โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ประภาวดี โสภณพนิช เจียระไน “Veyla นาใต้ เรสซิเดนเซส”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. 2566 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2566 เวลา 10.20 น.
ประภาวดี โสภณพนิช

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เกือบ 4 ปีเต็มได้เวลาอัพเดตโครงการอสังหาริมทรัพย์ลักเซอรี่แบรนด์ “Veyla นาใต้ เรสซิเดนเซส”

ณ กลางปี 2562 วิลล่าตากอากาศโครงการนี้มีจำนวนจำกัด 15 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 67-89 ล้านบาท ปัจจุบัน ณ ไตรมาส 2/66 หลังจากผ่านสถานการณ์โควิดที่ผู้บริหารพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ปรับราคาขึ้น 15% มีผลทำให้ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 75-98 ล้านบาท

ไฮไลต์อยู่ที่เจ้าของโครงการมีความพร้อมสุดขีดในการปิดการขายโครงการให้ได้ในปีนี้ ด้วยการจัดเต็มแพ็กเกจโปรโมชัน “วิลล่าราคาเดียว” ยูนิตละ 75 ล้านบาท จำนวน 6 ยูนิต…เท่านั้น

ขยับ 15%…ขายดีกว่าเดิม

“ประภาวดี โสภณพนิช” ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเดียส์ 1606 จำกัด ดีเวลอปเปอร์ให้คำเฉลย ทำไมต้องปรับราคาขึ้น 15% หลังยุคโควิด

“เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส เปิดตัวก่อนโควิดแป๊บเดียว จำได้ว่าวันที่ลอนช์โครงการมียอดขายทันที 2 หลัง ทำเลหน้าหาด หลังจากนั้นยุคโควิด 2 ปีทำให้โครงการได้รับผลกระทบไปบ้างในเรื่องการก่อสร้างล่าช้า 6 เดือน ยอดขายยอมรับว่าดรอป เหมือนกับ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจปรับราคา 15% เพื่อชดเชยกับ take up rate ที่หายไปในช่วงปี 2563-2564”

ผลตอบรับกลับกลายเป็นดีเกินคาดโครงการ Veyla นาใต้ เรสซิเดนเซส ทำเลตั้งอยู่บนริมหาดนาใต้ 5.8 ไร่ ตำบลโคกกลอย จังหวัดพังงา แบ่งแปลงเป็นวิลล่า 15 ยูนิต บนที่ดินแปลงละ 90-93 ตารางวา

ดีไซน์ที่มี 2 ไทป์คือ“Veyla Beach” วิลล่า 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 615 ตารางเมตร หมดเกลี้ยงทั้ง 7 ยูนิต เพราะเป็นวิลล่าบีชฟรอนต์ กับ “Veyla Sea” วิลล่า 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 585 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต รอขายจำนวน 6 ยูนิต

ยอดขายครึ่งต่อครึ่งเป็นลูกค้าต่างชาติ ที่มาแรงคือฮ่องกง สิงคโปร์ กับลูกค้าคนไทยกลุ่มกำลังซื้อระดับ upper class ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะจุดขายหน้าหาดยาว 110 เมตร อยู่รั้วติดกันกับแบรนด์ดังอย่าง “บาบาบีช” ของกลุ่มชาญอิสสระ กลายเป็นแม็กเนตส่งเสริมซึ่งกันและกัน

น่าสนใจว่า เวลา นาใต้ เรสซิเดนเซส มีจำนวน 15 ยูนิต ในจำนวนนี้มียอดขายบอกต่อ หรือ word of mouth 3 ยูนิต หรือสัดส่วนสูงถึง 20% ย่อมหมายความว่าแบรนด์ “Veyla” ปลั๊กอินโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ได้เรียบร้อยแล้วในขณะนี้

ผลตอบแทนปล่อยเช่า 8%

โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ คำกล่าวนี้อาจใช้ได้กับการเซตแบรนด์ตั้งแต่โครงการแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ด้วยความที่อยากมีบ้านตากอากาศที่หัวหิน แต่หาโปรดักต์ตอบโจทย์ไม่ได้ กลายเป็นซื้อแลนด์แบงก์พัฒนาโครงการแรก“Veyla เขาเต่า” ตามต่อด้วยโครงการที่ 2 “Veyla ชะอำเหนือ” และโครงการที่ 3 “Veyla นาใต้”

ทั้ง 3 โครงการมีจุดยึดโยงของแบรนด์ คือทำเลบีชฟรอนต์ อยู่หน้าหาด ติดทะเลเหมือนกัน

“คำว่าเวลา เพื่อนที่อยู่ลีโอเบอร์เนทท์ไปสืบค้นดูพบว่าเป็นภาษาสันสกฤต ที่แปลว่าบ้านติดทะเล ในการออกแบบโลโก้สะกดด้วย Veyla มีตัวอักษร Y ที่เปรียบเสมือนเข็มนาฬิกา และยังสามารถใช้ได้ถึงวันนี้ โดยไม่ต้องรีเฟรชแบรนด์” คำบอกเล่าถึงที่มาของชื่อแบรนด์

จุดยึดโยงของแบรนด์ต่อมาคือ การสร้างภาพจำ Veyla จะต้องเป็นแบรนด์วิลล่าลักเซอรี่เท่านั้น ทำเลบีชฟรอนต์ ดีไซน์ less is more สร้างเหมือนไม่ได้สร้าง

ทำเลที่ใช่ ดีไซน์ตอบโจทย์ ฟังก์ชั่นครบ 3 ด้าน “ซื้ออยู่เอง-ขายต่อ-ปล่อยเช่า” ล้วนแต่มีมูลค่าเพิ่ม

ถอดรหัสผลตอบแทนปล่อยเช่าในโครงการ Veyla นาใต้ เรสซิเดนเซส จำนวน 4 ยูนิต แบบ 3 ห้องนอน เฉลี่ยห้องละ 15,000 บาท/คืน แบบเช่าเหมาทั้งหลังก็ต้อง x3 ห้องนอน

คำนวณย้อนกลับคิดเป็นผลตอบแทนค่าเช่าที่ 8% กลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายของโครงการโดยปริยาย

จุดขาย-หาดส่วนตัว 10 กม.

โอกาสเดียวกันนี้ ผู้นำท้องถิ่น “สมบัติ จินดาพล” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลอย (อบต.โคกกลอย) ฉายภาพยุคบูมธุรกิจอสังหาฯ บนทำเลหาดนาใต้ ถ้าเริ่มต้นนับจริง ๆ ก็ต้องเป็นยุค “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ของรัฐบาล ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เริ่มมีการปักหมุด “เมกะวิลล่า” หลังแรกของเศรษฐีฝรั่งช่วงปี 2534-2535

กระชับเวลาใกล้ตัวขึ้นมาอีก คือช่วงนั่งนายก อบต.สมัยแรก ปี 2555 ราคาที่ดินฝั่งติดทะเลบอกขายเพียงครึ่งเดียวของปัจจุบัน ไร่ละ 15 ล้านบาทบวกลบ

เทรนด์ปี 2566-2567 ราคาตั้งขายขยับเป็นไร่ละ 30-40 ล้านบาท

จุดโฟกัสอยู่ที่ทำเลหาดนาใต้กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านผังเมือง จากเดิมผังเมืองสีเขียวที่สามารถพัฒนาที่ดินได้ระดับหนึ่ง ในอนาคตอันใกล้ (รอรัฐบาลใหม่) จะมีการเปลี่ยนสีผังเมืองเป็น “เขียวทแยงขาว”

ความหมายผังเมืองเขียวทแยงขาวคือ จำกัดการพัฒนาที่ดินเข้มข้นกว่าเดิม พร้อมกับมีวงเล็บด้วยว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการสำหรับการท่องเที่ยวเท่านั้น

ทำให้มี 2 มุมมอง ชอบกับไม่ชอบผังเมืองเขียวทแยงขาว

ผู้ประกอบการที่ไม่ชอบเพราะจำกัดการพัฒนา แต่สำหรับคนท้องถิ่นซึ่งสะท้อนผ่านมุมมอง “นายกสมบัติ” ฟันธงว่าชอบมาก เพราะเป็นข้อดีทำให้การลงทุนที่จะเข้ามาในพื้นที่มีข้อจำกัด ทำได้ยากขึ้น

ในเชิงกลยุทธ์ของเมือง เท่ากับเป็นการสกรีนโปรเจ็กต์ลงทุนโดยอัตโนมัติ เพราะผังเมืองที่จำกัดการพัฒนาทำให้ราคาที่ดินแพง เมื่อต้นทุนที่ดินมาแพง กลุ่มกำลังซื้อจึงต้องมีศักยภาพสูงลิ่ว หรือเป็นกลุ่มไฮเอนด์ถึงลักเซอรี่เท่านั้น

“ผังเมืองเขียวทแยงขาวถือเป็นทิศทางที่ดีในการใช้ประโยชน์ที่ดินระยะยาวของหาดนาใต้ ทำให้การลงทุนเข้ามาไม่ใช่โครงการแมส แต่เป็นเซ็กเมนต์ลักเซอรี่ มาจำนวนน้อยแต่กำลังซื้อสูง ทำให้เป็นการถนอมสิ่งแวดล้อม ถนอมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้ยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน”

อัพเดตของอัพเดต ชายหาดนาใต้ที่มีเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน ความยาว 10 กม.นั้น เพิ่งจะมีการพัฒนาโครงการเพียง 40% จึงมีช่องว่างเหลือให้เศรษฐีกระเป๋าหนักจากทุกมุมโลกเข้ามาจับจองได้อีก และหมายถึงราคาวันนี้ที่มองว่าที่ดินแพงแสนแพง ยังสามารถขยับขึ้นได้อีกเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...