โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 3 มาตรการช่วยไร่อ้อยกว่า 260,000 ไร่ ผลจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.57 น.

บอร์ด กอน.เคาะมาตรการ 3 ระยะ ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา รวมพื้นที่ปลูกอ้อยมากกว่า 260,000 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบ “แนวทางการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา”

ซึ่งมีพื้นที่ปลูกอ้อยครอบคลุมแนวพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวมเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยมากกว่า 260,000 ไร่ ซึ่งจะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ปลูกอ้อยที่ได้รับผลกระทบอีกครั้งเมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง โดยเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยส่งเสริมของโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ โรงงานน้ำตาลและอ้อยตะวันออก และโรงงานน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี

สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนมีมาตรการ 3 ระยะ ดังนี้

1.มาตรการระยะสั้น/เร่งด่วน : คณะทำงานกำกับดูแลการเก็บเกี่ยวอ้อยในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับโรงงานน้ำตาล และสถาบันชาวไร่อ้อยในพื้นที่ เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่และรวบรวมข้อมูลพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบและมีความเสี่ยงว่ายังคงมีระเบิดตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งให้โรงงานน้ำตาลจัดทำแผนการรับอ้อย

2.มาตรการระยะกลาง/ช่วยเหลือ/เยียวยา : กรณีสามารถเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ : ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสแกนและตรวจสอบพื้นที่จนมั่นใจในความปลอดภัย จึงให้มีการเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยได้ และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้มีการเผาอ้อยเพื่อเคลียร์พื้นที่และมองเห็นสิ่งตกค้างอยู่ในแปลงอย่างชัดเจนก่อนตัดอ้อย โดยผ่อนปรนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว

กรณีไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ : หน่วยงานความมั่นคงแจ้งเสี่ยงเกินกว่าที่จะเข้าพื้นที่ได้ ให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยต่อกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.)

รวมถึงขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาลลดหย่อนดอกเบี้ย หรือพักการชำระหนี้ ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบ และประสานกับ ธ.ก.ส. เพื่อขอการผ่อนผัน/พัก/ขยายระยะเวลาการชำระหนี้สิน ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยปี 2568-2570 และใน 3 ระยะก่อนหน้านั้น

3.มาตรการระยะยาว/ฟื้นฟู : กรณีที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ตัดอ้อยได้ทั้งหมดหรือบางส่วน : ขอรับพันธุ์อ้อยจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ และดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรชาวไร่อ้อยเพื่อฟื้นฟูพื้นที่

“สอน.ขอให้เกษตรกรและโรงงานในเขตที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบปฏิบัติตามข้อแนะนำของฝ่ายความมั่นคงอย่างเคร่งครัด ซึ่งบอร์ด กอน.ได้เคาะแนวทางการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว และ สอน.จะเร่งดำเนินการตามแนวทางต่อไป ขอให้ท่านวางแผนการเก็บเกี่ยวอ้อยและรับอ้อยเข้าหีบ โดยมุ่งคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นลำดับแรก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 3 มาตรการช่วยไร่อ้อยกว่า 260,000 ไร่ ผลจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...