โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมประกันวินาศภัยไทย เคลียร์ชัดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 15.39 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 08.39 น.

สมาคมประกันวินาศภัยไทยและบริษัทสมาชิก 32 แห่ง ลงนาม MOU กำหนดกรอบเวลาซ่อมรถเป็นมาตรฐานกลาง ใช้เป็นหลักพิจารณาชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอย่างเป็นธรรม ช่วยลดการร้องเรียนและเพิ่มความเชื่อมั่นผู้เอาประกันภัย

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “กรอบระยะเวลาการจัดซ่อมรถยนต์ระหว่างบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อการชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” โดยมีบริษัทประกันวินาศภัยที่รับประกันภัยรถยนต์เข้าร่วมลงนามจำนวน 32 บริษัท ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนด้านค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และใช้แนวทางเดียวกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมาประเด็น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของข้อพิพาทและการร้องเรียน เนื่องจากขาดเกณฑ์กลางที่ใช้ประเมินระยะเวลาการซ่อมรถอย่างชัดเจน ส่งผลให้การชดเชยในแต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างกัน สมาคมฯ จึงได้จัดทำกรอบระยะเวลาการจัดซ่อมรถยนต์ เพื่อใช้เป็นหลักอ้างอิงร่วมกันของทุกบริษัทประกันวินาศภัย

ทั้งนี้ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หมายถึง การชดเชยความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยหรือคู่กรณีไม่สามารถใช้รถได้ตามปกติในช่วงเวลาที่รถอยู่ระหว่างการซ่อมจากอุบัติเหตุ โดยกรอบระยะเวลาที่สมาคมฯ กำหนดขึ้น จะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการพิจารณาจำนวนวันที่เหมาะสมสำหรับการชดเชย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพงานซ่อมจริง ไม่มากหรือน้อยเกินไป และลดความคลาดเคลื่อนในการประเมิน

สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินระยะเวลาซ่อม สมาคมฯ ได้อ้างอิงข้อมูลเชิงเทคนิคจากอู่ซ่อมรถมาตรฐานทั่วประเทศ และพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  • ลักษณะและความซับซ้อนของงานซ่อม
  • จำนวนชิ้นส่วนที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน
  • ระยะเวลาซ่อมตามสภาพงานจริง

โดยเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถประเมินระยะเวลาการชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้อย่างมีระบบ สะท้อนกระบวนการซ่อมจริง และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ดร.สมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีมาตรฐานกลางนี้ จะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเข้าใจหลักการพิจารณาค่าขาดประโยชน์ได้ชัดเจนมากขึ้น ลดความไม่เข้าใจหรือความคาดหวังที่คลาดเคลื่อน พร้อมช่วยให้บริษัทประกันภัยบริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อพิพาท และลดจำนวนเรื่องร้องเรียนในระยะยาว

สำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ จำนวน 32 บริษัท ได้แก่ กรุงเทพประกันภัย กรุงไทยพานิชประกันภัย คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จรัญประกันภัย เจมาร์ท ประกันภัย ชับบ์สามัคคีประกันภัย ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) ทิพยประกันภัย ทูนประกันภัย เทเวศประกันภัย ไทยพัฒนาประกันภัย ไทยไพบูลย์ประกันภัย ไทยเศรษฐกิจประกันภัย ธนชาตประกันภัย นวกิจประกันภัย นิวอินเดีย แอสชัวรันซ์ (สาขาประเทศไทย) ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ฟอลคอนประกันภัย มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ (สาขาประเทศไทย) มิตรแท้ประกันภัย เมืองไทยประกันภัย รู้ใจประกันภัย สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันซ์ (ประเทศไทย) สหมงคลประกันภัย อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย อินชัวร์เวิร์ส เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) เอไอจีประกันภัย แอกซ่าประกันภัย แอลเอ็มจีประกันภัย ไอแคร์ ประกันภัย และไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย

ทั้งนี้ การจัดทำกรอบระยะเวลาการจัดซ่อมรถยนต์ดังกล่าว เป็นผลจากการหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ของสมาคมฯ กับบริษัทสมาชิกที่ประกอบธุรกิจประกันภัยรถยนต์ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการซ่อมจริงจากอู่ทั่วประเทศ รวมถึงรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกณฑ์ที่กำหนดสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ

“การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการกำหนดมาตรฐานร่วมกันของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยลดข้อพิพาท เพิ่มความรวดเร็วในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถทั่วประเทศในระยะยาว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...