โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กูลิโกะ แบรนด์ขนมสัญชาติญี่ปุ่น ที่เกิดจากน้ำต้มหอยนางรม และเกือบได้เป็นยาแทนขนม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 มี.ค. 2566 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2566 เวลา 03.12 น.

หากเอ่ยถึงแบรนด์ขนมต้องมีชื่อป๊อกกี้ โคลลอน เพรทซ์ บิสกิตในตำนานติดอยู่ในลิสต์ขนมยอดฮิต ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้อาณาจักรกูลิโกะ ยักษ์ขนมและไอศกรีมสัญชาติญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบทำยารักษาโรคแทนขนมในตำนานเหล่านี้

กูลิโกะ แบรนด์ขนม เกิดจากหอย ที่เกือบเป็นยา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2462 “ริอิจิ เกซากิ” ที่มีพืันเพครอบครัวทำงานด้านเภสัชกรรม และได้สืบทอดร้านขายยาจากพ่อ ตั้งแต่เขาอายุ 14 ปี ได้บังเอิญเจอชาวประมงต้มหอยนางรม แต่กลับเทน้ำต้มหอยทิ้ง พลันทำให้เขานึกถึงบทความในหนังสือพิมพ์เรื่องหอยนางรมมีสารไกลโคเจน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานและสุขภาพที่ดี

“หากในหอยนางรมมีไกลโคเจน ในน้ำต้มหอยอาจมีสารไกลโคเจนเช่นกัน”

ริอิจิ จึงขอตัวอย่างน้ำต้มหอยนางรมจากชาวประมงและส่งให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยคิวชูตรวจวิเคราะห์ ผลออกมาว่ามีสารไกลโคเจนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังไม่มึการทำสินค้าออกมา

กระทั่ง 1 ปีต่อมาลูกชายคนโตของริอิจิป่วยเป็นไข้ไทฟอยด์ เมื่อหมดหนทาง เขาได้ขออนุญาตแพทย์ประจำตัวลูกชาย ให้ไกลโคเจนแก่ลูกชาย ซึ่งขณะนั้นยังอยู่นะหว่างการวิจัย ส่งผลให้ลูกชายอาการดีขึ้น นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ริอิจิที่ดำเนินธุรกิจด้านเภสัชอยู่แล้ว คิดเปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็น “ยารักษาโรค” ทว่าหมอจากโรงพยาบาลคิวชู แนะนำริอิจิว่าแทนที่จะทำยารักษาผู้ที่ป่วยไปแล้ว สู้ทำสิ่งที่ต้านทานไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยจะดีกว่า

จึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจให้ริอิจิ ทำสินค้าตัวแรกโดยมีวัตถุดิบสำคัญเป็นน้ำต้มหอยนางรม แต่ใส่คาราเมลเพิ่มรสชาติให้อร่อย ไม่คาว ซึ่งลูกอมคาราเมลเป็นสินค้าตะวันตกที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น และยังเหมาะกับกลุ่มเด็กซึ่งเป็นวัยที่ต้องการไกลโคเจนมากที่สุด

เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงสินค้าคุณภาพสินค้า ชื่อแบรนด์ แพ็กเกจจิ้ง โลโก้ การทำการตลาดล้วนมีผลต่อการเริ่มต้นในการขายทั้งสิ้น ซึ่งต้องโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดที่มีนับสิบแบรนด์ในช่วงนั้น

สำหรับชื่อนั้นมาจากคำว่า กูลิโกเจน หรือไกลโคเจน วัตถุดิบตัวชูโรงของสินค้า มาปรับเป็น “กูลิโกะ” เพื่อให้กระชับ และเรียกง่าย ส่วนโลโก้นักวิ่งชูมือวิ่งเข้าเส้นชัย มาจากการเห็นเด็ก ๆ แข่งวิ่งทำท่ายกสองมือขึ้นตอนเข้าเส้นชัย แสดงถึงความแข็งแรง เขาจึงเลือกท่าวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นโลโก้ เป็นที่มาของ คาลาเมลกูลิโกะ ลูกอมรูปหัวใจในกล่องสีแดง สินค้าตัวแรกของบริษัทฯ และเพื่อขยายสินค้ากูลิโกะไปทั่วประเทศ ริอิจิได้ย้ายถิ่นฐานไปเมืองการค้าอย่างโอซาก้า

ทว่าเส้นทางธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สำหรับกูลิโกะตอนนั้นเป็นบริษัทที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ การส่งสินค้าเข้าร้านต่าง ๆ ยังเป็นไปได้ยาก จึงมีแนวคิดว่าหากได้วางสินค้าในร้านค้าชั้นหนึ่ง ผู้คนก็จะเห็นว่าสินค้าเราเป็นสินค้าชั้นหนึ่งด้วย เขาจึงนำสินค้ากูลิโกะไปนำเสนอร้านค้าชื่อดัง คือ ห้างสรรพสินค้ามิทสึโคชิ ที่ตั้งอยู่ในคิตะฮามะ จังหวัดโอซาก้า แม้ช่วงแรกจะถูกปฏิเสธ แต่ความเพียรของริอิจิ ทำให้ห้างฯ ตัดสินใจให้เขานำสินค้ากูลิโกะมา “ทดลองขาย”

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2465 บริษัทจึงตั้งวันที่วางขายครั้งแรกเป็นวันก่อตั้งบริษัทในเวลาต่อมา จากนั้นต่อมา ได้มีช่วงที่ลำบากอีกหลายครั้ง ทั้งการยังทำกำไรไม่ได้ในช่วงแรก แต่ด้วยการปรับปรุงรสชาติและความพยายามในการจำหน่าย กูลิโกะจึงได้ผ่านพ้นวิกกฤต และขยายช่องทางการตลาดออกไปอย่างกว้างขวาง

จากการตลาดที่เฉียบคม ตั้งแต่การให้ทดลองรับประทานกูลิโกะช่วงเริ่มสื่อสารแบรนด์ การแถมของเล่นสำหรับเด็กลงไปในสินค้า รวมไปถึงการทำมาสคอตกูลิโกะแมน และป้ายไฟนีออนกูลิโกะสัญลักษณ์ประจำเมืองโอซาก้า

ส่งผลให้ธุรกิจกูลิโกะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงต้นยุคโชวะ (พ.ศ. 2469-2532) โดยมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศจีนและโรงงานแห่งใหม่ในโตเกียว

สูญสิ้นทรัพย์สิน แต่ฟื้นได้ด้วยแบรนด์ จนเข้าสู่ปี 101

อย่างไรก็ตาม ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศและต่างประเทศของบริษัทเสียหาย เนื่องจาก การโจมตีทางอากาศในปี พ.ศ. 2488

ทว่ามีทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่แม้แต่ความหายนะของสงครามก็ทำลายไม่ได้ คือ “แบรนด์กูลิโกะ” และกลับมาดำเนินงานต่อ และมีสินค้าขายดีต่อเนื่อง เช่น ช็อกโกแลตอัลมอนด์ เพรทซ์ โคนยักษ์ และป๊อกกี้

จนปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจครบรอบ 101 ปีในทั่วโลก มีสินค้ากระจายตัวใน 12 ประเทศ อาทิ อเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม ส่วนกูลิโกะในไทยมีอายุ 52 ปี โดยปีที่ผ่านมาโครงสร้างธุรกิจของกูลิโกะแบ่งออกเป็น

  • ธุรกิจไอศกรีม 26%
  • ธุรกิจของหวานและขนมแปรรูป 22%
  • ธุรกิจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม 22%
  • ธุรกิจในต่างประเทศทั่วโลก 20%
  • วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร 4%
  • อื่น ๆ 6%

โดยปี 2565 ที่ผ่านมาทำยอดขายรวมได้ 303,921 ล้านเยน และทำกำไรขั้นต้นได้ 110,749 ล้านเยน ลดลงจากปี 2564 ที่ทำยอดขายได้ 338,571 ล้านเยน และทำกำไรขั้นต้น 158,033 ล้านเยน

ทั้งนี้ แบรนด์กูลิโกะ ยังคงยึดหลักส่งเสริมคุณภาพผู้คนผ่านอาหาร ล่าสุดได้เร่งเครื่องนมแพลนต์เบสในภูมิภาคอาเซียนผ่าน นมอัลมอนด์โคกะ โดยเริ่มทำตลาดในไทยที่แรกในปี 2566 จากก่อนหน้านี้ขึ้นแท่นเบอร์ 1 นมแพลนต์เบสได้ใน 3 ประเทศคือ ญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน

ที่มา

https://www.glico.com/sg/article/founder01/

https://www.glico.com/global/about/100th/foundation/

https://www.glico.com/global/about/100th/history/

https://www.glico.com/assets/files/Financial_Results_for_the_Fourth_Quarter_of_the_FYE_December_31,2022.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...