โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดีล Netflix คว้า Warner Bros จุดชนวนศึกต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ธ.ค. 2568 เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2568 เวลา 09.17 น.

Netflix สร้างช็อกดีลไปเมื่อวันศุกร์ ด้วยการประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. สตูดิโอภาพยนตร์ระดับตำนานและบริการสตรีมมิง HBO Max ด้วยมูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการจับคู่สองบริการสตรีมมิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด แต่ความท้าทายจากนี้คือหน่วยงานกำกับดูแลด้านการผูกขาดได้ตั้งข้อกังขาอย่างหนักกับดีลนี้ และมีแนวโน้มตรวจสอบอย่างละเอียด

7 ธ.ค. 2569 - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การที่ Netflix ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. ด้วยมูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ จะทำให้เกิดการจับคู่ 2 บริการสตรีมมิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด และเพิ่มอำนาจให้ Netflix ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมสื่อมาหลายครั้ง โดย Netflix รายงานว่ามีผู้ใช้ทั่วโลกราว 300 ล้านราย ส่วน HBO Max มีลูกค้าราว 128 ล้านราย

ตามข้อมูลของ Sensor Tower แพลตฟอร์ม Netflix ครองส่วนแบ่ง 46% ของผู้ใช้งานแอปบนมือถือแบบ active รายเดือนในตลาดสตรีมมิงทั่วโลก และเมื่อรวมกับ HBO Max ตัวเลขนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 56%

นักวิเคราะห์จาก William Blair ระบุในหมายเหตุวิจัยว่า “ดีลนี้ตอกย้ำสถานะของ Netflix ในฐานะบริการสตรีมมิงชั้นนำด้านคอนเทนต์ออริจินัลอย่างแท้จริง ขนาดของดีลทำให้เกิดความสนใจและการจับตาอย่างเข้มข้น ทั้งจากคนในอุตสาหกรรมและฝ่ายนิติบัญญัติในสหรัฐฯ”

ตามรายงานของ CNBC เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลทรัมป์มีข้อกังขาในดีลนี้อย่างมาก โดยวุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการผูกขาด โดยระบุว่า “ดีลนี้ดูเหมือนฝันร้ายด้านการผูกขาด Netflix–Warner Bros. จะสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ควบคุมตลาดสตรีมมิงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ชาวอเมริกันเผชิญราคาสมัครสมาชิกที่สูงขึ้น และมีตัวเลือกน้อยลง ว่าจะดูอะไรและอย่างไร ขณะเดียวกันยังทำให้แรงงานอเมริกันเสี่ยงมากขึ้น”

ดีลนี้ยังทำให้ Netflix เข้าครอบงำ สตูดิโอ Warner Bros. อันโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอภาพยนตร์ใหญ่ของฮอลลีวูด ทำให้เกิดความกังวลว่าช่วงเวลาการฉายภาพยนตร์ รวมถึงจำนวนของภาพยนตร์ยอดนิยมที่ปล่อยสู่ตลาด อาจถูก “บีบให้ลดลง” เมื่ออุตสาหกรรมถูกควบรวมเข้าหากันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหลังการประกาศดีลขนาดใหญ่เบื้องต้นแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มผลประโยชน์ นักการเมือง และคู่แข่งในอุตสาหกรรมจะออกมาแสดงความกังวลด้านการผูกขาด โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นหน่วยงานตรวจสอบดีลนี้ เช่นเดียวกับที่เคยทำกับการควบรวมกิจการด้านสื่อรายอื่นในอดีต ซึ่งกระบวนการอาจใช้เวลาหลายเดือนจนถึงมากกว่าหนึ่งปี

ด้าน Netflix ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า การทำธุรกรรมน่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 12–18 เดือน หลังจาก Warner Bros. Discovery แยกพอร์ตเครือข่ายเคเบิลทีวีไปเป็นบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ Discovery Global โดย เท็ด ซารานดอส ซีอีโอร่วมของ Netflix แสดงความมั่นใจอย่างมากว่าดีลนี้จะได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบ โดยกล่าวว่า “ดีลนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เป็นประโยชน์ต่อการสร้างนวัตกรรม เป็นประโยชน์ต่อแรงงาน เป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ และเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แผนของเราคือการทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมดอย่างใกล้ชิด และเรามั่นใจมากว่าเราจะได้รับการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมด”

ภายใต้เงื่อนไขของดีลนี้ Netflix ตกลงจ่าย ค่าชดเชยกรณีดีลถูกบล็อกสูงถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่ Warner Bros. Discovery หากรัฐบาลไม่อนุมัติ ซึ่งข้อเสนอของ Netflix ชนะคู่แข่งอย่าง Paramount–Skydance และ Comcast

นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank และ William Blair มองว่า ดีลนี้มี “โอกาสผ่านได้” อย่างน้อยในระดับหนึ่ง โดย Deutsche Bank ระบุว่าจากข้อมูลของอดีตผู้เชี่ยวชาญ DOJ ดีลรูปแบบนี้ไม่น่าจะมีปัญหาการผูกขาดที่หนักหนาไม่ว่าผู้ซื้อจะเป็นรายใดในสามรายที่เข้าประมูล อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ย้ำว่า “เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงเชิงลึกทั้งหมดที่ DOJ จะรวบรวมและวิเคราะห์ และเราไม่รู้ว่าผู้พิพากษาคนใดจะพิจารณาคดี ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้มีผลต่อผลลัพธ์แน่นอน”

สำนักข่าว CNBC รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ฝั่งคู่แข่งของ Netflix อย่าง Paramount ยังคงเดินเกมสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยทนายของบริษัทได้ส่งจดหมายถึง Warner Bros. Discovery ระบุว่ากระบวนการขายกิจการครั้งนี้มีการจัดฉากเอื้อประโยชน์ต่อ Netflix ขณะเดียวกัน The Wall Street Journal รายงานว่า ในอีกฉบับหนึ่ง Paramount ระบุว่าดีลกับ Netflix นั้นไม่น่าจะปิดได้เลย เนื่องจากอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่จะตามมา

นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดว่า วาระสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำไปสู่ยุคทองของดีลควบรวมกิจการ อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจกลับชะลอการทำดีลสำหรับบางบริษัท และอุปสรรคด้านกฎระเบียบก็มีบทบาทมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิดไว้

โดยวุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า “ภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ กระบวนการตรวจสอบการผูกขาด (antitrust review) กลายเป็นบ่อโคลนของการเล่นพรรคเล่นพวกทางการเมืองและการทุจริต กระทรวงยุติธรรมต้องบังคับใช้นโยบายต่อต้านการผูกขาดของประเทศอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ไม่ใช่ใช้การพิจารณาดีล Warner Bros. เพื่อนำไปสู่การซื้ออิทธิพลและการรับสินบน”

ก่อนหน้านี้ข้อตกลงควบรวมกิจการของ Paramount กับ Skydance เคยถูกแขวนไว้กลางอากาศนานกว่าหนึ่งปี ก่อนจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการการสื่อสารแห่งสหรัฐฯ (FCC) ซึ่งไม่น่าจะมีบทบาทในการพิจารณาการควบรวม Netflix–WBD เพราะดีลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการสื่อกระจายเสียง ได้อนุมัติการควบรวมมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ไม่นานหลังจาก Paramount ตกลงจ่ายเงิน 16 ล้านดอลลาร์ให้กับทรัมป์เพื่อยุติคดีความเกี่ยวกับการตัดต่อบทสัมภาษณ์ในรายการ “60 Minutes” ของอดีตรองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส นอกจากนี้ Paramount ยังยุตินโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) เมื่อต้นปี หลังจาก FCC ระบุว่าจะสอบสวนบริษัทเกี่ยวกับโปรแกรมดังกล่าว

ในเดือนกันยายน Paramount Skydance ที่เพิ่งควบรวมกันใหม่ภายใต้การบริหารของ เดวิด เอลลิสัน ได้หันความสนใจไปที่ Warner Bros. Discovery โดยบริษัทกำลังพิจารณาว่าจะยื่นข้อเสนอเชิงรุก โดยตรงต่อผู้ถือหุ้นของ WBD เพื่อล้ม Netflix ซึ่งเป็นผู้เสนอซื้อรายปัจจุบัน ตามรายงานของ CNBC เมื่อวันศุกร์

พ่อของเดวิด คือ แลร์รี เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีที่รู้กันดีว่ามีความใกล้ชิดกับทรัมป์

ข้อถกเถียงว่าควรอนุมัติให้ Netflix เข้าซื้อ Warner Bros. หรือไม่ จะขึ้นกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับตลาดสตรีมมิง โดยเฉพาะในสองประเด็น คือ ราคาที่กระทบต่อผู้บริโภค และวิธีการนิยามตลาดผู้ชมของ Netflix

ราคาค่าสมัครสตรีมมิงเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2022 Netflix เปิดตัวแพ็กเกจราคาถูกแบบมีโฆษณา หลังจากปฏิเสธโมเดลดังกล่าวมานาน เป้าหมายคือการขยายฐานผู้ใช้ ปีถัดมา Disney ก็เดินตามด้วยแพ็กเกจราคาประหยัดแบบเดียวกัน

Netflix คุ้นเคยกับการเขย่าอุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิมอยู่แล้ว โดยบริษัทได้ยุติบริการให้เช่าแผ่น DVD ในปี 2023 และหันไปทุ่มทั้งหมดให้กับสตรีมมิง ผลลัพธ์คือบริษัทเติบโตในระดับมหาศาลและครองวัฒนธรรมสมัยนิยมผ่านผลงานออริจินัลอย่าง “Squid Game”, “Wednesday”, “Stranger Things” และ “Bridgerton”

แนวทางที่กล้าหาญของ Netflix และอิทธิพลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรม อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบในการโน้มน้าวหน่วยงานกำกับดูแล

เจฟฟ์ โกลด์สตีน ผู้บริหารระดับพาร์ตเนอร์และกรรมการผู้จัดการของ AlixPartners รวมถึงผู้ร่วมเป็นผู้นำกลุ่มสื่อของสหรัฐฯ กล่าวว่า “ผมคาดว่า Netflix จะผลักดันการตีความที่กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับตลาดของตัวเอง ซึ่งจะครอบคลุมทั้งทีวีฟรี, เคเบิล, สตรีมมิงแบบสมัครสมาชิก และสตรีมมิงแบบมีโฆษณา และที่สำคัญ มาก ๆ คือ ต้องรวม YouTube ด้วย”

YouTube กลายเป็นผู้ครองตลาดเมื่อมองในมิติยอดรับชม รายงานของ Nielsen ในเดือนตุลาคมระบุอีกครั้งว่า YouTube มีส่วนแบ่งการใช้งานทีวีสูงที่สุด ขณะที่ Netflix อยู่ในอันดับที่ 6 และ Warner Bros. Discovery อยู่ในอันดับที่ 7 สื่อดั้งเดิมอย่าง Disney, NBCUniversal, Fox และ Paramount ครองตำแหน่งตรงกลาง ขณะที่ฝั่งผู้คัดค้านดีลจะนิยามขอบเขตของ Netflix ให้แคบลง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความครอบงำตลาดที่มากเกินไป

ยักษ์วงการสื่อ จอห์น มาโลน กล่าวกับ CNBC ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นต่อต้านการผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับการขาย WBD ว่า “ผมมองว่าสตรีมมิงไม่ใช่หมวดหมู่ แต่เป็นการรับชมโทรทัศน์หรือจะพูดว่าเป็นจำนวนสายตาผู้ชมก็ได้ แต่ถ้าจะขยายกรอบหมวดหมู่ไปไกลถึงจุดนั้น ก็ต้องรวม YouTube, Facebook และโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง TikTok ด้วย นั่นคือคำถามสำคัญว่า สตรีมมิงถือเป็นหมวดหมู่หรือไม่ สตูดิโอเป็นหมวดหมู่หรือไม่ และประเด็นนี้จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดแค่ไหน เรื่องกฎระเบียบพวกนี้ดาดเดาได้ยากมาก”

อ้างอิง: www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...