โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดความหมาย ‘เข็มกลัดกอรอสัง’ ที่ โอ๊ค มอบให้ว่าที่ภรรยา ปอย ตรีชฎา ด้วยรักจากดวงใจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.พ. 2566 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 07.53 น. • The Bangkok Insight

เปิดความหมาย ‘เข็มกลัดกอรอสัง’ ที่ โอ๊ค หงษ์หยก มอบให้ว่าที่ภรรยา ปอย ตรีชฎา ด้วยรักจากดวงใจ

ว่าที่บ่าวสาว ปอย ตรีชฎา กับแฟนหนุ่ม โอ๊ค บรรลุ หงษ์หยก ที่เตรียมจะจัดงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ ในวันที่ 1 มีนาคม นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ตามประเพณีชาวจีนปุ้นเต่ ซึ่งวานนี้ (21 ก.พ.) ปอย และ โอ๊ค ได้ทำพิธีไหว้อ้ามปุดจ้อและไหว้บอกกล่าวบรรพบุรุษ (ซินจู้) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพิธีที่สำคัญสำหรับชาวจีนปุ้นเต่

ล่าสุด เพจนางใน ออกมาเล่าเรื่องเครื่องประดับที่ ปอย ตรีชฎา สวมใส่ในงานคาราวะซินจู้ กับไหว้พระปุดจ้อ โดยเรียกชื่อเครื่องปักนั้นว่า เข็มกลัดกอรอสัง “ถ้าใครสังเกตเสื้อของคุณปอยจะพบว่าแทนที่จะเป็นกระดุม หากแต่เป็นเข็มกลัดขนาดใหญ่ 3 ชิ้นกลัดเรียงกันบนเสื้อผ้าโปร่ง เสื้อแบบนี้เรียกกันทั่วไปว่า “กาบายา” ส่วนเข็มกลัดเป็นชุดที่เห็นในไทยเรียกกันว่า “กอรอสัง”

คำทั้งสองนี้มีที่มาจากชาวโปรตุเกสที่เข้ามาสร้างอาณานิคมในเอเชีย โดยคำว่า “กาบายา” (kebaya) นั้นมาจากคำว่า “cabaia” ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาอารบิคและเปอร์เซียอีกที ส่วนชุดเข็มกลัดที่เรียกว่า “กอรอสัง” หรือในภาษามาเลย์เรียกว่า “kerosang” หรือ “kerongsang” มีที่มาจากภาษาโปรตุเกสอีกเช่นกัน แต่ที่มาของคำ ๆ นี้หวานมากเลยทีเดียว

ในอดีตนั้นชาวโปรตุเกสนิยมมอบจี้รูปหัวใจให้แก่หญิงคนรัก หรือคู่หมั้นแทนรักมั่นที่มีให้กัน คำว่าหัวใจในภาษาโปรตุเกสนี้เรียกว่า “coração” ความนิยมมอบจี้รูปหัวใจดังกล่าวแพร่หลายมาจนถึงอาณานิคมของโปรตุเกสในเอเชียก่อน นั้นคือเมืองกัวในอินเดีย ตลอดจนในนิคมโปรตุเกสในศรีลังกา เรื่อยมาจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมะละกาที่ภายหลังอังกฤษได้เข้ามายึดครอง

จากรูปจี้รูปหัวใจค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นเข็มกลัดรูปหัวใจ และนำมากลัดพร้อมกับเข็มกลัดขนาดย่อมกว่าอีก 2 ชุด ซึ่งออกแบบเป็นทรงกลม ภายหลังคำ “coração” เลยกลายเป็นคำเรียกเข็มกลัดชุดที่มีจำนวน 3 ชิ้นอันใช้กลัดเสื้อไปโดยปริยาย โดยสตรีแถบคาบสมุทรมลายูทั้งมุสลิมท้องถิ่น สตรีจีนเปอรานากัน สตรีอินเดียล้วนหยิบยืมมาใช้ ภายหลังรูปร่างก็พัฒนาไปอีกมากมาย บ้างก็เข็มกลัดใหญ่ด้านบนทำเป็นรูปหัวใจ ส่วนเข็มกลัดเล็กอีก 2 อันเป็นทรงกลม บ้างก็เป็นทรงกลมทั้ง 3 ชิ้น หรือบ้างก็ต่างรูปทรงกันทั้ง 3 ชิ้น

การออกแบบกอรอสังนั้นจะต่างตามสกุลช่าง ถ้าเป็นชาวชาวมุสลิมลวดลายจะเป็นพรรณพฤษา ดอกไม้ ดวงดาว ตะวัน แต่ถ้าเป็นช่างชาวจีนแล้วไซ้จะเป็นรูปนก รูปแมลง สัตว์มงคลตามคติจีน ถ้าใช้กลัดในชีวิตประจำวันโดยมากจะทำจากเงิน แต่ถ้าใช้งานสำคัญ หรือรวยมาก ๆ ก็จะทำจากทองล้วน ๆ 18K ขึ้นไป

เข็มกลัดนี้ถ้าแยกกันจะเรียกว่า kerongsang serong แต่ว่าถ้ามีโซ่เชื่อมกันจะเรียกว่า kerongsang rantai ทั้งนี้เข็มกลัดตัวใหญ่สุดจะเรียกว่า “Ibu” ที่แปลว่า “แม่” และ “Anak” ที่แปลว่า “ลูก” ตัวเข็มกลัดชุดนี้จะประดับด้วยเพชรพลอยงดงาม เพชรแต่เดิมจะนิยมใช้เพชรซีก ต่อมาเมื่อการเจียรนัยเพชรดีขึ้นก็เริ่มใช้เพชรลูกโลก

เพชรนี้แต่เดิมจะมีเหมืองเพชรอยู่ที่เมืองกาลิมันตัน ณ เกาะบอเนียว ประเทศอินโดนิเซีย ถ้าสมมุติว่าท่านใดไปเจอเป็นเพชรซีกพึงสันนิษฐานได้เลยว่าเป็นฝืมือช่างท้องถิ่น เพราะการเจียรนัยเพชรซีกที่เรียกว่า “Intan” เป็นงานฝีมือของช่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หากไปเจอเพชรลูกโลกหนา ๆ สันนิษฐานไว้ก่อนว่านำเข้าจากตะวันตก

ถ้าเราดูจากเสื้อคุยปอยแล้วจะเห็นว่าเข็มกลัดชิ้นบนที่ใหญ่ที่สุดนั้นเป็นรูปหัวใจ ซึ่งรูปทรงนี้สืบคติมาจากโปรตุเกสโดยตรงเมื่อครั้งชายหนุ่มมอบจี้รูปหัวใจให้หญิงสาวด้วยความรัก
เรียกได้ว่าสืบทอดคติให้ด้วยรักอย่างแท้จริง”

ขอบคุณที่มา เพจนางใน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...