“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบ กังวลฟองสบู่ AI กดดันหุ้นเทคโลกตามวอลล์สตรีทร่วง
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบ กังวลฟองสบู่ AI กดดันหุ้นเทคโลกตามวอลล์สตรีทร่วง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีน-ประชุม BOJ ประเมินทิศทางเศรษฐกิจช่วงปลายปี
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (15 ธ.ค. 2568) ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) ท่ามกลางความวิตกของนักลงทุนต่อความเสี่ยงภาวะฟองสบู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากสัญญาณผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มสะท้อนความไม่แน่นอนของความสามารถในการทำกำไรจากการลงทุนด้านนี้ในระยะถัดไป
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 50,352.09 จุด ลดลง 484.46 จุด หรือ -0.95% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนเปิดที่ระดับ 3,865.40 จุด ลดลง 23.95 จุด หรือ -0.61% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,718.14 จุด ลดลง 258.65 จุด หรือ -1% สะท้อนแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่อ่อนไหวต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก
ตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น ๆ ก็เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน โดยดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดลบ 0.66% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงแรงถึง 2.16% จากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิป ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากบรรยากาศการลงทุนในสหรัฐฯ
บรรยากาศการลงทุนในเอเชียถูกกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังจากบริษัทบรอดคอม (Broadcom) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่าผลกำไรในอนาคตอาจชะลอตัวลง ส่งผลให้เกิดความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับความคุ้มค่าและความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทออราเคิล (Oracle) บริษัทซอฟต์แวร์และคลาวด์รายใหญ่ ยังรายงานแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคาด ยิ่งตอกย้ำความระมัดระวังของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนในช่วงเช้าวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีกำหนดรายงานตัวเลขราคาบ้านเดือนพฤศจิกายน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร รวมถึงอัตราว่างงาน ซึ่งข้อมูลชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของตลาดในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ในฝั่งญี่ปุ่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยผลสำรวจทังกันระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 15 ในไตรมาส 4/2568 จากระดับ 14 ในไตรมาส 3 โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและถ่านหิน ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่า BOJ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิต ซึ่งรวมถึงภาคบริการ อยู่ที่ระดับ 34 ในไตรมาส 4 ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก