุนแรงเช่นนี้มักเกิดขึ้นทุกๆ 10 ปี แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าความแห้งแล้งจะรุนแรงขึ้นเป็น 2 เท่าในปีที่เกิดปรากฏการ์เอลนีโญ

ด้าน น.ส.จอยซ์ คิมูไท นักวิจัยจากวิทยาลัยอิมพีเรียล ลอนดอนกล่าวว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วหลายๆ กรณีเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่วนความแห้งแล้งทางตอนใต้ของแอฟริกาเป็นตัวอย่างที่พบได้ยากมากซึ่งเป็นผลจากเอลนีโญเป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชี้แอฟริการ้อนจัดเป็น “ฝีมือมนุษย์” มาลีระอุ 48 องศาฯ ผงะวันเดียวเซ่นร้อยศพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...