KBANK-KTB โค้งท้ายกำไรดี ปี2569เด่นยิลด์ปันผลสูง6%
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 07.16 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.กรุงศรี จัดคู่แพ็คหุ้นแบงก์ KBANK-KTBแนวโน้มผลงานไตรมาส4/568กำไรเติบโตต่อเนื่อง จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น,ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง,แถมยังเป็นหุ้นที่ให้อัตราเงินปันผล(dividend yield) สูงระดับ6%ชูเป็นหุ้นTop Pick กลุ่มธนาคาร
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีจำกัด(มหาชน) คาดผลการดำเนินงานKBANKไตรมาส4/2568จะรายงานกำไรสุทธิที่ 1.10 หมื่นลบ. กำไรเพิ่มขึ้น +2% y-y เพราะ i) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น +14% y-y จาก Bancassurance และ Wealth management ii) ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง -16% y-y จากช่วงปี 2024เร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ขณะที่กำไรลดลง -15% q-q เพราะ i) รายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง -3% q-q จาก NIM ลดลงเหลือ 3.12% จากไตรมาส4/2567 ที่3.48% และไตรมาส3/2568 ที่ 3.24% จากการลดลงของ yield on loan ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลงในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 และ portfolio mixed ii) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง -4% q-q จากเงินลงทุน (FVTPL) iii) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น +5% q-q จากค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายทางการตลาด สำหรับสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +1.0% q-q คิดเป็น -1.8% YTD ด้าน NPL Ratio ที่3.25% เพิ่มจากไตรมาส3/2568 ที่3.19% จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและคาดกำไรสุทธิปี2569 ลดลง y-y -5%y-yเพราะการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง เราคาดดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งปีแรก25689 จากปัจจุบันที่ 1.25% การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และการลดภาระดอกเบี้ยในโครงการ คุณสู้เราช่วย
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายปี2569 ที่ 205 บาท เพราะ i) รักษาระดับเงินปันผลต่อปี dividendyield ที่ราว 6% ได้สำหรับครึ่งงปีหลัง2568 คาดจ่ายปันผลที่ 10บ./หุ้น dividend yield 5% ii) บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีทั้งค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) และ NPL และคงเป็น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากi) รักษาระดับเงินปันผลต่อปีdividend yield ที่ราว 6% ได้สำหรับครึ่งปีหลัง2568 คาดจ่ายปันผลที่ 10 บ./หุ้น dividend yield 5% ii) บริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีทั้งค่าใช้จ่ายสา รอง (credit cost) และ NPL
KTB เงินลงทุนหนุนกำไร
ทางด้าน KTB เราคาดจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส4/2568 ที่ 1.08 หมื่นลบ. กำไรเพิ่มขึ้น +3% y-y เพราะ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น +52% y-y จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุน (FVTPL) และรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ ii) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลง -3% y-y จากค่าใช้จ่ายอื่น ขณะที่กำไรลดลง -26% q-q จาก i) รายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง -5% q-q เพราะ NIM ที่ 2.60% ลดลงจากไตรมาส4/2567 ที่ 3.30% และไตรมาส3/2568 ที่ 2.76% จากการลดลงของ yield on loan ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลงในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 และ portfolio mixed ii) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย(Non-NII) ลดลง -15% q-q จากการลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) iii) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน(OPEX) เพิ่มขึ้น +6% q-q จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาด สำหรับสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +1.0% q-q คิดเป็น -3.0% YTD ด้าน NPL Ratio อยู่ที่2.95% เพิ่มจากไตรมาส3/2568 ที่ 2.88%
คาดกำไรสุทธิปี2569 ลดลง y-y -3% y-y เพราะการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง โดยคาดดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งปีแรก2569 จากปัจจุบันที่ 1.25% การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และการลดภาระดอกเบี้ยในโครงการ คุณสู้เราช่วย
คงคำแนะนำ”ซื้อ”และคงราคาเป้าหมายปี2569 ที่ 30 บ. เพราะ i) คาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผลdividend yield 6% สำหรับครึ่งปีหลัง2568 คาดจ่ายเงินปันผลที่ 1.306บ./หุ้น dividend yield 5% ii) เป็นธนาคารที่มีความเสี่ยงทางด้านคุณภาพสินทรัพย์น้อย จากลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ iii) มีโอกาสเห็นธนาคารทำการซื้อหุ้นคืนในอนาคต