โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สวยสะกดตา! นักบินอวกาศเผยภาพ “พระจันทร์ทรงกลด” จากนอกโลก มุมมองสุดแปลกตาที่หาชมได้ยาก

SPACEMAN

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 03.03 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติบันทึกภาพปรากฏการณ์ทางแสงสุดตระการตาเหนือมหาสมุทรอินเดีย เผยให้เห็น "พระจันทร์ทรงกลด" (Lunar Halo) ในมุมมองจากวงโคจรที่แตกต่างจากบนพื้นโลกอย่างสิ้นเชิง ภาพนี้แสดงให้เห็นส่วนโค้งของแสงที่โอบล้อมดวงจันทร์ไว้อย่างอ่อนช้อย ท่ามกลางบรรยากาศชั้นบนสุดของโลกที่เต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งขนาดจิ๋ว

ปรากฏการณ์พระจันทร์ทรงกลดที่เราเห็นนี้ เกิดจากการที่แสงจันทร์เดินทางไปกระทบกับผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กที่ลอยตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก แสงจะเกิดการหักเหและสะท้อนผ่านผลึกเหล่านั้นจนแยกตัวออกเป็นแถบสีหรือวงแหวนสว่างล้อมรอบดวงจันทร์ โดยปกติแล้วเรามักจะเห็นทรงกลดเป็นวงกลมเต็มวงขนาด 22 องศา แต่จากมุมมองบนสถานีอวกาศนานาชาติซึ่งโคจรอยู่สูงเหนือชั้นบรรยากาศขึ้นไปประมาณ 400 กิโลเมตร นักบินอวกาศจะเห็นแสงนี้เป็นส่วนโค้งที่พาดผ่านขอบฟ้า เนื่องจากตำแหน่งของดวงจันทร์อยู่หลังชั้นน้ำแข็งบางๆ ในบรรยากาศชั้นเมโซสเฟียร์พอดี

ความลับของรูปร่างทรงกลดที่สวยงามนี้ขึ้นอยู่กับเรขาคณิตของผลึกน้ำแข็งเป็นสำคัญ โดยเฉพาะผลึกน้ำแข็งรูปหกเหลี่ยมที่จะหักเหแสงในมุมที่แม่นยำจนเกิดเป็นวงแหวน ในภาพถ่ายครั้งนี้ทรงกลดปรากฏเป็นเพียงส่วนโค้งสว่างแทนที่จะเป็นวงกลมสมบูรณ์ เนื่องจากมุมมองของนักบินอวกาศประกอบกับการกระจายตัวของผลึกน้ำแข็งที่ไม่ได้ล้อมรอบดวงจันทร์ทั้งหมดในขณะนั้น การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของทิศทางผลึกน้ำแข็งอาจส่งผลต่อรูปร่างและความคมชัดของแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น

เจาะลึกความลับ "น้ำแข็งที่ขอบอวกาศ" และเทคนิคการถ่ายภาพบนวงโคจร

ชั้นบรรยากาศเมโซสเฟียร์ (Mesosphere) ที่ความสูงประมาณ 50-85 กิโลเมตร คือบริเวณที่หนาวเย็นที่สุดของโลก โดยอุณหภูมิอาจดิ่งลงต่ำกว่า -90 องศาเซลเซียส ผลึกน้ำแข็งที่เกิดในชั้นนี้มีความแตกต่างจากเมฆฝนทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากอากาศที่เบาบางทำให้ไอน้ำต้องอาศัย "ฝุ่นอวกาศ" ที่เกิดจากสะเก็ดดาวตกหรืออนุภาคจากการพ่นไอเสียของจรวดเป็นแกนกลางในการควบแน่น

เมื่อไอน้ำอันน้อยนิดไปเกาะตัวกับฝุ่นเหล่านี้ในอุณหภูมิที่เย็นจัด ผลึกน้ำแข็งรูปหกเหลี่ยมขนาดเล็กจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ความพิเศษคือผลึกเหล่านี้มักจะถูกจัดเรียงตัวด้วย คลื่นความโน้มถ่วง (Gravity Waves) ซึ่งไม่ใช่คลื่นในอวกาศ แต่เป็นคลื่นอากาศที่เกิดจากพายุรุนแรงหรือลมที่พัดผ่านเทือกเขาสูงบนพื้นโลกแล้วกระเพื่อมขึ้นสู่ด้านบน แรงกระเพื่อมนี้เองที่ไปจัดระเบียบให้ผลึกน้ำแข็งเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ จนเมื่อแสงจันทร์ส่องผ่านจึงเกิดการหักเหในมุมที่พอเหมาะ กลายเป็นวงโค้งที่นักบินอวกาศบันทึกได้นั่นเอง

การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยบนสถานีอวกาศนานาชาติ

การถ่ายภาพ "พระจันทร์ทรงกลด" จากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสถานีอวกาศกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจะเก็บรายละเอียดแสงที่นุ่มนวลท่ามกลางความมืดมิดโดยไม่ให้ภาพเบลอนั้นต้องอาศัยเทคนิคและอุปกรณ์เฉพาะทาง

  • การชดเชยการเคลื่อนที่: นักบินอวกาศต้องใช้ขาตั้งกล้องชนิดพิเศษหรืออุปกรณ์ที่เรียกว่า NightPod ซึ่งจะช่วยหมุนกล้องตามตำแหน่งของโลกและวัตถุบนท้องฟ้าโดยอัตโนมัติ เพื่อชดเชยความเร็วของสถานีอวกาศ ทำให้สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานพอที่จะเก็บแสงจากพระจันทร์ทรงกลดที่เบาบางได้
  • การจัดการแสงสะท้อน: ภายในโมดูลคิวโปลา (Cupola) หรือหน้าโดมกระจกของ ISS มักจะมีแสงไฟจากอุปกรณ์ภายในรบกวน นักบินอวกาศจะต้องดับไฟหรือใช้ผ้าคลุมสีดำปิดรอบตัวกล้องเพื่อไม่ให้แสงสะท้อนบนกระจกหน้าต่างมาบดบังรายละเอียดของแสงจันทร์

ความได้เปรียบทางทัศนวิสัย: การที่ ISS อยู่เหนือชั้นบรรยากาศหนาแน่น ทำให้นักบินอวกาศสามารถใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างบันทึกภาพได้โดยไม่มี "การกระพริบ" ของแสง หรือความฟุ้งกระจายที่เกิดจากละอองลอย (Aerosols) ในอากาศชั้นล่าง ภาพที่ได้จึงมีความคมชัดและแสดงให้เห็นชั้นบรรยากาศเป็นเส้นบางๆ แยกออกจากกันอย่างชัดเจน

สถานีอวกาศนานาชาติถือเป็นจุดสังเกตการณ์ชั้นเลิศที่ช่วยให้เราเห็นปรากฏการณ์ในชั้นบรรยากาศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากอยู่เหนือระบบสภาพอากาศส่วนใหญ่ของโลก ทำให้ภาพที่ได้ปราศจากความบิดเบี้ยวจากเมฆหรือมลภาวะในอากาศชั้นล่าง การถ่ายภาพลักษณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ NASA’s Crew Earth Observations ซึ่งไม่ได้มีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างแสง สภาพอากาศ และองค์ประกอบทางเคมีของโลก

ที่น่าสนใจคือผลึกน้ำแข็งที่ทำให้เกิดทรงกลดครั้งนี้ไม่ใช่เมฆทั่วไปที่เราเห็นกันในชีวิตประจำวัน แต่เป็นผลึกน้ำแข็งในชั้นเมโซสเฟียร์ที่อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 50 ถึง 85 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่อากาศเบาบางและหนาวเย็นจัด ผลึกน้ำแข็งเหล่านี้มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงมาก และมักได้รับอิทธิพลจาก "คลื่นความโน้มถ่วง" หรือคลื่นที่เกิดจากการกระเพื่อมของอากาศเนื่องจากพายุหรือสภาพภูมิประเทศด้านล่าง ซึ่งช่วยหล่อหลอมโครงสร้างน้ำแข็งอันละเอียดอ่อนจนกลายเป็นปรากฏการณ์ส่องสว่างที่สวยงามอย่างที่เราได้เห็นกัน

ข้อมูลจากภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ในโครงการ NASA’s Crew Earth Observations สามารถวิเคราะห์ความหนาแน่นและตำแหน่งของผลึกน้ำแข็งในชั้นเมโซสเฟียร์ได้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการศึกษาสภาวะโลกร้อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในบรรยากาศชั้นบนเป็นดัชนีชี้วัดที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเรา

ข้อมูลอ้างอิง: NASA

  • A Halo Above the Horizon
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...