กูลิโกะ แบรนด์ขนมสัญชาติญี่ปุ่น ที่เกิดจากน้ำต้มหอยนางรม และเกือบได้เป็นยาแทนขนม
หากเอ่ยถึงแบรนด์ขนมต้องมีชื่อป๊อกกี้ โคลลอน เพรทซ์ บิสกิตในตำนานติดอยู่ในลิสต์ขนมยอดฮิต ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้อาณาจักรกูลิโกะ ยักษ์ขนมและไอศกรีมสัญชาติญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบทำยารักษาโรคแทนขนมในตำนานเหล่านี้
กูลิโกะ แบรนด์ขนม เกิดจากหอย ที่เกือบเป็นยา
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2462 “ริอิจิ เกซากิ” ที่มีพืันเพครอบครัวทำงานด้านเภสัชกรรม และได้สืบทอดร้านขายยาจากพ่อ ตั้งแต่เขาอายุ 14 ปี ได้บังเอิญเจอชาวประมงต้มหอยนางรม แต่กลับเทน้ำต้มหอยทิ้ง พลันทำให้เขานึกถึงบทความในหนังสือพิมพ์เรื่องหอยนางรมมีสารไกลโคเจน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานและสุขภาพที่ดี
“หากในหอยนางรมมีไกลโคเจน ในน้ำต้มหอยอาจมีสารไกลโคเจนเช่นกัน”
ริอิจิ จึงขอตัวอย่างน้ำต้มหอยนางรมจากชาวประมงและส่งให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยคิวชูตรวจวิเคราะห์ ผลออกมาว่ามีสารไกลโคเจนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังไม่มึการทำสินค้าออกมา
กระทั่ง 1 ปีต่อมาลูกชายคนโตของริอิจิป่วยเป็นไข้ไทฟอยด์ เมื่อหมดหนทาง เขาได้ขออนุญาตแพทย์ประจำตัวลูกชาย ให้ไกลโคเจนแก่ลูกชาย ซึ่งขณะนั้นยังอยู่นะหว่างการวิจัย ส่งผลให้ลูกชายอาการดีขึ้น นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ริอิจิที่ดำเนินธุรกิจด้านเภสัชอยู่แล้ว คิดเปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็น “ยารักษาโรค” ทว่าหมอจากโรงพยาบาลคิวชู แนะนำริอิจิว่าแทนที่จะทำยารักษาผู้ที่ป่วยไปแล้ว สู้ทำสิ่งที่ต้านทานไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยจะดีกว่า
จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจให้ริอิจิ ทำสินค้าตัวแรกโดยมีวัตถุดิบสำคัญเป็นน้ำต้มหอยนางรม แต่ใส่คาราเมลเพิ่มรสชาติให้อร่อย ไม่คาว ซึ่งลูกอมคาราเมลเป็นสินค้าตะวันตกที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น และยังเหมาะกับกลุ่มเด็กซึ่งเป็นวัยที่ต้องการไกลโคเจนมากที่สุด
เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงสินค้าคุณภาพสินค้า ชื่อแบรนด์ แพ็กเกจจิ้ง โลโก้ การทำการตลาดล้วนมีผลต่อการเริ่มต้นในการขายทั้งสิ้น ซึ่งต้องโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดที่มีนับสิบแบรนด์ในช่วงนั้น
สำหรับชื่อนั้นมาจากคำว่า กูลิโกเจน หรือไกลโคเจน วัตถุดิบตัวชูโรงของสินค้า มาปรับเป็น “กูลิโกะ” เพื่อให้กระชับ และเรียกง่าย ส่วนโลโก้นักวิ่งชูมือวิ่งเข้าเส้นชัย มาจากการเห็นเด็ก ๆ แข่งวิ่งทำท่ายกสองมือขึ้นตอนเข้าเส้นชัย แสดงถึงความแข็งแรง เขาจึงเลือกท่าวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นโลโก้ เป็นที่มาของ คาลาเมลกูลิโกะ ลูกอมรูปหัวใจในกล่องสีแดง สินค้าตัวแรกของบริษัทฯ และเพื่อขยายสินค้ากูลิโกะไปทั่วประเทศ ริอิจิได้ย้ายถิ่นฐานไปเมืองการค้าอย่างโอซาก้า
ทว่าเส้นทางธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับกูลิโกะตอนนั้นเป็นบริษัทที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ การส่งสินค้าเข้าร้านต่าง ๆ ยังเป็นไปได้ยาก จึงมีแนวคิดว่าหากได้วางสินค้าในร้านค้าชั้นหนึ่ง ผู้คนก็จะเห็นว่าสินค้าเราเป็นสินค้าชั้นหนึ่งด้วย เขาจึงนำสินค้ากูลิโกะไปนำเสนอร้านค้าชื่อดัง คือ ห้างสรรพสินค้ามิทสึโคชิ ที่ตั้งอยู่ในคิตะฮามะ จังหวัดโอซาก้า แม้ช่วงแรกจะถูกปฏิเสธ แต่ความเพียรของริอิจิ ทำให้ห้างฯ ตัดสินใจให้เขานำสินค้ากูลิโกะมา “ทดลองขาย”
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2465 บริษัทจึงตั้งวันที่วางขายครั้งแรกเป็นวันก่อตั้งบริษัทในเวลาต่อมา จากนั้นต่อมา ได้มีช่วงที่ลำบากอีกหลายครั้ง ทั้งการยังทำกำไรไม่ได้ในช่วงแรก แต่ด้วยการปรับปรุงรสชาติและความพยายามในการจำหน่าย กูลิโกะจึงได้ผ่านพ้นวิกกฤต และขยายช่องทางการตลาดออกไปอย่างกว้างขวาง
จากการตลาดที่เฉียบคม ตั้งแต่การให้ทดลองรับประทานกูลิโกะช่วงเริ่มสื่อสารแบรนด์ การแถมของเล่นสำหรับเด็กลงไปในสินค้า รวมไปถึงการทำมาสคอตกูลิโกะแมน และป้ายไฟนีออนกูลิโกะสัญลักษณ์ประจำเมืองโอซาก้า
ส่งผลให้ธุรกิจกูลิโกะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงต้นยุคโชวะ (พ.ศ. 2469-2532) โดยมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศจีนและโรงงานแห่งใหม่ในโตเกียว
สูญสิ้นทรัพย์สิน แต่ฟื้นได้ด้วยแบรนด์ จนเข้าสู่ปี 101
อย่างไรก็ตาม ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศและต่างประเทศของบริษัทเสียหาย เนื่องจาก การโจมตีทางอากาศในปี พ.ศ. 2488
ทว่ามีทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่แม้แต่ความหายนะของสงครามก็ทำลายไม่ได้ คือ “แบรนด์กูลิโกะ” และกลับมาดำเนินงานต่อ และมีสินค้าขายดีต่อเนื่อง เช่น ช็อกโกแลตอัลมอนด์ เพรทซ์ โคนยักษ์ และป๊อกกี้
จนปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจครบรอบ 101 ปีในทั่วโลก มีสินค้ากระจายตัวใน 12 ประเทศ อาทิ อเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม ส่วนกูลิโกะในไทยมีอายุ 52 ปี โดยปีที่ผ่านมาโครงสร้างธุรกิจของกูลิโกะแบ่งออกเป็น
- ธุรกิจไอศกรีม 26%
- ธุรกิจของหวานและขนมแปรรูป 22%
- ธุรกิจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม 22%
- ธุรกิจในต่างประเทศทั่วโลก 20%
- วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร 4%
- อื่น ๆ 6%
โดยปี 2565 ที่ผ่านมาทำยอดขายรวมได้ 303,921 ล้านเยน และทำกำไรขั้นต้นได้ 110,749 ล้านเยน ลดลงจากปี 2564 ที่ทำยอดขายได้ 338,571 ล้านเยน และทำกำไรขั้นต้น 158,033 ล้านเยน
ทั้งนี้ แบรนด์กูลิโกะ ยังคงยึดหลักส่งเสริมคุณภาพผู้คนผ่านอาหาร ล่าสุดได้เร่งเครื่องนมแพลนต์เบสในภูมิภาคอาเซียนผ่าน นมอัลมอนด์โคกะ โดยเริ่มทำตลาดในไทยที่แรกในปี 2566 จากก่อนหน้านี้ขึ้นแท่นเบอร์ 1 นมแพลนต์เบสได้ใน 3 ประเทศคือ ญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน
ที่มา
https://www.glico.com/sg/article/founder01/
https://www.glico.com/global/about/100th/foundation/