โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คิงเพาเวอร์ปรับพอร์ตธุรกิจ ทุ่ม 2 พันล้านเปิดดิวตี้ฟรีแห่งที่ 2 สุวรรณภูมิ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. 2566 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2566 เวลา 03.01 น.

“คิง เพาเวอร์” ทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ภาพลักษณ์ใหม่ เป็นมากกว่า “ดิวตี้ฟรี” โฟกัส 8 กลุ่มธุรกิจ ต่อยอดแนวคิด THE POWER OF POSSIBILITIES ทุกอย่างเป็นไปได้ เตรียมเปิดตัว King Power Duty Free อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 สุวรรณภูมิ เดือน มิ.ย.นี้ รุกปรับช่องทางขายออนไลน์สู่ single gateway ปลุกยอดขายกลุ่มรีเทล ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย มีไฟลต์บิน-ไม่มีไฟลต์บินก็ช็อปได้ ตั้งเป้าปี’66 ฟื้นรายได้กลับมาได้ 80% ของปี’62

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่มีรายได้ แต่บริษัทยังคงยึดมั่นในแนวคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ จึงถือโอกาสทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ สร้างการรับรู้ในแบรนดิ้งทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงปรับแบรนด์โพซิชันนิ่งและการสื่อสารการตลาดใหม่ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและเทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

บริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 8 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจสินค้าปลอดอากร (traveler retail) กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (retail) กลุ่มธุรกิจอาหาร (dining) กลุ่มธุรกิจโรงแรม (hospitality) กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริโภค (consumer products) กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ประสบการณ์ (travel experiences) กลุ่มธุรกิจกีฬา (sports) และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

พร้อมมุ่งสื่อสารแบรนด์เพื่อย้ำแบรนด์โพซิชันนิ่งใหม่ของคิง เพาเวอร์ ที่เป็นมากกว่า “ดิวตี้ฟรี” มุ่งต่อยอดธุรกิจทุกกลุ่มภายใต้แนวคิด THE POWER OF POSSIBILITIES หรือ “ทุกอย่างเป็นไปได้” ตามแนวคิดของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานบริษัทที่วางไว้มากว่า 30 ปี

นายอัยยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับกลุ่มธุรกิจสินค้าปลอดอากร (traveler retail) ซึ่งเป็นฐานรายได้หลัก บริษัท เตรียมความพร้อมรับการกลับมาของการท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนรีโนเวตดิวตี้ฟรี และปรับปรุงตกแต่งร้านค้าภายในสนามบินสุวรรณภูมิครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค และตอกย้ำภาพลักษณ์สนามบินที่มีความครบครันของแฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์เนมระดับโลก

นอกจากนี้ บริษัทลงทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาทใน King Power Duty Free ณ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite Building) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รองรับผู้โดยสารได้ 151,000 รายต่อวัน มีแผนเปิดให้บริการเดือนกันยายน 2566 นี้

และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพความเป็นมากกว่าดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ จึงได้ปรับทัพ e-Commerce ecosystem ซึ่งได้พัฒนารองรับผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดทั้งระบบใหม่ ปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการสู่ digital transformation ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ต้องการสินค้าที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงทุกการช็อปให้เป็น single gateway ภายใต้ระบบ SHOP ALL POSSIBILITIES IN ONE CLICK

โดยผนวกแอปพลิเคชั่น FIRSTER.COM เข้ามาอยู่ใน KINGPOWER.COM เพื่อให้เข้าถึงนักช็อปทุกคนทั้งที่มีไฟลต์บินและไม่มีไฟลต์บิน โดยลูกค้าที่มีไฟลต์บินคลิกที่ KINGPOWER.COM ส่วนลูกค้าที่ไม่มีไฟลต์บินคลิกที่ FIRSTER.COM พร้อมทั้งเพิ่มสินค้า nonduty free เช่น สินค้าเพื่อการท่องเที่ยว สินค้าเครื่องใช้ในบ้าน ฯลฯ ใน FIRSTER.COM ทำให้ KINGPOWER.COM มีสินค้าบนแพลตฟอร์มรวมกว่า 250,000 รายการ

ทั้งนี้ ผู้ที่ซื้อสินค้าสามารถเลือกประเภทของบริการจัดส่งสินค้าได้ 2 รูปแบบคือ บริการ Airport Pick up รับสินค้าได้ที่สนามบินทั้งขาเข้าและขาออก สำหรับผู้ที่มีไฟลต์บิน และบริการ FIRSTER Home and Hotel Delivery in Thailand รับสินค้าที่บ้านหรือโรงแรมในประเทศไทย สำหรับลูกค้าต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และลูกค้าทั่วไปที่ไม่มีไฟลต์บิน

“3 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงยากลำบากที่สุด แต่เราเชื่อว่าเราจะเดินหน้าต่อไปได้ และมีรายได้รวมปีนี้ไม่ต่ำกว่า 80% ของปี 2562 โดยรายได้ทั้งพอร์ตส่วนใหญ่ยังพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งปีนี้แม้นักท่องเที่ยวจะยังกลับมาเพียงแค่ประมาณ 30% แต่เราคาดหวังว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย” นายอัยยวัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...