โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่าจนมงฯ เคลื่อน เฌอเอม เปิดใจไม่เข้ารอบ 20 มิสแกรนด์ฯ แต่แฟร์แล้ว ลั่น จะกลับไปนอน

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 พ.ค. 2566 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2566 เวลา 04.16 น. • The Bangkok Insight

ดราม่าจนมงฯ เคลื่อน เฌอเอม เปิดใจครั้งแรก หลังไม่เข้ารอบ 20 มิสแกรนด์ฯ แต่แฟร์แล้ว ที่ได้ยืนบนเวทีอันทรงเกียรติ จากนี้จะกลับไปนอน

จากกระแสดราม่า เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์ลำพูนจนส่งผลให้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนรอบตัดสินมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 เจ้าตัวทำได้ดีที่สุดด้วยการคว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์ขวัญใจเชียงใหม่ ไปครอง แต่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบ 20 คน ล่าสุด เฌอเอม ออกมาเปิดใจผ่านเพจ Lady Society เป็นครั้งแรกว่า

“จริง ๆ ก็ภูมิใจค่ะ เพราะว่าเรานึกว่าเราจะหยุดที่รองหนึ่งลำพูน แต่เราก็บังเอิญได้มาถึงจุดนี้ แล้วระหว่างทางก็เจออะไรมากมาย ที่รู้สึกว่ามันมีค่า แล้วก็เจอความสามารถที่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายของ การเดินที่อาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ดีขึ้นมาก และที่สำคัญก็คือเราได้รับกำลังใจจากคนลำพูนเยอะจริง ๆ ซึ่งเอมไม่เคยคิดเลยค่ะ ว่าเราจะสามารถทำประโยชน์ได้มากขนาดนี้ แล้วมันทำให้คนที่เสียเซลฟ์ในการหางานประจำทำ รู้สึกว่ามั่นคงมากขึ้น คือเรากล้าจะออกจากกรอบแล้วทำสิ่งใหม่ ๆ เพราะจริง ๆ แล้วหนูเป็นนางแบบมาตลอด คนอาจจะคิดว่ามันเป็นอาชีพที่ดีแล้ว ให้เป็นดาราต่อ ให้เป็นนางงามต่อ แต่หนูอยากทำงานทั่วไปมาตลอดเลยค่ะ หนูอยากเรียนปริญญาโท หนูอยากทำงานเกี่ยวกับชุมชนมาตลอด หนูเพิ่งมากล้าทำมันจริง ๆ ก็ปีนี้ ขอบคุณเวทีมิสแกรนด์มากจริง ๆ”

“ถามว่าอะไรทำให้เราตัดสินใจกลับมายืนบนเวทีนางงามอีกครั้ง จริง ๆ มันก็หลายเหตุผลนะคะ ก็มองว่าเผื่อมีรายได้ด้วยส่วนหนึ่ง อยากแก้ความเข้าใจผิดก็ส่วนหนึ่ง แล้วหลัก ๆ คือคาใจค่ะ ไม่อยากให้มันจบลงไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย พอเรารู้สึกว่าเรายังมีโอกาสก็ควรจะลองดู อย่างน้อยเราอาจจะเหมาะไม่เหมาะยังไง แต่เราได้ทำแล้ว อย่าให้ชีวิตมีคำว่าถ้าตอนนั้นค่ะ”

“อย่างล่าสุดก็เพิ่งมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ปี 2019 ออกมาพูด ว่าตอนนั้นเรายังไม่ได้รู้คำตอบก่อน ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปีนั้นถึงไม่พูด กว่าที่หลาย ๆ อย่างจะเปิดเผย คนก็เข้าใจผิดเกี่ยวกับเราไปเยอะแล้ว ซึ่งบางทีมันอคติต่อคนรอบตัว ต่อคนที่เรารักด้วย เอมรู้สึกว่าใครจะอะไรกับเอม เอมไม่สนใจ ไม่สำคัญ แต่เราไม่อยากเห็นคนที่เรารัก ถูกทำร้ายเพราะว่าเขารู้จักกับเรา”

“อันนี้หนูพูดตรง ๆ นะ การจะมาเสียใจ มันอาจจะเป็นวูบแรก แต่วูบต่อไปคำถามก็คือคุณเป็นใคร คุณเป็นใครถึงมาพูดแบบนี้ มันก็เป็นความโกรธขึ้นมาแล้ว แต่สุดท้ายแล้วคนเขาต้องรู้จักเรามากแค่ไหน ถึงจะให้เกียรติเรา ต้องรู้จักเรามากแค่ไหนถึงจะรักเรา ถ้าเขาเกลียดเรา นั่นคือเพราะทั้งหมดที่เขารู้ ก็หมายความว่าเขาไม่ได้ตัดสินใจผิดค่ะ แต่เขารู้จริงแค่นั้น”

อยากบอกอะไรกับหลายคนที่คิดว่าเราทำพลาดอีกครั้ง เหมือนครั้งก่อน ?

“จริง ๆ มันก็แตกต่างค่ะ ต้องเรียกว่ามันมีระเบียบของมัน แม้ว่าไทม์มิ่งบางอันมันอาจจะกะทันหันนิดหนึ่ง แต่เอมก็รู้สึกว่า บอสมีการตัดสินใจที่ดี แล้วเอมก็เคารพการตัดสินของกรรมการ ที่สำคัญคือเขามีโอกาสให้เราเลือก การมีสิทธิ์เลือกเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แล้วถ้าเลือกแล้ว เราก็ต้องรู้ผลของมัน หนูก็ไม่ได้ผู้สึกอะไรนะ พูดตรง ๆ หนูรู้สึกว่าแค่นี้เขาก็แฟร์กับเอมมากแล้ว ที่เอมได้ยืนบนเวทีอันทรงเกียรตินี้จนวินาทีสุดท้าย หลังจากที่เอมเคยโดนกระทำในที่ลับมานาน เขาทำทุกอย่างในที่สว่าง สังคมรู้ทุกคนรู้ อันนี้คือเอมเคารพการตัดสินใจขององค์กรแกรนด์มาก”

หลายคนเสียดายเรา รู้สึกยังไง ?

“จริงๆ มันก็อาจจะมีสิทธิ์ค่ะ แต่เอมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ตำแหน่ง เขาเหมาะสมมาก ๆ แล้วนะคะ แล้วอีกอย่างชีวิตเราไม่ได้จบแค่เวทีแกรนด์ค่ะ แม้ว่าวันนี้เราอาจจะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง แต่เอมคิดว่าต่อไป เอมจะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะมาก ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอม เป็นประโยชน์กับสังคม หรือจริง ๆ อาจจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยค่ะ แต่มันเป็นบางอย่างที่เราสบายใจ และคนอื่นมีความสุข อย่างการแต่งคอสเพลย์ การเขียนนิยายอะไรแบบนี้ หนูว่าการได้ทำสิ่งที่ชอบในชีวิต มันทำให้ชีวิตของคนเรามันสมบูรณ์”

เสียดายไหมอีกนิดเดียวจะถึงมงแล้ว ?

“ไม่เลย ไม่เลยจริง ๆ ไม่ใช่เพราะเอมไม่เห็นคุณค่าของมงกุฎนะคะ แต่เอมมีความรู้สึกว่าหลาย ๆ อย่าง ที่เราคิดว่าเราอยากก้าวข้ามมัน เราก้าวผ่านมาได้แล้ว ส่วนเรื่องของศาสนา หนูก็เข้าใจการตัดสินใจของบอส แล้วหนูก็รู้สึกว่า ในเมื่อความต้องการมันไม่มิกซ์กัน เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกหนทางที่มันเป็นประโยชน์กับองค์กร อย่างที่บอกว่าการที่เอมยังอยู่ที่นี่ มันแฟร์กับเอม ก็แปลว่าเขาได้ให้พื้นที่เอม อย่างที่เขาสมควรจะให้แล้ว เราไม่มีอะไรที่จะต้องพูดมากกว่านั้น นอกจากขอบคุณ”

“จริง ๆ หนูไม่ใช่คนที่อยากเป็นนางงามมากมาตั้งแต่ต้น หนูชอบคอนเซ็ปต์ของเวทีนางงาม การได้มาชาเลนจ์หลาย ๆ อย่าง มันทำให้เรารู้สึกสนุก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวทีกับชุมชน การพรีเซนต์ของท้องถิ่น แม้แต่การตอบคำถาม ความพาราด็อกของเวทีที่ขายความสวย แต่ก็อยากจะขนาดในเวิลด์ซิตี้ มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่พอเราลองทำมาถึงจุดหนึ่ง มันก็เหมือนอาหารที่เราทานบ่อย มันมีความรู้สึกว่า วันหนึ่งเราจะคิดถึงนะ แต่วันนี้อาจจะไม่ใช่ อาจจะเปลี่ยนไปทานอย่างอื่นก่อน

ส่วนเรื่องมายด์เซ็ตจริง ๆ เอมว่ามันไม่ต้องสานต่อค่ะ เพราะมันอยู่ในธรรมชาติของเรา มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกกับทุก ๆ เรื่องในชีวิต คือมันอาจจะมีคนบางคน ที่มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นเรื่องประมาณนี้ เขาจะไม่พูดอะไร เอมก็มีเรื่องที่เอมไม่พูดอะไร แต่เอมก็มีเรื่องเอมสนใจจะพูด ซึ่งพอมันอยู่ในธรรมชาติของเรา เราไม่จำเป็นต้องพยายามที่จะสานต่อมัน”

หลังจากนี้เส้นทางนางงามของเราจะไปต่อยังไง ?

“หนูพูดตรง ๆ นะ หนูชอบนอน (หัวเราะ) คือบางทีเราอาจจะไม่ได้ทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ว่าเราต้องเลือกทำบางอย่างในบางช่วง เพื่อจะทำเป้าหมายให้รู้เรื่อง ซึ่งหนูก็นอนน้อยมา 1 เดือน แต่ว่ามันก็ลุล่วงแล้ว ต่อจากนี้ หนูก็จะกลับไปนอนค่ะ แล้วก็ทำงานอื่น”

“วันนี้เอมไม่ได้มีมงกุฎอะไร ยากเว้นมงฯ ขวัญใจเชียงใหม่ ที่อันนั้นเอมภูมิจริง ๆ เพราะพี่ ๆ ชาวปกาเกอะญอก็มาเชียร์ด้วย แต่เอมรู้สึกว่าหลาย ๆ อย่างที่เราพูด ทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมขึ้นมาในประเด็น ในเวทีนางงามมันไม่ถูกตั้งเป็นคำถามรอบรองไฟนอลด้วยซ้ำ แต่มันกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดถึง แล้วตระหนักดูว่าเราอาจจะไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันสำคัญ หนูว่าหนูก็คุ้มแล้วนะ เพราะเราอยากเปลี่ยนวงการนางงาม อยากทำให้สังคมกระเพื่อม เราก็กระเพื่อมแล้ว แม้ว่าเท้าเรายังติดดินอยู่”

อยากฝากอะไรถึงแฟนคลับบ้าง ?

“จริง ๆ ก็ดีใจค่ะ เพราะคนรักในตัวเอม เอมยินดี แต่เอมอยากให้คนรักในสิ่งที่เอมพูด เรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของชนชาติพันธุ์ เรื่องของจังหวัดลำพูนเอง หรือว่าการเปิดกว้างทางศาสนาก็ตาม การที่คนเราหันมาเปิดรับในสิ่งเหล่านี้ มันทำให้ประเทศไทยน่าอยู่”

“จากนี้ว่าจะกลับไปสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ที่ลำพูนค่ะ เพราะว่ามีความสนใจอยากเรียนปริญญาโทมนุษยวิทยา แล้วก็อยากทำแพลตฟอร์ม เพื่อนำสินค้าในจังหวัดลำพูนหรือชุมชนชาติพันธุ์อื่น ๆ มาขาย ขายทั้งสินค้าและคอนเซ็ปต์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปินเหล่านี้ให้มันอยู่ต่อไป อันนี้เป็นความสนใจส่วนตัว จริง ๆ แล้วเอมก็คิดว่าพีดีจะช่วยสนับสนุนเอมได้เต็มที่ ที่สำคัญก็คือเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการประกวด หรือแม้แต่คนที่สนับสนุนในลำพูน เราก็จะไปทำงานต่อเรียนต่อ ให้มันคุ้มกับที่เรามาทางนี้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...