โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘โพธิ์’ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ คนกราบไหว้มากที่สุดในโลก วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 05.00 น.

โพธิ์’ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ คนกราบไหว้มากที่สุดในโลก วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ รายงาน

ต้นโพธิ์ใหญ่ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหโพธิล้อมรอบด้วยระเบียงคดซีเมนต์ที่น่าเปลี่ยนเป็นไม้ (ภาพโดย พงษ์ศักดิ์ โพธิ์งาม)

วัดต้นโพธิ์ มีต้นโพธิ์เป็นศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังสร้างความเคลื่อนไหวทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นด้วย “สตอรี่”ต่างๆ

ปัญหาอยู่ที่ชุมชนไม่แข็งแรงทางการบริหารจัดการ แต่กระทรวงวัฒนธรรมอ่อนแอเรื่องคำอธิบายที่บอก “สตอรี่” และไม่กระตือรือร้นจะศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมให้ “อัพเดต” (แต่ขยันใช้งบประมาณจัด “อีเวนต์”) จะยกตัวอย่างดังนี้

1. ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีคนกราบไหว้มากที่สุดในโลก

  1. ต้นโพธิ์ที่วัดต้นโพธิ์มีขนาดใหญ่ที่สุดต้นหนึ่งในประเทศไทย และมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก

3. วิหารคดไม้ที่ล้อมรอบต้นโพธิ์มีแห่งเดียวในไทย แม้รื้อหมดแล้ว ยังมีภาพเก่ายืนยัน และสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมก็ได้ (แต่ไม่สนใจ)

4. ต้นโพธิ์เป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานโบราณคดีจากที่ต่างๆ ของเมืองมโหสถที่ถูกทิ้งร้าง ได้แก่ ศิลาจารึก, พระพุทธรูป, ศิวลึงค์ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้หลายอย่างปัจจุบันกรมศิลปากรเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

5. สตอรี เกี่ยวกับต้นโพธิ์ มีไม่น้อย ได้แก่

ต้นโพธิ์อยู่บนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และบริเวณวัดต้นโพธิ์เป็นที่ตั้งศาสนสถานของ เมืองมโหสถเมื่อ 1,500 ปีมาแล้ว

ดงศรีมหาโพธิ์ในพระราชพงศาวดารได้ชื่อจากต้นโพธิ์ที่วัดต้นโพธิ์

พระเจ้าตากยกไพร่พลจากอยุธยาผ่านดงศรีมหาโพธิ์ไประยอง–จันทบุรี

ลาวพวน สร้างวัดต้นโพธิ์ เพราะถูกกวาดต้อนสมัย ร.3 จากลุ่มน้ำโขง–เวียงจันท์–หนองคาย–อุดรธานี มาตั้งถิ่นฐานอยู่ดงศรีมหาโพธิ์

จุดบั้งไฟลาวพวนมีประเพณีจุดบั้งไฟที่วัดต้นโพธิ์เพื่อขอฝนเดือน 5 หน้าแล้ง พบหลักฐานในพระราชหัตถเลขา ร.5

ดงศรีมหาโพธิ์ ปราจีนบุรี

วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ชาวบ้านทั่วไปเรียกสั้นๆ ว่าวัดต้นโพธิ์ฯ สร้างขึ้นปลายแผ่นดิน ร.3 ระหว่าง พ.ศ. 2380-2390 (หรือหลัง พ.ศ. 2380 และก่อน พ.ศ. 2391) อยู่ในดงศรีมหาโพธิ์ ได้ชื่อจากโพธิ์ต้นหนึ่ง เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านทั้งใกล้และไกล ร.5 มีพระราชหัตถเลขา (พ.ศ. 2451) ความว่า

“ดงศรีมหาโพธิ์นี้ ได้ชื่อจากต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ซึ่งว่าเป็นโพธิ์เก่าแก่ เป็นที่นับถือสักการบูชา”

โพธิ์นั้นตั้งอยู่บนโนน แต่คนแก่เขาบอกว่าไม่ใช่โนน เป็นทรายที่คนนับถือไปบูชา กองพอกๆ ขึ้นไปจนเป็นโนนสูงสัก 6 ศอกเศษ”

ระเบียงคดไม้รอบต้นโพธิ์ (มีแห่งเดียวในประเทศไทย แต่ถูกทำลายหมดแล้ว)ที่วัดต้นโพธิ์ฯ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี มีผู้บันทึกว่าโพธิ์ต้นนี้แตกหน่อแผ่กิ่งก้านโดยรอบประมาณ 50 เมตร ขนาดรอบลำต้นประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร (รูปเก่าก่อน พ.. 2511)

จุดบั้งไฟนมัสการต้นโพธิ์

วัดต้นโพธิ์ฯ สมัย ร.5 มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว คือ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิฯ และพระบาทจําลอง

ถึงฤดูเดือนห้าของทุกปี มีงานนมัสการต้นโพธิ์และพระบาทจําลอง และมีจุดบั้งไฟกับดอกไม้เพลิง มีติดตลาดนัดซื้อขาย 2-3 วัน ร.5 มีพระราชหัตถเลขาเล่าว่า

ฤดูเดือนห้า ราษฎรพากันไปไหว้ต้นโพธิ์และพระบาท มาแต่ไกลจากเมืองพนมสารคาม ท่าประชุมและที่อื่นๆ เป็นตลาดนัดซื้อขายจอแจกัน 2 วัน 3 วัน และมีดอกไม้เพลิงบ้องไฟ เป็นต้นมาจุดในการนักขัตฤกษ์นี้”

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนมีวัดต้นโพธิ์ฯ

บริเวณวัดต้นโพธิ์ฯ เป็นที่ดอน หรือโนน และเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก่อน แต่รกร้างไปนานแล้ว เหลือแต่ต้นโพธิ์ใหญ่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีคนเคารพกราบไหว้สืบมา จึงยังเป็นที่รู้จักในชื่อดงศรีมหาโพธิ์

เมื่อมีชุมชนคนพวนถูกกวาดต้อนมาตั้งหลักแหล่ง สมัย ร.3 จึงร่วมกันสร้างวัดต้นโพธิ์ฯ ทับซ้อนบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีมาก่อน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตรงวัดต้นโพธิ์ฯ น่าจะมีทับซ้อนหลายยุคหลายสมัย ดังนี้

พระพุทธรูปแบบทวารวดี เศียรขาด เดิมวางอยู่โคนต้นโพธิ์ ชาวบ้านเมื่อ 80 กว่าปีมาแล้วเรียก “อีหลั่นฟ้า” เพราะคิดว่าเป็นรูปปั้นหญิง ต่อมาถูกขโมยไป แล้วตามคืนได้ (ปัจจุบันเก็บไว้ในคลังของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี)

ศิลาจารึกเนินสระบัว ขนจากสระบัวล้าไปพิงไว้โคนต้นโพธิ์ ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ . ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ภาพนี้ถ่ายไว้ก่อน พ.. 2508 (ภาพจากหนังสือประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3 คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และโบราณคดี สํานักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เมื่อ พ.. 2508)

ชิ้นส่วนพระพุทธรูปแบบทวารวดี วางพิงไว้โคนต้นโพธิ์ (ภาพถ่ายเมื่อ พ..2511)

การค้าโลก หลัง พ.. 1000

สมัยการค้าโลก (วัฒนธรรมทวารวดี) มีชุมชนและศาสนสถาน โดยมีผู้พบอิฐและศิลาแลงอยู่ใต้ฐานโบสถ์เก่า แต่กําหนดไม่ได้แน่ว่ามีลักษณะอย่างไร?

มีคําบอกเล่าเมื่อ 50 ปีมาแล้วว่าเดิมเป็นเนินดินสูง เมื่อจะสร้างโบสถ์ได้ร่วมกันปราบดินลงบางส่วน แล้วสร้างโบสถ์เป็นอาคารไม้คร่อมลงบนเนินดินนั้น

ศิลาแลงที่พบตรงโบสถ์เก่ามีทั้งของอยู่ที่นั่นมาแต่เดิม กับที่ไปขนมาจากที่อื่น เช่น จากบริเวณสระบัวล้า และสระมรกต

ชิ้นส่วนโบราณวัตถุ ทําจากหินปูน ขนย้ายจากที่ต่างๆ บริเวณเมืองมโหสถ เก็บไว้ที่วัดต้นโพธิ์ฯ

การค้าจีน หลัง พ.. 1500

สมัยการค้าจีน (วัฒนธรรมขอม) มีสิ่งก่อสร้างมากมาย และมีสระน้ำ 4 ลูก เป็นสระน้ำที่มนุษย์ขุดขึ้นได้แก่ สระหลังวัด (บริเวณป่าช้าเก่า) สี่เหลี่ยมผืนผ้า, สระตะวันออก สี่เหลี่ยมผืนผ้า, สระบ้านนางปุ๋ย สี่เหลี่ยมจัตุรัส, สระบ้านนายสุข สี่เหลี่ยมจัตุรัส

ศิวลึงค์ขนาดสูงที่สุดในประเทศไทย อยู่ในวัดต้นโพธิ์ (พบที่บ้านโคกวัด ต. โคกปีบ. ศรีมโหสถ. ปราจีนบุรี)

ขรรค์ชัย บุนปาน และเพื่อนนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ 55 ปีที่แล้ว (.. 2511) สำรวจแหล่งโบราณคดีบริเวณรอบวัดต้นโพธิ์ฯ

สระน้ำเก่า ที่สวนนางปุ๋ย ข้างวัดต้นโพธิ์ฯ

สระน้ำเก่า ด้านทิศตะวันออกของวัดต้นโพธิ์ฯ

สมัยหลัง พ.. 1900

เจ้านายราชวงศ์สุโขทัยทรงเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากลังกามาทรงปลูกไว้บริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (ที่ต่อไปจะได้ชื่อดงศรีมหาโพธิ์)

มีร่องรอยในจารึกและตํานานพงศาวดาร ว่าเมื่อก่อน พ.ศ. 2000 เจ้านายเชื้อสายวงศ์กษัตริย์รัฐสุโขทัยทรงผนวช แล้วเสด็จธุดงค์ไปอยู่ลังกานานถึง 10 ปี จนได้รับ ยกย่องจากชาวลังกาเป็น “สมเด็จมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสวามี” เรียกย่อๆ ว่า ท่านศรีศรัทธา

เมื่อเสด็จจากลังกา กลับรัฐสุโขทัย ทรงเชิญพระธาตุและหน่อพระศรีมหาโพธิ์มาด้วยจํานวนหนึ่ง แล้วแจกจ่ายให้ประดิษฐานไว้ในบ้านเมืองสําคัญๆ หลายแห่ง เช่น ที่เมืองสุโขทัย, เมืองพิษณุโลก, ฯลฯ

น่าเชื่อว่าในคราวนี้เองทรงเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระในลังกา มาปลูกไว้ในบ้านเมือง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วัดต้นโพธิ์ฯ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ด้วย

แม้บ้านเมืองที่ อ. ศรีมโหสถ รกร้างไปแล้ว แต่พระศรีมหาโพธิ์ยังดํารงความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของสาธุชนห่างไกลจึงจดจําเป็นตํานาน เป็นที่รับรู้แล้วเรียกขานกันสืบมาว่าบริเวณนั้นคือ “ดงศรีมหาโพธิ์”

สมัยหลัง พ.. 2380

สร้างวัดต้นโพธิ์ฯ บริเวณที่เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีต้นพระศรีมหาโพธิ์ และมีซากศาสนสถานอยู่ก่อนแล้ว

วัดต้นโพธิ์ฯ สร้างขึ้นปลายแผ่นดิน ร.3 ระหว่าง พ.ศ. 2380-2390 หรือหลัง พ.ศ. 2380 ก่อน พ.ศ. 2390

.. 2380 เป็นปีที่คนพวนถูกกวาดต้อนจากเมืองหนองคายและเมืองหนองหาน (อุดรธานี) มาไว้ดงศรีมหาโพธิ์ เมืองปราจีนบุรีเมื่อหลัง พ.ศ. 2380 อยู่ในปลายแผ่นดิน ร.3 (พ.ศ. 2367-2394)

ตามหลักฐานร่างสารตราเจ้าพระยาจักรี เรื่องส่งครัวเมืองพวน เมืองเวียงจันท์ พ.ศ. 2380 (พิมพ์ในหนังสือ ศาลาแบ่งปัน เอกสารประกอบนิทรรศการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่ศาลามโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน พ.ศ. 2556 หน้า 166-190)

.. 2390 คาดคะเนจากพระราชหัตถเลขา ร.5 เมื่อ พ.ศ. 2451 เล่าว่าวัดต้นโพธิ์ฯ “ได้สร้างมาแต่เมื่อยายแก่อายุ 60 ปี ได้เห็นเป็นวัดอยู่แล้ว”

60 ปีก่อน พ.ศ. 2451 คือ ราว พ.ศ. 2390-2391 อยู่ช่วงปลายแผ่นดิน ร.3 (พ.ศ. 2367-2394)

โบสถ์เก่าวัดต้นโพธิ์ สร้างทับศาสนสถานดั้งเดิมแบบทวารวดี (รูปเมื่อ พ.. 2511)

ถนนผ่ากลางวัดต้นโพธิ์ฯจากทิศเหนือลงทิศใต้

ซุ้มประตูหน้าระเบียงคดก่อด้วยซีเมนต์ล้อมรอบต้นโพธิ์ มีปูนปั้นเล่าเรื่องตามนิทานท้องถิ่นเมื่อได้พระศรีมหาโพธิ์จากอินเดีย, ลังกา (รูปถ่ายเมื่อ พ.. 2556)

หลวงพ่ออิด สร้างวัดต้นโพธิ์ฯ

หลวงพ่ออิดกับชาวพวนร่วมกันสร้างวัดต้นโพธิ์ฯ เมื่อปลายแผ่นดิน ร.3 ก่อน พ.ศ. 2390 มีบอกไว้ในพระราชหัตถเลขา ร.5(พ.ศ. 2451) ตอนหนึ่งว่า

“มีพระรูปหนึ่งออกมาสร้างวัด เรียกชื่อว่าหลวงพ่ออิด จะถามหาปีเดือนว่าได้สร้างเมื่อใดก็บอกไม่ถูก ได้ความแต่ว่าวัดนั้นได้สร้างมาแต่เมื่อยายแก่อายุ 60 ปี ได้เห็นเป็นวัดอยู่แล้ว พระเป็นไทยบ้าง ลาวบ้างปนกัน”

บริเวณที่หลวงพ่ออิดและชาวพวนสร้างวัดต้นโพธิ์ฯ มีต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวดงชาวดอนอยู่ก่อน แต่รกร้างไปนานแล้ว โดยมีซากศาสนสถานเป็นเนินดินมีไม้รกปกคลุม กับมีสระน้ำเก่า มีน้ำกินน้ำใช้

ก็พร้อมใจกันสร้างวัดตรงนี้ ด้วยเคยรู้และเคยมีประสบการณ์จากดินแดนสองฝั่งโขงในอีสานและลาว ว่าสร้างวัดสร้างบ้านแปลงเมืองต้องเลือกที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐาน หรือที่เคยเป็นบ้านเป็นเมืองมาก่อน เพราะเป็นพยานว่ามีคนเคยอยู่รอดได้ แล้วไม่แล้งน้ำแน่

หลวงพ่ออิดเป็นใคร? มาจากไหน? ขณะนี้ไม่พบหลักฐาน

แต่สันนิษฐานจากประเพณีพื้นเมืองสองฝั่งโขง ว่าควรเป็นชาวพวนที่มีศรัทธา บรรพชาเป็นพระสงฆ์ก่อนนานแล้ว ตั้งแต่อยู่แหล่งเดิมที่เวียงจัน หรือเมืองหนองคาย และเมืองหนองหาน (อุดรธานี)

หลังเสร็จศึกเจ้าอนุวง เวียงจัน ราวหลัง พ.ศ. 2380 ก็สมัครใจรับนิมนต์ (พร้อมพระเณรอื่นๆ จํานวนหนึ่ง) เคลื่อนย้ายร่วมกับกลุ่มคนพวนที่ถูกกวาดต้อนลงมาอยู่เมืองปราจีนบุรี บริเวณที่เรียกดงศรีมหาโพธิ์

ชื่อ อิด เดิมหมายถึงอะไร? หาไม่พบ แต่ทุกวันนี้ หมายถึงเหนื่อยอ่อน เป็นคําสามัญของชาวบ้านยุคก่อนๆ แต่คนยุคใหม่มักคิดว่ามาจาก อิฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...