โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยศชนัน โชว์วิชั่น เอไอ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเข้มแข็งจากรากหญ้า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ยศชนัน โชว์วิชั่น เอไอ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเข้มแข็งจากรากหญ้า

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ มติชน ถึง แนวนโยบายพรรคพท. ที่จะนำเสนอในการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ตนเติบโตมาจากเรื่องเกี่ยวกับการทำ Innovation การทำวิจัยเชิงลึก หรือที่เรียกว่า Deep Technology ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก หากวันนี้เราไม่มีในส่วนตรงนี้ ก็จะไปข้างหน้าได้ยาก ดังนั้น เราต้องปลูกฝังข้อหนึ่งไปเลยว่า การที่เราจะสามารถขยับเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ โครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่วิกฤตปี 40 เราพยายามทำเรื่องเกี่ยวกับรากหญ้า จนกระทั่งทุกคนมองว่าเราทำให้รากหญ้าอย่างเดียว แล้วไม่ทำอะไรให้กับเศรษฐกิจภาพรวมระดับบนเลย แต่ครั้งนี้มันมีความสำคัญที่เราจำเป็นต้องช่วยทุกรูปแบบ เพราะว่าพอวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศเกิดขึ้น ทุกประเทศเดือดร้อนหมด พอเขาเดือดร้อนหมด สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาก็ต้องดูแลตัวเอง เมื่อก่อนหากเศรษฐกิจของเราดูแลตัวเองไม่ได้ คนข้างนอกมาช่วยเราได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเราได้แล้ว ดังนั้นความเข้มแข็งต้องสร้างจากรากหญ้า และจำเป็นต้องทำให้คนที่รวยไม่จนลง เราพยายามใช้คำว่า คนจนรวยขึ้น แต่ทำไมต้องทำให้คนรวยน้อยลง เพราะทุกคนก็คือคนไทยหมดเลย เราพยายามสื่อสารเรื่องนี้ตั้งแต่คนระดับรากหญ้า เป็นสิ่งที่เราพยายามปูพื้นด้วยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส

ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าวันนี้เราจะมีธุรกิจอาชีพอะไรก็แล้วแต่ การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามา เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จำเป็นต้องลงทุนตรงนี้ให้ แล้วก็ต้องทำให้เขามีความรู้สึกว่า การเพิ่ม Productivity ไม่ใช่เพิ่มที่จำนวนคนอย่างเดียว แต่ควรที่จะต้องเพิ่มด้วยเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็เสริมเรื่องเกี่ยวกับการตลาดให้ ซึ่งการตลาดที่ภาครัฐต้องทำ ก็คือการเปิดโอกาสต่างๆ เพราะ connection ของประเทศเรามีเยอะ ตนเคยทำโรงงานยามาก่อน มีหลายสิ่งมากที่เราต้องส่งไปทดสอบที่ประเทศอินเดีย เนื่องจากว่าเราไม่มีคู่ค้าที่สามารถทดสอบให้ได้ ทำให้มูลค่ามหาศาลจากสิ่งที่เราเก่งมันช้าลง เพราะทุกประเทศต่างก็ส่งไปทดสอบที่อินเดีย กลายเป็นว่าโรงงานยาสมุนไพรต้องไปรอเป็นคอขวด 1 ปีกว่าจะทดสอบเสร็จและส่งกลับมาได้ ทั้งที่ความจริงเราสามารถทำได้ และทุกคนก็อยากเข้ามา ดังนั้นถ้าเรามองเห็นบางโอกาส เราก็สามารถที่จะพลิกฟื้นบางอุตสาหกรรมขึ้นมาได้

ส่วนเรื่องอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นสิ่งสำคัญมาก หลายคนมองว่าประเทศไทยมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งสำคัญ แต่ความจริงแล้ว ถ้าวันนี้เรามองตำแหน่งของตัวเองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ AI Infrastructure นั้น การจะมี Data Center ต้องมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ข้างใน และมีชิปบางอันที่เราสามารถผลิตได้ อย่างเช่นเรื่องที่เกี่ยวกับ Power และ Communication ต่างๆ ไม่ต้องไปมองว่าเรื่อง AI คือเรื่อง GPU อย่างเดียว เพราะความจริงคือ เรามีสิทธิ์ที่จะทำชิปและ Data Center ได้ง่ายๆ ตนได้พยายามคุยกับสภาอุตสาหกรรมในเรื่องนี้แล้ว การนำเข้าชิ้นส่วนไอทีเข้ามาไม่ได้แพง หากรัฐบาลได้โครงของวงจรบางอย่างของชิปบางตัว ที่เรามีความจำเป็นต้องดึงเข้ามา จะทำให้การผลิตเราง่ายขึ้น เป็นโครงสร้างพื้นฐานทาง intellectual property ที่ปัจจุบันเรามีความจำเป็นต้องทำ ซึ่งทำไม่ยาก มันเป็น landscape ของโครงสร้างทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าเทคโนโลยีของเราจะไปที่ไหน และประเทศไหนเป็นประเทศที่เราควรที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย และวันนี้ไม่ใช่มองแค่เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของจีนกับอเมริกา แต่ความจริงแล้วมีบางประเทศที่น่าสนใจมาก อย่างเช่นประเทศตุรกีหรืออิตาลี

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการเตรียมคนให้สามารถรองรับเรื่องเหล่านี้ได้ เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะการศึกษาที่ต้องเป็นของทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กจนไปถึงวัยชรา เช่นกรณีของเกาหลีใต้ที่ดึงดูดคนที่อายุเกษียณไปทำงานที่เยอรมัน พอเขากลับประเทศมาก็อยากจะสร้างอาชีพใหม่ ดังนั้น การที่เราให้เขาเกษียณอย่างสงบ กับการที่เราให้เขาทำตามความฝันได้ ถือเป็นคนละเรื่องเลย เดิมทีเขาอาจจะอยากทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ หรืออยากทำการเกษตรก็ได้ เราจึงต้องเปิดเวทีให้เขาทำได้ สามารถไปเจอคนรุ่นน้องๆ ที่สามารถร่วมทีมได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ Synthetic Biology ที่หากประเทศไทยไม่ทำจะเสียดุลมหาศาล เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันคือเรื่องเศรษฐกิจ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่าการแข่งขันในปัจจุบัน ถ้าเราไม่ได้ทำ เราก็จะทรุดมหาศาล แต่ถ้าเราทำ ก็จะพลิกโอกาสได้เลย เพราะจะมีหลายประเทศที่ต้องหยุดไลน์ผลิตของตัวเองไป เนื่องจากว่าโปรดักต์บางอย่างมีปัญหา ซึ่งวันนี้พวกเรามีทางเลือกเยอะกว่า แล้วก็ออร์แกนิกกว่า ตรงนี้มีความน่าสนใจ และเราสามารถที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยตรงนี้ขึ้นมาได้

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ Research Infrastructure เพราะนอกจากคนจะรับการถ่ายทอดมาได้แล้ว ก็ต้องมีที่ให้เขาปล่อยของ ซึ่งการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจจะยากกว่าการลงทุนด้านการวิจัย แต่เราต้องทำให้คนที่มีศักยภาพ มีเครื่องมือที่ทัดเทียมกับข้างนอกประเทศ หากเราทำสิ่งนี้ได้ ก็สามารถที่จะพลิกฟื้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่นจากยาพาราเซตามอลธรรมดา เปลี่ยนเป็นชุดตรวจบางอย่าง มูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาล หรือสมุนไพรที่เราเอามานั่งเคี้ยวธรรมดา เอามาเปลี่ยนเป็นยา มูลค่าเพิ่มขึ้นเกิน 100 เท่า ซึ่งวิธีการที่จะเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นเร็ว ต้องมีสองส่วนคือ 1.สร้างคนให้เหมาะสมกับการรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2.การทำให้คนเหล่านั้นมีโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอที่จะทำ

ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยประเมินตัวเลข สส.บัญชีรายชื่อ ที่จะได้ไว้กี่ที่นั่งนั้น ส่วนตัวคิดว่า 35-40 ที่นั่ง คือตัวเลขที่เหมาะสม ส่วนในช่วงหาเสียงนี้ เราจะสื่อสารอย่างไรให้กลุ่มโหวตเตอร์ที่ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ ให้กลับมาเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยอีกครั้งนั้น ตนเคยมีประสบการณ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม แม้ตนจะห่างออกมา แต่การสื่อสารก็ตัดไม่ลง ปัจจุบันตนก็พยายามลงไปในพื้นที่ เพื่อไปพูดคุยว่าปัญหาราคาข้าว หรือปัญหาน้ำท่วม เป็นอย่างไรบ้าง และรับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ ส่วนตัวเราลงพื้นที่เยอะพอสมควร ในจุดที่เป็นปัญหา ดังนั้นการสื่อสารมันก็จะดีขึ้น และขณะนี้เรายังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน โดยธรรมชาติแล้วเราสามารถทำตรงนี้ให้ดีขึ้นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยศชนัน โชว์วิชั่น เอไอ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเข้มแข็งจากรากหญ้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...