โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมียเก่าแฉยิบ ปม ด.ต.แค้นเจอหลอกหมดตัว เคยถูก 'พ่อตา' จ้างคนมายิง 2 ครั้งแต่รู้ก่อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 เม.ย. 2566 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2566 เวลา 16.05 น.

เมียดาบตำรวจปืนโหด แฉปมสามีแค้นใจสุดๆ ถูกผู้ใหญ่รงค์ (พ่อตา) จีบมาเป็นลูกเขยคอยคุ้มครอง ก่อนหลอกขายที่ดินหมดตัว ไล่ออกจากบ้าน กีดกันรักกับลูกสาว ทำชีวิตพัง เผยเคยเล่าให้ฟังว่าพ่อตาวางแผนกำจัดจ้างมือปืนจะยิง 2 ครั้ง แต่เรื่องแดง เพราะมือปืนเป็นญาติมาบอก สุดท้ายเครียดจัดหายตัวไปก่อเหตุสลด

ความคืบหน้ากรณี ด.ต.อรรถพร วิเชียร อายุ 46 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมพวกรวม 4 คนใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาวุธปืนลูกซองยิงถล่มบ้านพักในสวนปาล์ม ต.กะเปา อ.คีรีรัฐนิคม และมีการยิงต่อสู้กันมีผู้เสียชีวิตรวม 4 ศพ มีนายธรรมรงค์ นิลนิยม หรือผู้ใหญ่รงค์ อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บางงอน อ.พุนพิน นางนิลทิพย์ ปาลคะเชนทร์ หรือ แตง อายุ 49 ปี ภรรยา นายพรศักดิ์ เพชรชู หรือผู้ใหญ่กรอก อายุ 56 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ต.ท่าขนอน ญาตินางนิลทิพย์และนายธรรมรัตน์ วิเชียร อายุ 48 ปี พี่ชาย ด.ต.อรรถพร เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 8 เมษายน

ต่อมาพบผู้เสียชีวิตรายที่ 5 นายอรรพล หรือบาส วิเชียร อายุ 25 ปี ลูกชาย ด.ต.อรรถพร กับภรรยาคนแรก ถูก ด.ต.อรรถพร ยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.และพบศพรายที่ 6 น.ส.พนิดา หรือตั๊ก นิลนิยม อายุ 34 ปี ภรรยาคนที่ 2 ถูก ด.ต.อรรถพร ยิงกรอกปากด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.ในห้องพักลีลาวดีรีสอร์ท ต.ท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม และติดตามจับกุมนายมานพ ว่างงาน อายุ 57 ปี ชาว อ.คีรีรัฐนิคม 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ทับปุด จ.พังงา นั้น

เมื่อวันที่ 11 เมษายนนางวัชรี อายุ 51 ปี อดีตภรรยาคนที่ 2 ของ ด.ต.อรรถพร เปิดเผยที่บ้านใน อ.คีรีรัฐนิคม ถึงปมปัญหามูลเหตุความขัดแย้งอย่างรุนแรง ของ ด.ต.อรรถพร กับ นายธรรมรงค์ หรือผู้ใหญ่รงค์ จนเกิดเหตุบานปลายมีการยิงถล่มต่อสู้กันมีผู้เสียชีวิตในบ้านผู้ใหญ่รงค์ 4 ศพและพบมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายหลังอีก 2 ศพ รวมทั้งหมด 6 ศพ ว่า

ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่รงค์ เข้ามาตีสนิทตั้งแต่ ด.ต.อรรถพร อยู่กินสามีภรรยากับตนหลายๆครั้ง ทั้งที่รู้ว่า ด.ต.อรรถพร มีตนเป็นเมียแต่เพราะอยากได้สามีตนเป็นไปลูกเขยเพื่อคอยคุ้มครอง เนื่องจากผู้ใหญ่รงค์มีนิสัยเหมาะสมจึงไม่อยากให้มีใครมาทำร้าย และทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่า น.ส.พนิดา หรือตั๊ก ลูกสาวผู้ใหญ่รงค์เพิ่งแต่งงานมีสามีชื่อน้องตั้มไปออกงานต่างๆ และอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่รงค์ด้วยกัน

นางวัชรี กล่าวว่า ได้มีการวางแผนว่าน้องตั้มเป็นคนติดยาและไล่ลูกเขยออกจากบ้าน แล้วผู้ใหญ่รงค์แต่งห้องบนบ้านใหม่ให้สามีตนไปอยู่ด้วยและให้อยู่กินกับ น.ส.พนิดา แทนลูกเขยคนเก่า โดยนางนิลทิพย์ หรือ แตง ภรรยาคนที่ 2 ผู้ใหญ่รงค์(แม่เลี้ยงน.ส.พนิดา) มาเล่าให้ตนฟังหมดเนื่องจากถูกผู้ใหญ่รงค์ทำร้ายและเป็นผู้วางแผนให้สามีตนได้กับลูกสาว

“จากนั้นทั้งผู้ใหญ่รงค์กับสามีตน ได้มาเจรจาให้ตนเลิกร้างกันโดยต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องรับผิดชอบลูกสาวผู้ใหญ่ และให้ ด.ต.อรรถพร รับผิดชอบครอบครัวทางนี้ซึ่งตนก็ไม่ได้ยอมอะไรและพูดไม่ออก เพราะสามีตนไปจดทะเบียนกับลูกสาวผู้ใหญ่รงค์แล้ว

แต่ต่อมา ด.ต.อรรถพร ได้กลับมาขายที่ดินมรดกข้างบ้านเป็นตลาดนัด ได้เงินประมาณ 3 ล้าน นำเงินไปลงทุนกับผู้ใหญ่รงค์ทำสวนปาล์ม และกู้สหกรณ์ตำรวจอีก 2 ล้านเอาไปทบอีก แต่ไม่เคยเห็นอะไรกลับมา อีกทั้งยังกลับมาขายที่อีก 1 แปลง 2 ล้านก็ยังไม่ได้เคยเห็นสวนปาล์มของ ด.ต.อรรถพร หรือส่วนแบ่งตามที่ผู้ใหญ่รงค์พูดเลย ” นางวัชรี กล่าว

นางวัชรี กล่าวว่า ต่อมาทราบว่าทั้งคู่เกิดระหองระแหงกัน โดยผู้ใหญ่ธรรมรงค์กล่าวหาว่า ด.ต.อรรถพร จะไปฮุบเอาสมบัติและไล่ ด.ต.อรรถพร ออกจากบ้านทั้ง 2 หลัง ยังไปแจ้งความว่า ด.ต.อรรถพร ร่วมมือกับคนอื่นจะเอาที่ดิน

ซึ่งต่อมา ด.ต.อรรถพร กลับมาที่บ้านได้เล่าให้กับตนฟังว่า ไม่เหลืออะไรแล้วครอบครัวและชีวิตนี้พังหมดแล้ว

นอกจากนี้ ด.ต.อรรถพร ทราบว่า ถูกทางผู้ใหญ่รงค์จ้างมือปืนให้มาฆ่าถึง 2 ครั้ง แต่มือปืนทราบว่าเป็นญาติกันจึงนำเรื่องมาเล่าให้ฟังจนเครียดมากสูบบุหรี่จัด เป็นสาเหตุให้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้นมาซึ่งรับรองไม่มีเรื่องยาเสพติดแน่นอน

นางวัชรี กล่าวอีกว่า ปกติ ด.ต.อรรถพร ชอบช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนรักครอบครัวไม่ชอบให้ลูกลำบาก ไม่คาดคิดเลยว่าจะก่อเหตุขึ้น เพราะชอบอยู่กับธรรมชาติปลูกต้นไม้ เป็นคนใจดีมีคนเช่าที่ขายของไม่เงินจ่ายก็ไม่เก็บเงินเป็นสิบปีก็มี เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องคับแค้นใจจากความเครียด คิดว่าถ้าไม่สุดๆแล้วคงไม่ทำ แต่ฝ่ายโน้นทำให้เขาหมดตัวไม่มีเหลือ ซึ่งไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุเขายังพูดกับหลานว่า อย่าดื้อกับย่านะ จนตนเอะใจว่าทำไมอดีตสามีพูดแบบนี้ และมีสภาพเหมือนคนหมดกำลังใจเครียดนอนไม่หลับสูบบุหรี่จัดและออกจากบ้านไปหลายวันก่อนเกิดเหตุ

ด้านนายชนินทร์ เพชรศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ ด.ต.อรรถพร ได้เข้ามอบตัวสู้คดีมากกว่าที่จะคิดหลบหนีไปเรื่อยๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...