โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SME ไทย ฝ่ากระแสโลกเปลี่ยน ชู นวัตกรรม–ข้อมูล-สร้างแบรนด์ ดันธุรกิจโตยั่งยืน

Khaosod

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 06.28 น.

ผู้ประกอบการ SME ไทย ฝ่าคลื่นธุรกิจแข่งขันสูงยุคโลกเปลี่ยนแปลง แต่สู้ได้ด้วย นวัตกรรม ข้อมูล ตั้งเป้าหมาย และใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด หัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องเงินทุน กลยุทธ์เชิงรุกสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายวรเสน ลีวัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด บริษัทผู้ออกแบบ ติดตั้ง และบริการบำรุงรักษาห้องปลอดเชื้อ เปิดเผยในฐานะหนึ่งในผู้รับรางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจบริการ รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับห้องปลอดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2540

นวัตกรรมดันรายได้โตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง

โดยใช้งบในการวิจัยและพัฒนาส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ของรายได้รวมทุกปี เพราะบริษัทมั่นใจว่า นวัตกรรม จะทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจก็ตาม

ทั้งนี้ลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล โดยเป็นพันธมิตรกับกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ และ ยังให้บริการในการออกแบบห้องปลอดเชื้อให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ห้องปลอดเชื้อ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา รวมไปถึงบ้านพักอาศัย ที่ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยมากขึ้น

โดยทุกอย่างถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทมีนวัตกรรมที่พัฒนาเอง สามารถออกแบบ และปรับปรุงงานให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งจากแนวทางการทำธุรกิจดังกล่าว ทำให้วินด์ชิลล์ มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20% ต่อปี ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมาตลอด 2 ทศวรรษ เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งในเรื่องของนวัตกรรม

"ข้อมูล" หัวใจขับเคลื่อนธุรกิจ

นางสาวมนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ผู้นำแบรนด์ขนมไทยและวุ้นอันดับ 1 ใน 7-Eleven ผู้คว้ารางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ระดับ Gold กล่าวว่าความสำเร็จของ คุณเก๋ขนมหวาน เกิดจากการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย (Customer Insight) และการพัฒนาสินค้าใหม่ (Product Innovation) ภายใต้แนวคิด "นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ"

โดยบริษัทเน้นการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) ต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้มีมูลค่าเพิ่ม ผ่าน Brand Storytelling หรือการบอกเล่าเรื่องราว, Packaging Design การออกแบบแพคเกจ และการทำ Collaboration หรือทำงานร่วมกับกับพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด

ทำให้ผลประกอบการของคุณเก๋ขนมหวาน เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตสูงถึง 120,000 ชิ้นต่อวัน หรือกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี สร้างยอดขายเฉลี่ย 40 ล้านบาทต่อเดือน โดยมียอดจำหน่ายผ่าน 7-Eleven เป็นหลักกว่า 90% และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่น ๆ โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือ Gen X และ Gen Y มากกว่า 60-70%

นางสาวมนสวรรณ ยังกล่าวถึงการปูทางสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ในปี 2569 ว่า บริษัทพร้อมการนำเสนอขนมไทยในรูปแบบที่เหมาะสมกับตลาดโลก เช่น ขนมไทยพร้อมทานที่ยืดอายุได้นานขึ้น แต่ยังคงรสชาติแบบต้นตำรับ โดยไม่ใช้สารกันบูด รวมถึงการเปิดตลาดจีนโดยใช้กลุ่มขนมประเภทแช่แข็งและผงวุ้นเป็นตัวบุกตลาดภายในปี 2571

เช่นเดียวกับนายอัครวัฒน์ ฉันทแดนสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ริชเชส ซัพพลาย จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหลอดไฟ LED ภายใต้แบรนด์ "ENRICH" ที่คว้ารางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง (Trading) ระดับ Silver เปิดมุมมองการพัฒนาธุรกิจและการสร้างการเติบโตขององค์กรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า "ข้อมูล" คือหัวใจการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าหลอดไฟ LED จากประเทศจีน คือการกำหนดสเปคของสินค้าแต่ละประเภท ทั้งรูปแบบและดีไซน์ ที่มาจากฐานข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นธุรกิจเริ่มแรกจากการขายสินค้าให้กับแบรนด์อื่นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้มีข้อมูลความต้องการสินค้าของลูกค้าจำนวนมาก ทั้งด้านพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ รูปแบบ สีสันและ ดีไซน์

โดยนำข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้ามาประมวลผลว่าสินค้าแบบไหนที่คนชอบ ข้อเสียของคู่แข่งในตลาด ทำให้บริษัทสามารถกำหนดสเปคสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายและกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

จากกลยุทธ์ดังกล่าวส่งให้ผลการดำเนินงานรวมเกินกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กหลายแห่งประสบปัญหาขาดทุน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญในการทำธุรกิจของบริษัท คือ "ข้อมูล"

การที่บริษัทมีข้อมูลของลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและวางกลยุทธธุรกิจในการนำเข้าสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร
ในขณะที่ปี 2569

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI เพื่อมาใช้ในการลงทุนสร้างคลังสินค้า พื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ที่ศาลายา เพื่อใช้ในการจัดเก็บสินค้าให้ได้มาตรฐานและลดความเสี่ยงสินค้าเสียหาย

"ส่วนตัวมองว่า SME ไทยจะแข็งแรง ต้องรู้ว่าลูกค้าเราคือใคร และใช้ข้อมูลของลูกค้ามาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ใช้ความรู้สึกในการทำธุรกิจ" นายอัครวัฒน์ กล่าว

"Her Hyness" สร้างแบรนด์เลิฟด้วยคุณภาพ

นางกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมซัน รอเยล จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางสกินแคร์เพื่อผิวแพ้ง่าย "Her Hyness" ผู้ประกอบการ SME หนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลพระราชทาน SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง (Trading) กล่าวว่าสูตรสำเร็จการสร้างแบรนด์ "Her Hyness" ให้เป็นแบรนด์เลิฟในใจผู้บริโภค จากความมุ่งมั่น และแรงผลักดันที่จะสร้างแบรนด์เครื่องสำอางคนไทยสู่ตลาดโลก นับตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจที่เริ่มขึ้นในปี 2559

โดยตั้งใจจะพัฒนาเครื่องสำอางค์สำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย ให้มีผิวที่แข็งแรงขึ้น ช่วงเริ่มต้นการเปิดตัวแบรนด์ "Her Hyness" บริษัทใช้กลยุทธ์การบอกต่อ (word-of-mouth) เพื่อสร้างฐานลูกค้าโดยทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปสร้างการเติบโตแบบออร์แกนิก

จากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มผิวแพ้ง่ายที่ได้รับการตอบรับดีในฐานะแบรนด์ไทย ส่งผลยอดขายเติบโตเป็นลำดับ แต่บริษัทไม่หยุดการพัฒนา ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ และ Product Positioning ให้ตอบโจทย์มากขึ้น

ในปี 2553 บริษัทดำเนินนโนบายเชิงรุก โดยขยายช่องทางจัดจำหน่ายจากช่องทางร้านค้าปลีก (retailer) สู่อีคอมเมิร์ซ สร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้แบรนด์ Her Hyness เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และลงทุนด้านการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์เลิฟในกลุ่มที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์และกลุ่มใหม่ในโลกออนไลน์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางเป้าหมายสร้างแบรนด์สู่ตลาดโลกด้วยมาตรฐานการผลิตคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับโลก ทั้งในด้านแบรนด์ (branding) และการบริหารจัดการ (management) โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ และความเป็นเลิศในการดำเนินการ (execution excellence)

"กลยุทธ์อีคอมเมิร์ซ และการบริหารจัดการเชิงรุก ที่บริษัทนำมาใช้ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ใส่ใจรายละเอียด และ touchpoint ของลูกค้า"

นางกัญญฉัชฌ์ กล่าวว่าจากการลงทุนต่อเนื่องและเป้าหมายการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สู่ระดับดับสากล รวมถึงการสร้างเครือข่ายช่องทางการจำหน่ายขยายฐานลูกค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้การดำเนินงานในปี 2567 ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายเติบโตก้าวกระโดด รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทเป็นปีแรก และคาดว่าสิ้นปีนี้ ในปี 2568 จะสามารถปิดยอดขายที่ 1,500 ล้านบาท

รวมทั้งขยายการสร้างการรับรู้แบรนด์ "Her Hyness" ไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เร่งศึกษาตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดส่งออก ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และมีศักยภาพสูง

โดยปัจจุบันบริษัทส่งออกแบรนด์ "Her Hyness" ไปยังประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังสำรวจคู่ค้าเพิ่มเติมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SME ไทย ฝ่ากระแสโลกเปลี่ยน ชู นวัตกรรม–ข้อมูล-สร้างแบรนด์ ดันธุรกิจโตยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...