เลือกตั้ง 2566 รวมนโยบายเด่นพรรคใหญ่ ทำได้จริง หรือแค่ขายฝัน?
นับถอยหลังสู่ศึกการเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 หลายพรรคการเมืองเดินหน้าออกหาเสียง ประโคมขายนโยบายแบบไม่มีใครยอมใคร ซึ่งหากกางนโยบายของแต่ละพรรคออกมา พบว่า มีบางนโยบายที่ใหม่ และยังไม่เคยถูกนำมาใช้เป็นจุดขายมาก่อน
“ประชาชาติธุรกิจ” รวมนโยบายที่น่าสนใจจากพรรคเด่นๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงสวัสดิการ ค่าครองชีพประชาชนทั่วไป หรือกระทั่งการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ที่จะเป็นแค่การขายฝัน หรือ ทำได้จริง ต้องลุ้นกันต่อไป
เพื่อไทย ประกาศแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเติมเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัล 10,000 บาท
เติมเงินให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้ใช้ซื้อของในชีวิตประจำวันได้จากร้านค้าในชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเงินที่จะเติมให้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมีมูลค่าถึง 10,000 บาท เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ สร้างความเจริญเติบโตให้เศรษฐกิจไทย และลดช่องว่างรายได้ ในขณะที่รัฐบาลจะได้รายได้กลับคืนมาในรูปแบบของภาษี และการยกระดับเศรษฐกิจทั้งระดับ
สำหรับข้อกังวลที่ว่า นโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท จะเป็นการสัญญาว่าซึ่งอาจขัดกับกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่ขัด เพราะถือเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง อีกทั้งคนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้รับ ไม่ได้ให้เป็นการเฉพาะเจาะจง ไม่สามารถจำกัดสิทธิของประชาชนซึ่งอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ
ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในนโยบายดังกล่าว ยืนยันว่ามาจากการประเมินของหน่วยงานของรัฐ ที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 260,000 ล้านบาท และมาจากภาษีต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณแสนกว่าล้านบาท รวมทั้งงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว
เพื่อไทย ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ
นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวภายในงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” ว่า มีประสบการณ์ที่ไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นในสังคม ระบบเส้นสาย คนรวยใหญ่คับฟ้า หลีกเลี่ยงกฎหมาย เปรียบเหมือนศักดิ์ศรีของคนธรรมดาถูกด้อยค่าลงไป เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่รู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยตั้งใจเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ
ทำให้ทหารต้องแข่งขันกับเอกชน ต้องตอบคำถามประชาชนได้ว่าเป็นทหารแล้วได้อะไร จบแล้วทำอะไรต่อทั้งในสายอาชีพทหารและพลเรือน ดึงดูดให้ประชาชนมาสมัคร ขณะที่สถาบันทหารที่มีเกียรติจะได้รับการยกย่องมากขึ้น
ด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ใช้ระบบสมัครใจ และสนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศ ทุกความฝันของคนไทยจะถูกสานต่อด้วยโครงการ หนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง การันตีรายได้ขั้นต่ำต่อปี 2 แสนบาท วัฒนธรรมจะไม่ถูกตีกรอบอีกต่อไป
“ก้าวไกล” ได้เป็นรัฐบาล จะไม่มีจับใบดำใบแดงอีกต่อไป
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า “พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพื่อคืนเวลาและเสรีภาพในการประกอบอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ทุกคน มั่นใจเลยว่าหากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล ในปี 2567 จะไม่มีการจับใบดำใบแดงอีกต่อไป จึงอยากขอความเชื่อมั่นในการทำงานของเรา โดยกาพรรคก้าวไกลทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” น.ส.พนิดากล่าว
พลังประชารัฐ ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดจุดแข็งนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ โดยการผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน
“หัวใจการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์คือ ทุนวัฒนธรรม สำคัญที่สุดคือ 1.อาหารไทยสู่ตลาดโลก 2.เฟสติวัล คือเสน่ห์ ความหลากหลายของประเพณีและวัฒนธรรม 3.ศูนย์กลางแฟชั่นที่มีมิติวัฒนธรรม 4.ฟิล์ม ภาพยนตร์และโฆษณา 5.มวยไทย ประเทศไทยต่อสู้กับทุกประเทศทั่วโลกได้บนภาคบริการ 3 กลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน สิ่งแรก นโยบายต้องชัดเจน ต้อบริหารงบประมาณ และกลไกรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมเอกชน”
พลังประชารัฐ ออกแคมเปญ “แก๊สประชาชน” ลดราคาแก๊สหุงต้มเหลือถังละ 250 บาท
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานโยบายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เราเห็นว่าต้องมีการรื้อ และปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความสุข ความเป็นธรรม และเกิดความโปร่งใสเป็นการใช้งบประมาณรายได้ของรัฐให้ถูกที่ถูกทาง คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ทรัพยากรธรรมชาติต้องตอบแทนให้คนไทยกินดีอยู่ดีทั้งประเทศ
โดยจะลดราคาแก๊สเพื่อประชาชน จากราคาปัจจุบัน 423 บาทต่อถัง จะลดราคาลง 173 บาท ประชาชนคนไทยจะใช้แก๊สในราคา 250 บาทต่อถัง
รวมไทยสร้างชาติ ออกนโยบาย บัตรประชารัฐพลัส 1,000 บาท กู้ฉุกเฉิน 1 หมื่น
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวว่า พรรคได้นำร่องหาเสียงด้วย 5 นโยบายโดนใจ ดังนี้
1.เพิ่มสิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส เป็น 1,000 บาท/เดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน 2.ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 3.คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 4.โครงการ ปลดหนี้ด้วยงาน 5.รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า นโยบายการเพิ่มสิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส นโยบายนี้เป็นโครงการ ทำต่อจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่แล้ว โดยให้สิทธิเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจัดสรรจากเงินงบประมาณที่รองรับโครงการนี้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันผู้ถือบัตรยังมีสิทธิกู้ฉุกเฉินในวงเงิน 10,000 บาทต่อคน โดยสามารถนำบัตรนี้ไปเป็นหลักประกันเงินกู้กับธนาคารออมสินซึ่งมีโครงการให้สินเชื่อรายย่อยในวงเงิน 10,000 บาทอยู่แล้ว
ก้าวไกล ชู “หวยใบเสร็จ” กระตุ้นยอดขายเอสเอ็มอี
นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอนโยบายที่เรียกว่า “หวยใบเสร็จ” ให้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังซื้อสินค้าจากร้านค้าเอสเอ็มอีรายย่อย เมื่อซื้อสะสม 500 บาทนำไปแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ จะทำให้เกิดแรงจูงใจหรือแต้มต่อให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนรายย่อยมากขึ้น ส่วนรายใหญ่ บริษัทนิติบุคคลที่ซื้อสินค้าบริการเอสเอ็มอีเพิ่มเท่าไหร่ก็นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 50% สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตลาดมาให้แก่ซัพพลายเชน
ก้าวไกล ปลดล็อกผลิตสุราจากสินค้าเกษตร
นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจขั้นต่อไป คือ การทำธุรกิจแบบเท่าเทียม (แฟร์เกม) จะเริ่มตั้งแต่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ และการรื้อกฎหมายที่ล้าสมัย กฎหมายที่ผูกขาด ที่เราพูดถึงมาก คือ การปลดล็อกผู้ผลิตสุราที่จะสร้างสินค้าเกษตรแปรรูปจำนวนมาก อาทิ มังคุดก็นำมาทำเบียร์ได้ กระเจี๊ยบทำเป็นไวน์ได้ด้วย
ชาติพัฒนากล้า ดึงการพนันขึ้นบนดิน เพิ่มโปรดักต์ตลาดทุน
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ ต้องยอมรับว่ามีการพนันอยู่จริง จะได้ 3 เด้งเลย ถ้ายอมรับว่าเรื่องนี้มีจริง ในการกำจัดบ่อนเถื่อน แหล่งที่มาของเงินสกปรก ในการดึงรายได้คนไทยที่ไปเล่นคาสิโนที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน และ การเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา จากที่ไปเล่นที่อื่นอยู่ และจะเป็นสินค้าใหม่ที่มีนัยให้กับตลาดทุนได้
“ส่วนเรื่องประเภทผู้เล่น ผมอยากจะพูดถึงกองทุนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 7-8% ของวอลุ่มซื้อขายในปัจจุบัน ถือว่าน้อยเกินไป ซึ่งประเด็นปัญหาคือ มีการเปลี่ยนนโยบายการลงทุนระยะยาว จาก LTF มาเป็น SSF ซึ่งต้องบอกว่า SSF ล้มเหลว เพราะมีมูลค่าไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท จาก LTF มี 4-5 แสนล้านบาท ดังนั้นต้องปรับเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาของการลงทุนแบบนี้ให้สั้นลง กลับมาทบทวนมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้สร้างกลุ่มนักลงทุนที่เป็นสถาบันในประเทศ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด”
ชาติพัฒนากล้า สร้างรายได้ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท ด้วยนโยบายเศรษฐกิจเฉดสี
นายกรณ์กล่าวถึงนโยบายการหาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท ด้วยยุทธศาสตร์ Spectrum Economy เศรษฐกิจเฉดสี ประกอบด้วย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กองทุน Soft power เศรษฐกิจวัยเก๋า สร้างงานผู้สูงวัย เศรษฐกิจสีเทา เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี เศรษฐกิจสายเทค ลดภาษีสตาร์ตอัพ เศรษฐกิจสีเขียว ทุกบ้านขายไฟฟ้าได้ เศรษฐกิจสายมู งบจังหวัดละพันล้านบาท สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ และเศรษฐกิจสีรุ้ง LGBTQ สมรสได้ เพิ่มนักท่องเที่ยว
ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจทันที 1 ล้านล้าน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศกำลังติดหล่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะปัญหาโควิด 3 ปี ทำให้ต้องกู้เงินถึง 2 ล้านล้าน แต่การจะอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ จะต้องมีอีก 1 ล้านล้าน ดังนั้นถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล เราจะเติมเม็ดเงินเข้าระบบ 1 ล้านล้านบาททันที ดังนี้
1.นโยบายธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ชุมชนละ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินสร้างเงินให้คนไทย ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินอัดเข้าระบบ 2 แสนล้านบาท
2. กองทุน กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล จะอนุญาตให้ เบิกเงินมาได้ 30% เพื่อนำเม็ดเงินมาเติมให้ตัวเอง ครอบครัว และนำมาลดหนี้ ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้าระบบ 5 แสนล้าน
3. Start Up และ SME ต้องมีแต้มต่อ เพื่อให้โอกาสกับธุรกิจสตาร์ทอัพ และ SME มีแต้มต่อทั้งด้านการผลิต องค์ความรู้ การตลาด เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อมาต่อลมหายใจและมาต่อเงินให้กิจการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และจะทำให้มีเงินเข้าระบบอีกไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท
ไทยสร้างไทย ประกาศ จับมือจีน-อินเดีย สร้างความร่วมมือเศรษฐกิจ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เผยว่า ถ้าได้เป็นนายกฯ จะเดินทางไปจีน พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และไปพบ นเรนทรา โมดี นายกฯ อินเดีย เพื่อชวนกันมาสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่าง ไทย จีน อินเดีย เพราะ 3 ประเทศนี้รวมกัน ประชาชน 3 พันล้านคน ขนาดเศรษฐกิจของ 26% ของขนาดเศรษฐกิจโลก
นโยบายอื่นๆ ที่น่าสนใจ
พรรคประชาธิปัตย์ : จัดตั้งกองทุน 3 แสนล้านบาท เพื่อให้กลุ่ม SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สําหรับการพัฒนา ต่อเติม ขยายกิจการ ตลอดจนการเพิ่มทุนธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กับประเทศ ธนาคารหมู่บ้าน – ชมุชน แห่งละ 2 ล้านบาท
พรรคภูมิใจไทย : เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ผู้สูงอายุมีสิทธิกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพและหาเลี้ยงตัวเองได้ในวงเงิน 20,000 บาท
พรรคพลังประชารัฐ : นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามขั้นบันได โดยผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท/เดือน อายุ 70 ปีขึ้นไปจะได้รับ 4,000 บาท/เดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไปจะได้รับ 5,000 บาท/เดือน ดูแลสตรีขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 และในเดือนที่ 9 ที่คลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 4 เดือน จนถึง 9 เดือน นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี
พรรคไทยสร้างไทย : เงินช่วยเหลือระหว่างการตั้งครรภ์ มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/ต่อเดือน เงินสงเคราะห์การเลี้ยงบุตร มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/เดือน ตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ปี หวยบำเหน็จ เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ 3,000 บาท/เดือน เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 60,000 คน ใน 3 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายบำนาญ3,000 บาท/เดือน