โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กทม.เฝ้าระวัง “ไวรัสมาร์บวร์ก”

INN News

เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 04.22 น. • INN News

กทม.เตรียมพร้อมติดตามเฝ้าระวัง "ไวรัสมาร์บวร์ก" แนะปชช.สวมหน้ากาก เว้นระยะห่างเป็นการป้องกัน

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก (Marburg Virus Disease) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กรุงเทพมหานคร โดย สนพ.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ติดตาม เฝ้าระวัง สังเกตผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายน่าสงสัยที่เข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศอิเควทอเรียลกินีและประเทศใกล้เคียงในทวีปแอฟริกาตะวันตก

โดย กทม.ได้เตรียมพร้อมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งแนวทางการส่งตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการให้กับกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ป่วยที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และอาการที่มีความคล้ายเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้เป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

มีอัตราการป่วยเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 88 เป็นไวรัสในสกุลเดียวกับไวรัสอีโบลา สำหรับอาการของโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก เป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ เลือด และอุจจาระ เช่นเดียวกับไวรัสอีโบลา พบไวรัสในค้างคาวและแพร่เชื้อมาสู่คน โดยระยะการฟักตัวของโรค 2 - 21 วัน มักจะแสดงอาการในระยะเวลา 7 วัน เช่น ไข้สูง อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกตามอวัยวะ ท้องร่วง จากนั้นจะเสียชีวิต

โดยโรคนี้ยังไม่มียา หรือวัคซีนรักษา จะใช้การรักษาตามอาการของโรค อย่างไรก็ตาม การป้องกันยังใช้ตามหลักของโรคติดเชื้อโควิด 19 คือ การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและล้างมือ รวมทั้งเตรียมจัดทำสื่อความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก อาการ ช่องทางการติดต่อ และการป้องกันโรค ซึ่งประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารสุขภาพผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ กทม.เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถเฝ้าระวังป้องกันตนเองและลดความวิตกกังวล

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...