Nvidia เล็งเพิ่มกำลังผลิต “ชิป AI H200” รับออเดอร์จีนพุ่ง
บริษัทเทคโนโลยีจีนเร่งติดต่อซื้อ "ชิป H200" หลังสหรัฐอนุญาตส่งออก Nvidia เล็งเพิ่มกำลังผลิต แม้ปริมาณการผลิตยังจำกัดและรัฐบาลจีนยังไม่ไฟเขียวอย่างเป็นทางการ
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 07.54 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เอ็นวิเดีย (Nvidia) แจ้งต่อลูกค้าในจีนว่าบริษัทกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการเพิ่มกำลังการผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นทรงพลัง H200 หลังจากคำสั่งซื้อมีจำนวนมากเกินกว่าระดับการผลิตในปัจจุบัน ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวสองรายที่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลสหรัฐจะอนุญาตให้เอ็นวิเดียส่งออกชิปประมวลผล H200 ซึ่งเป็นชิป AI ที่เร็วเป็นอันดับสองของบริษัท ไปยังจีนได้ โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 25% จากการขายดังกล่าว แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่าความต้องการชิป H200 จากบริษัทจีนอยู่ในระดับสูงมาก จนทำให้เอ็นวิเดียเอนเอียงไปในทิศทางของการเพิ่มกำลังการผลิต
โฆษกของ Nvidia กล่าวในแถลงการณ์ถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ หลังข่าวถูกเผยแพร่ว่า“เรากำลังบริหารจัดการซัพพลายเชนเพื่อให้มั่นใจว่าการขายชิป H200 ที่ได้รับอนุญาตให้กับลูกค้าในจีน จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในสหรัฐฯ”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่าบริษัทจีนรายใหญ่หลายแห่ง รวมถึงอาลีบาบา และไบต์แดนซ์ ได้ติดต่อ Nvidia ในสัปดาห์นี้เพื่อแสดงความสนใจซื้อชิป H200 และมีความต้องการวางคำสั่งซื้อในปริมาณมาก อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนยังคงอยู่ เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่ได้ให้ไฟเขียวอย่างเป็นทางการต่อการจัดซื้อชิป H200 โดยเจ้าหน้าที่จีนได้จัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันพุธเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว และจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้นำเข้าชิปดังกล่าวเข้าสู่จีนหรือไม่ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวสองรายแรกและแหล่งข่าวอีกรายหนึ่ง
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพุธว่า ปัจจุบันชิป H200 อยู่ในระยะการผลิตในปริมาณที่จำกัดมาก เนื่องจากผู้นำด้านชิป AI ของสหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่การผลิตชิปรุ่นล้ำหน้าที่สุดในตระกูล Blackwell รวมถึงชิปรุ่นถัดไปอย่าง Rubin
แหล่งข่าวระบุว่า ปัญหาด้านอุปทานของชิป H200 เป็นความกังวลสำคัญของลูกค้าในจีน และบริษัทเหล่านี้ได้ติดต่อเอ็นวิเดียเพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ในการชี้แจงต่อลูกค้า Nvidia ได้ให้ข้อมูลแนวทางเกี่ยวกับระดับอุปทานในปัจจุบันด้วย แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด
ทั้งนี้ชิป H200 เริ่มถูกนำไปใช้งานในวงกว้างตั้งแต่ปีที่แล้ว และถือเป็นชิป AI ที่เร็วที่สุดในกลุ่มสถาปัตยกรรม Hopper รุ่นก่อนหน้าของเอ็นวิเดีย โดยชิปดังกล่าวผลิตโดยบริษัท TSMC ของไต้หวัน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับ 4 นาโนเมตร
TSMC ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรกำลังการผลิตให้กับลูกค้ารายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ โดยชี้ไปที่ถ้อยแถลงล่าสุดของ ซี.ซี. เว่ย ประธานและซีอีโอของบริษัท เกี่ยวกับแนวทางการวางแผนกำลังการผลิต ท่ามกลางอุปสงค์ด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้น
ความต้องการชิป H200 อย่างล้นหลามจากบริษัทจีน มีสาเหตุจากการที่ชิปดังกล่าวเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้ในขณะนี้ โดย H200 มีสมรรถนะสูงกว่าชิป H20 ซึ่งเป็นชิปที่เอ็นวิเดียปรับลดสเปกให้เหมาะกับตลาดจีนและเปิดตัวในช่วงปลายปี 20566 ถึงราว 6 เท่า
การตัดสินใจของทรัมป์เกี่ยวกับชิป H200 เกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมชิป AI ภายในประเทศ ขณะที่ผู้ผลิตชิปจีนยังไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะเทียบเท่า H200 ได้ จึงเกิดความกังวลว่า การอนุญาตให้ชิป H200 เข้าสู่จีน อาจบั่นทอนการเติบโตของอุตสาหกรรมภายในประเทศ
โนริ ชิว ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ White Oak Capital Partners กล่าวว่า “สมรรถนะการประมวลผลของ H200 สูงกว่าตัวเร่งประมวลผลที่ผลิตในประเทศที่ล้ำหน้าที่สุดราว 2–3 เท่า” และเสริมว่า “ผมเริ่มเห็นผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) และลูกค้าองค์กรจำนวนมาก เร่งวางคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ และวิ่งเต้นรัฐบาลอย่างจริงจัง เพื่อให้ผ่อนคลายข้อจำกัดแบบมีเงื่อนไข” พร้อมระบุว่าความต้องการ AI ของจีนมีมากเกินกว่ากำลังการผลิตภายในประเทศจะรองรับได้
แหล่งข่าวระบุว่า ในระหว่างการประชุมฉุกเฉิน มีข้อเสนอให้กำหนดเงื่อนไขว่า การจัดซื้อชิป H200 แต่ละครั้ง จะต้องผูกกับการซื้อชิปที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนหนึ่งด้วย
สำหรับเอ็นวิเดีย การเพิ่มกำลังการผลิตก็เป็นความท้าทายเช่นกัน ในช่วงเวลาที่บริษัทไม่เพียงอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ชิปรุ่น Rubin เท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกับบริษัทอื่น ๆ รวมถึงกูเกิล ของอัลฟาเบต เพื่อแย่งชิงกำลังการผลิตขั้นสูงที่มีอยู่อย่างจำกัดจาก TSMC
อ้างอิง : reuters.com