ทับทิม อัญรินทร์ เคลียร์ดราม่า! จบด็อกเตอร์ แต่ชาวเน็ตไม่เคยเห็นไปเรียน?
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 เม.ย. 2566 เวลา 00.54 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2566 เวลา 00.46 น. • The Bangkok Insightทับทิม อัญรินทร์ เคลียร์ดราม่า! จบด็อกเตอร์ แต่ชาวเน็ตไม่เคยเห็นไปเรียน? ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด เพราะส่วนใหญ่เวลาเรียนออนไลน์ เรียนที่บ้านกับเรียนที่กองละคร
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน สำหรับ ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ ทั้งสวย ทั้งเก่งสุด ๆ ครบเครื่องเลยทีเดียว นางเอกสาวที่มีผลงานให้แฟนละครได้ติดตามกันมาตลอด แถมเรื่องโปรไฟล์ก็แน่น มีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์มาให้ครอบครัวภูมิใจด้วยกันไปหมาด ๆ เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา
- ‘มดดำ คชาภา’ โผกอด ‘แบมแบม GOT7’ ในที่สุด! ได้เจอตัวจริงกันสักที
- มาแล้ว! เปิดโพสต์แรก ตงตง กฤษกร หลังแฟนสาว เบส ลบรูปคู่-อันฟอล IG
- พระเอกช่อง 3 ควง นางเอกซุป’ตาร์ ออกเดทหวาน ไม่มีรูปคู่ แต่รู้เลยว่าไปด้วยกัน
ทับทิม อัญรินทร์ เคลียร์ดราม่า! จบด็อกเตอร์ แต่ชาวเน็ตไม่เคยเห็นไปเรียน?
ล่าสุด ทับทิม อัญรินทร์ ได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ โต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา งานนี้เจ้าตัวก็ขอเคลียร์ดราม่า หลังมีคนสงสัยว่า ทำไม? เป็นด็อกเตอร์ แต่ไม่เคยเห็นไปเรียนเลย พร้อมเผยชีวิตหลังโบกมือลาช่องเก่า เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัว
13 ปี กับบ้านหลังใหญ่วิกหมอชิต?
ถือว่าเป็นบ้านหลังแรกของวงการละคร เรื่องเซ็นสัญญาตั้งแต่อายุ 18 ก็ได้อยู่ยาวนานมา ซึ่งเรื่องแรกก็ไปเป็นนางเอกเลย แต่เราอยากเล่นร้ายมากกว่า เพราะว่ามีอะไรให้มันท้าทายได้ลองทำ
ตัดสินใจนานไหมที่ออกมาเป็นอิสระ?
นานมากค่ะ หนูคิดนานมากเลย เพราะมีความรู้สึกว่าถ้าเราจะตัดสินใจทำอะไรอย่างนึงในช่วงชีวิต มันเป็นอะไรที่ก้าวใหญ่สำหรับหนูมาก เพราะฉะนั้นหนูใช้เวลาคิดนานนะ ปรึกษากับคนที่บ้าน ครอบครัว และพี่ ๆ เพื่อน ๆ ผู้ใหญ่วงการหลายคนมาก แล้วก็มาดูแล้วว่า ด้วยช่วงวัยตรงนี้เราอยากจะทำอะไร และจะไปทางไหนต่อ แล้วสิ่งที่เราอยากได้ คืออยากได้ความก้าวหน้าทางด้านงานละคร เราก็เลยคิดว่า โอเค มันน่าจะถึงเวลาของเราแล้วที่จะเป็นนักแสดง
มันท้าทายมากขนาดไหน?
หนูไม่เคยกังวลเลยว่าจะรุ่งหรือร่วง เพราะว่าตั้งแต่ที่ทำงานตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ที่ผ่านมาหนูมีความสุขทุกวันทุกปี แต่ทุกวันที่ผ่านมามันคือการก้าวเดินไปข้างหน้าของหนูเสมอเลย ซึ่งปีนี้ก็เหมือนกัน หนูคิดว่ามันเป็นก้าวใหญ่มากสำหรับหนู
ตั้งแต่ก้าวออกมามันเป็นตามที่หวังไหม?
มันก็เป็นไปตามที่หนูต้องการ หนูแฮปปี้ หนูมีความสุข หนูได้ทำอะไรใหม่ ๆ เยอะมาก ได้พบเจอกับนักแสดงใหม่ ๆ กลุ่มใหม่คนใหม่ ก็ถือว่าได้เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ว่าโลกนี้มันมีอะไรกว้างมากที่เรายังไม่เคยเจออีกนะ
เป็นอิสระไปได้ทุกช่องเลยไหม และทำอะไรบ้าง?
สามารถไปได้ทุกช่องเลยค่ะ ตอนนี้ก็ได้รับบทบาทใหม่ ๆ ปะทะอารมณ์กับ พี่กิ๊ก สุวัจนี ในเรื่องสะใภ้จีน สนุกมากค่ะ ทุกคนเต็มที่มาก แล้วก็แฮปปี้ ได้ร่วมงานกับนักแสดงคุณภาพแบบนี้
ได้พัฒนาฝีมือของเราบ้างไหม?
หนูว่าได้พัฒนาเยอะมากค่ะ อย่างตอนนี้ก็ได้รับบทบาทหน้าที่พิธีกร ถือว่าได้เริ่มทำตั้งแต่การคิด concept รายการ หาแขกรับเชิญ ทุกอย่างเป็นตัวหนูหมดเลย และได้เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย
อยากเล่นละครบทไหนอีกบ้าง?
มันยังมีอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นบทแฝด หรือที่เป็นแบบโรคจิต หรือคนบ้า หรือเป็นเด็กพิเศษ ไม่เคยเล่น เพราะเราอยากทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำจริ งๆ อยากท้าทาย
เรียนจบด็อกเตอร์ตอนอายุ 33 เป็นเด็กเรียนเก่งมาก?
เราจบปริญญาเอกด้านการจัดการ ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเลือกมหาวิทยาลัยเยอะมาก แต่ตัดสินใจที่เป็นฟิลิปปินส์ เพราะว่าเราอยากไปภาษา และก่อนหน้านั้นเรามีโอกาสได้ไปรับรางวัล และคนที่นั่นน่ารักมาก ต้อนรับเรามากๆ เลย เราก็เลยอยากที่จะไปเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นั่น รวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่าย มันก็ไม่ได้สูงมากขนาดนั้น ซึ่งเราใช้เวลา 2 ปีครึ่งในการเรียน ซึ่งตั้งแต่เรียนมา เราไม่ได้ไปแตะมหาวิทยาลัยเลย เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด ไปอีกทีคือรับปริญญาเลย
เกิดดราม่าว่า ไม่ได้เรียนแต่ทำไมได้รับปริญญา?
หนูเห็นเหมือนกันที่แท็กมา ซึ่งก็เข้าใจว่าเขาไม่ได้เห็นกับเราในตอนที่เราเรียน เพราะส่วนใหญ่เวลาเรียนออนไลน์ เราเรียนที่บ้านกับเรียนที่กองละคร แต่ถ้าพี่กองละคร พี่ทีมงาน อาจจะพอเห็นบ้าง เพราะถ้าเราไปพรีเซนต์งาน แล้วจะบอกทีมงานเอาไว้เลยว่า หนูขอเวลาสัก 2 ถึง 3 ชั่วโมง จัดให้หน่อย ไปถ่ายคนอื่นก่อน แล้วให้เราไปพรีเซนต์งาน ซึ่งเราก็พรีเซนต์อยู่บนรถ อย่างตัวเมืองไทยก็ไม่จำเป็นต้องไปมหา'ลัยตลอด ส่วนใหญ่ก็จะเรียนและมีส่งงาน
เกือบไปไม่รอดเหมือนกัน?
เกือบเรียนไม่จบตามระยะเวลาที่เขากำหนดมา เพราะว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งโควิดมันเริ่มดีขึ้น คิวงานทุกอย่างมันอัดรวมกัน ซึ่งเป็นช่วงที่เราจะต้องทำดุษฎีนิพนธ์ จะต้องเริ่มทำเล่มแล้ว เราก็มีความรู้สึกว่ามันใช้เวลาเยอะมาก มันไม่น่าจะไหวพร้อมกันทีเดียว เราก็เลยตั้งใจขอที่จะหยุดก่อน แล้วค่อยกลับไปเรียนต่ออีกทีนึง
ปรากฏว่าไปคุยกับอาจารย์ อาจารย์น่ารักมาก บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวดูให้ ผ่านไปอาทิตย์นึงอาจารย์บอกลงทะเบียนไปให้เรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นไร อาจารย์ว่าหนูทำได้ ซึ่งถ้าเชื่อมั่นในศักยภาพของเรา เราก็ต้องโชว์และมีโอกาสได้จบพร้อมเพื่อนในรุ่นเดียวกัน
ขอบคุณ : anyarinsweet
อ่านข่าวเพิ่มเติม