โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เทียบฟอร์ม ‘เพื่อไทย-ประชาชน’ แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-สานฝันคนอยากมีบ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 00.41 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 00.41 น.

ท่ามกลางสมรภูมิเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังเข้มข้น หลายพรรคการเมืองชิงพื้นที่เสนอ “นโยบายเศรษฐกิจ” ปลุกฐานเสียงรากหญ้า ภาคธุรกิจอย่างคึกคัก

หนึ่งในนโยบายที่น่าจับตามองคือ การสานฝันคนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ท่ามกลางสถานการณ์ “อยากซื้อ แต่ซื้อไม่ได้” เมื่อรายได้ไม่พอต่อการก่อหนี้ก้อนโตระยะยาว

ประชันนโยบายบ้าน 2 พรรคใหญ่

โดยมี 2 พรรคการเมืองใหญ่แข่งขันสร้างจุดขายสู้ศึก หวังกุมฐานเสียงคนอยากมีบ้าน เริ่มจาก “พรรคเพื่อไทย” ประกาศสานต่อ “บ้านเพื่อคนไทย” นโยบายเดิมที่สร้างรองรับผู้มีรายได้น้อย บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ชูจุดขายไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท ครบ 30 ปี อยู่ยาว 99 ปี โดยที่ผ่านมานำร่องเปิดจอง 4 ทำเลทอง จำนวน 5,847 ยูนิต ที่เชียงราก จ.ปทุมธานี, บางซื่อ กม.11, สถานีธนบุรี และเชียงใหม่

ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดการก่อสร้าง ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนจะประกาศผู้ที่ได้รับสิทธิผ่านการจับสลากล่าสุด “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลั่นหากได้เป็นรัฐบาลจะสานต่อโครงการนี้ทันทีและขยายไปทั่วประเทศ

ขณะที่“พรรคประชาชน” ขนมาทั้งหมด 6 โครงการ กระตุ้นตั้งแต่ผู้เช่าถึงผู้ซื้อบ้านหลังแรก ประกอบด้วย 1.อุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัย งบประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี 2.เปลี่ยนเช่าเป็นเช่าซื้อ 3.โครงการเช่าออมบ้าน งบประมาณ 1,250 ล้านบาทต่อปี 4.โครงการสินเชื่อบ้านหลังแรก งบประมาณ 19,250 ล้านบาทต่อปี 5.สินเชื่อรีโนเวต-ซื้อบ้านบังคับคดี งบประมาณ 5,500 ล้านบาทต่อปี และ 6.โครงการบ้านมั่นคง งบประมาณ 420 ล้านบาทต่อปี รวม 29,420 ล้านบาทต่อปี

หนุนบ้านเพื่อคนไทยไปต่อ

จากนโยบายทั้ง 2 พรรคใหญ่ที่เปิดชิงดีมานด์ฐานเสียง “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เห็นด้วยกับหลักการบ้านเพื่อคนไทยของพรรคเพื่อไทย โครงการที่อยู่อาศัยในราคาเข้าถึงได้บนที่ดินของรัฐ เพราะเป็นประโยชน์ต่อการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้ในทุกทำเล ทำให้ประชาชนมีโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย

แต่สำหรับสิทธิการครอบครองที่อยู่อาศัย 99 ปี ควรเริ่มต้นแก้ไขกฎหมายจากการถือครองในรูปแบบบุคคลสิทธิที่มีระยะเวลา 30 ปี ให้เป็นรูปแบบทรัพย์อิงสิทธิ เพื่อให้ที่อยู่อาศัยกลายเป็นมรดกตกทอด และสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการขอสินเชื่อ และสามารถยื่นจำนองธนาคารได้ ซึ่งการขยายระยะเวลาเป็น 60 ปี น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการถือครองที่อยู่อาศัย

“ปัจจุบันรอบระยะการให้สินเชื่อของธนาคารให้เวลา 30 ปี จริง ๆ เราไม่ได้ใช้เวลาขนาดนั้น 10 ปี 20 ปีก็ผ่อนหมด ถ้าให้สิทธิการครอบครอง 30 ปีเท่าเดิม สถาบันการเงินไม่อยากปล่อยสินเชื่อ เพราะเวลาเหลือน้อย ผ่อนไป 20 ปี เหลือเวลาเป็นเจ้าของแค่ 10 ปี จะนำไปขายทอดตลาดก็ไม่มีใครซื้อ สิทธิการเช่ามันก็ถูกด้อยค่าไป” อิสระกล่าว

ส่วนดอกเบี้ยการผ่อนโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่อัตราดอกเบี้ย 2.5% โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำและเหมาะสม หากกังวลว่าจะเพิ่มภาระให้กับงบประมาณมากเกินไป สามารถเก็บอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดไปจนถึงอัตราดอกเบี้ย 10% ได้ และจำเป็นต้องมีการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิให้เป็นผู้ที่อยู่อาศัยจริง เพื่อป้องกันการหาประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำและที่ดินรัฐ

บ้านประชาชนล้านหลังมาถูกทาง

มาถึงนโยบายไฮไลต์ของพรรคประชาชน “บ้านประชาชน 1 ล้านหลังใน 4 ปี” เพื่อแก้ปัญหาราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งใช้งบประมาณดำเนินการอยู่ราว 29,420 ล้านบาทต่อปี

“อิสระ” ถอดรหัสเจาะลึกรายนโยบาย โดยมองว่าโครงการ “อุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัย” 500,000 ครัวเรือน สำหรับค่าเช่าไม่เกิน 6,000 บาทต่อเดือน ในสัดส่วน 50% (ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน) ระยะเวลา 6 เดือน เป็นนโยบายระยะสั้นในการลดค่าครองชีพที่จำเป็นต้องคัดกรองผู้ที่มีรายได้น้อย โดยเริ่มต้นที่รายได้ต่ำที่สุดก่อน ผ่านการพิจารณาจากฐานข้อมูลด้านรายได้

ส่วนโครงการ “เปลี่ยนเช่าเป็นเช่าซื้อ” สำหรับผู้เช่าห้องของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จำนวน 65,000 ห้อง ให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้เมื่อชำระเกินเกณฑ์ที่กำหนด ถือว่าเป็นโครงการที่ดีและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน หากพรรคประชาชนจะทำ จำเป็นจะต้องมีการประเมินราคาตลาดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ราคาที่อยู่อาศัยแต่ละพื้นที่เป็นธรรมต่อผู้เช่า และกำหนดกรอบผู้มีสิทธิให้ชัดเจนมากขึ้น ว่าเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าของการเคหะฯอยู่แล้วหรือไม่

โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับวิธีการผ่อนชำระ ได้แก่ 1.ผ่อนชำระกับการเคหะฯโดยตรง ผ่านการกำหนดราคาที่อยู่อาศัย เพื่อกำหนดระยะเวลาในการผ่อนชำระ คล้ายกับนโยบายบ้านเพื่อคนไทย และ 2.ผ่อนชำระกับธนาคาร เพื่อให้การเคหะฯได้รับเงินก้อนไปพัฒนาประเทศต่อไป ไม่จมอยู่กับสินทรัพย์ที่นำไปต่อยอดไม่ได้ เนื่องจากการผูกพันกรรมสิทธิ์กับบุคคลจนกว่าจะหมดสัญญา

“เช่าออมบ้าน” ลดซัพพลาย

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนที่อยู่อาศัยเอกชนราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท จำนวน 50,000 ยูนิต โดยให้จ่ายค่าเช่าและใช้ประวัติการชำระในการยื่นสินเชื่อบ้านในโครงการ “เช่าออมบ้าน” มีผลดีต่อผู้ประกอบการที่มีสต๊อกคงค้าง เพื่อลดซัพพลายในตลาด แต่ความน่ากังวลอยู่ที่การใช้งบประมาณ 1,250 ล้านบาทต่อปี ที่มองว่าเพียงพอต่อการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อประโยชน์ผู้บริโภคและผู้ประกอบการในการลงทุน แต่อาจไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการ

ส่วนโครงการ “สินเชื่อบ้านหลังแรก” ด้วยการอุดหนุนดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับผู้ที่ไม่เคยถือครองกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 350,000 ยูนิต เป็นนโยบายที่ขุดกรุของเก่าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้น มองว่าควรมีการเพิ่มกรอบราคาไปจนถึง 5-7 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมความต้องการทุกเซ็กเมนต์

เช่นเดียวกับโครงการ “สินเชื่อรีโนเวต-ซื้อบ้านบังคับคดี” ที่มีนโยบายจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจำนวน 100,000 ยูนิต ยูนิตละ 100,000 บาท เพื่อเพิ่มที่อยู่อาศัยทางเลือกในเขตเมือง ที่ความน่าสนใจอยู่ที่การหนุนซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี เพื่อระบายสต๊อกเข้าสู่ตลาดและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ปิดท้ายที่โครงการ “บ้านมั่นคง” พัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดินรัฐร่วมกับท้องถิ่นจำนวน 35,000 ยูนิต เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่บุกรุก พร้อมสนับสนุนสินเชื่อให้ท้องถิ่นนำไปพัฒนาโครงการ ใช้งบประมาณ 420 ล้านบาทต่อปี เป็นโครงการที่ดีสำหรับการกระจายโครงการไปทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนที่เดิมอาศัยในชุมชนมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งมากขึ้น

“สุดท้ายแล้ว ทุกนโยบายอสังหาฯสำหรับผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลทั่วโลกจะเกี่ยวโยงกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นภาระก้อนใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลาผ่อนนาน ดอกเบี้ยสูงซื้อไม่ได้ ดอกเบี้ยต่ำเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง” อิสระกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทียบฟอร์ม ‘เพื่อไทย-ประชาชน’ แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-สานฝันคนอยากมีบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...