โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สวนดุสิตโพล ชี้ “เท้ง-ปชน.” นำอันดับ 1 เลือกตั้งปี 69 ทั้งบัญชีรายชื่อ-เขต

PostToday

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งปี 2569” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,682 คน เก็บข้อมูลทั้งออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 6–9 มกราคม 2569 พบว่า หากมีการเลือกตั้งในขณะนี้ พรรคประชาชนยังครองความนิยมอันดับ 1 ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง

โดยผลโพลระบุว่า กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน 34.23% รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย 16.22% และพรรคเพื่อไทย 16.03% ขณะที่การเลือก สส.เขต พรรคประชาชนยังนำอยู่ที่ 33.56% ตามด้วยเพื่อไทย 18.46% และภูมิใจไทย 16.29%

ด้านตัวบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด 31.99% รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย 17.45% และนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย 15.14%

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งมากที่สุด คือ นโยบายที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง 52.35% รองลงมาคือผลงานที่ผ่านมา 45.64% สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญกับผลลัพธ์เชิงรูปธรรมมากกว่ากระแสทางการเมือง

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา สิ่งที่ประชาชนอยากบอกกับทหารไทยมากที่สุด คือ “ขอสดุดีและยกย่องที่เสียสละทุ่มเท” 37.15% และ “เป็นกำลังใจให้ทหารไทยที่ปกป้องผืนแผ่นดิน” 31.16%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ภาพการเมืองไทยสะท้อนการแบ่งฐานเสียงตามช่วงวัยชัดเจน คนรุ่นใหม่เทคะแนนให้พรรคและผู้นำสายใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหญ่ยังยึดพรรคการเมืองดั้งเดิม โดยประชาชนให้ความสำคัญกับ “เศรษฐกิจและปากท้อง” มากกว่าวาทกรรมทางการเมือง

ขณะที่ ผศ.ดร.อานุภาพ รักษ์สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและนวัตกรรม โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า ผลโพลสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยอย่างเด่นชัด โดยพรรคประชาชนและนายณัฐพงษ์ยังครองกระแสนิยมสูงสุดทั้งระบบบัญชีรายชื่อ 34.23% และระบบเขต 33.56% บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของฐานเสียง

ขณะเดียวกัน การแข่งขันในกลุ่มพรรคการเมืองกระแสหลักพบว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมบัญชีรายชื่อสูงกว่าเพื่อไทยเล็กน้อย แต่เพื่อไทยยังได้เปรียบในระบบเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตัวแปรชี้ขาดสำคัญยังคงเป็น “สัมฤทธิผลเชิงนโยบาย” โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชนสูงถึง 52.35% มากกว่าประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือสถานการณ์ชายแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...