โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จี้รัฐบาลปิดดีลภาษีก่อนยุบสภา ผวาปี’69 ส่งออกวูบหนัก -9.9%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 02.25 น.

เปิดข้อตกลงสหรัฐ-จีนพักศึกการค้า 1 ปี คลายความตึงเครียดเศรษฐกิจโลก ดร.อมรเทพชี้แค่หยุดพักเกม ไม่ใช่เปลี่ยนเกม เผยเป็นโอกาสรัฐบาลไทยมีอำนาจต่อรองภาษีกับสหรัฐมากขึ้น ชี้ 3 เรื่องหลักที่ต้องเคลียร์ประเด็นถิ่นกำเนิดสินค้าให้ชัด เพื่อไม่ให้โดนภาษีสินค้าสวมสิทธิ หวั่นปีหน้าส่งออกสะเทือนหนักติดลบ 9.9% ประธานหอการค้าฯจี้ต้องเร่งปิดดีลภาษีก่อนยุบสภา จับตาประชุม กกร. 5 พ.ย.นี้ ถกปัญหาคอร์รัปชั่นผลกระทบเศรษฐกิจไทย

แค่พักเกม-ไม่ใช่เปลี่ยนเกม

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ในการประชุม “APEC 2025” ที่ผ่านมามองว่า แม้ว่าภาพการเจรจาในระยะสั้นอาจส่งผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุนดีขึ้น แต่มองว่าเป็นการซื้อเวลาของทั้ง 2 ประเทศ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อยากทำสงครามในช่วงเวลานี้ ชี้เป็นแค่การหยุดพักเกม ไม่ใช่เปลี่ยนเกม

หากดูประเทศจีนยังไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้มากนัก จึงตกลงยอมซื้อถั่วเหลือง และส่งออก “แรร์เอิร์ท” ขณะที่สหรัฐเจอศึกกับประเทศอื่น ๆ อยู่ เพราะถ้ายิ่งเก็บภาษีนำเข้ามาก คนอเมริกันจะยิ่งซื้อของแพง และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ทำให้เสียฐานเสียงได้ อย่างไรก็ดี ในระยะกลางและยาว สหรัฐและจีนจะต้องมีสงครามการค้าเต็มรูปแบบเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะจะต้องมีการปรับโครงสร้างการค้า ที่ล้อไปกับข้อตกลงในเฟส 1 (ยุคทรัมป์ 1) ในปี 2562 และลงนามในปี 2563

ไทยต้องเร่ง 3 เรื่องหลัก

ดร.อมรเทพกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้จะเป็นการเปิดอำนาจต่อรองของไทยและสหรัฐ โดยจะต้องเร่งทำ 3 เรื่องหลัก คือ 1.ไทยจะต้องเร่งปิดดีลการค้ากับสหรัฐ โดยหาสินค้าเพื่อที่จะไปเจรจาต่อรองให้โดนภาษีนำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ที่น้อยกว่า 19% ให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ เช่น กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หม้อแปลงไฟฟ้า ยางรถยนต์ กลุ่มอาหาร เป็นต้น โดยไทยจะต้องเร่งเจรจาและหาสินค้าให้ได้มากที่สุด เช่น กรณีมาเลเซียสามารถเจรจาเพื่อให้สหรัฐลดภาษีเพิ่มเติมสำหรับสินค้ามากกว่า 1,700 รายการ

2.การเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐด้วยภาษีนำเข้า 0% ที่แม้วันนี้จะเปิดแล้ว 99% ของสินค้าสหรัฐ สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัว โดยเฉพาะเอสเอ็มอี เนื่องจากจะโดนผลกระทบจาก 2 ทาง ทั้งจากสินค้าจีนที่เข้ามาเร็ว ซึ่งเป็นคลื่นที่กระทบเอสเอ็มอีค่อนข้างหนัก และสินค้าสหรัฐที่เข้ามาซึ่งอาจจะมีผลกระทบน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบ โดยไทยจะต้องตั้งกฎเพื่อหาโอกาสจากการเข้ามาของสินค้า รวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขัน

และ 3.เร่งเจรจาเรื่องที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะรายละเอียดสินค้าสวมสิทธิ (Transshipment) ที่จะต้องเร่งเจรจารายละเอียดสัดส่วนสินค้าในภูมิภาค เพื่อจำกัดผลกระทบที่จะโดนบวกภาษีเพิ่ม 40% รวมถึงการเปิดตลาดสำคัญ เร่งเจรจาการค้าเสรี (FTA) เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง

เปิดโอกาสรีบต่อรองสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ดร.อมรเทพมองว่า ระยะกลางและระยะยาว ภายใต้สงครามการค้ารอบใหม่ จะมีการย้ายฐานการผลิตจากจีนเข้ามาในไทยเกิดขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยสามารถเลือกอุตสาหกรรมที่เป็นห่วงโซ่ซัพพลายเชนที่สามารถสร้าง Value Added ให้กับประเทศไทยได้อย่างไร

“รอบนี้มองว่าเป็นการซื้อเวลาของสหรัฐและจีน เป็นการพักรับระยะสั้น ทำให้ Sentiment ดีขึ้น แต่ถือเป็น Window สุดท้ายของเราที่จะต้องเร่งเจรจา เพราะเป็นช่วงเปิดอำนาจต่อรองกับสหรัฐ อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถทำได้อาจจะเป็นระเบิดเวลาในปี’69 เพราะภาพการส่งออกของไทยในปี’69 น่าจะติดลบมากขึ้น จากกรณีฐานที่ให้ไว้ -9.9% ซึ่งประเมินไว้ก่อนจีน-สหรัฐพักรบ และอาจทำให้จีดีพีมีโอกาสลดลงจาก 1.7% ที่ประเมินไว้ หากส่งออกและท่องเที่ยวแย่ลง”

จี้สรุปภาษีทรัมป์ก่อนยุบสภา

ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเจรจาของสหรัฐ-จีน ที่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปี ในมุมมองของเอกชนทำให้สถานการณ์การค้าโลกมีความคลี่คลายลงและดีขึ้น ซึ่งจะมีผลให้การค้าแต่ละประเทศพร้อมที่จะเดินหน้าเข้าเจรจากับสหรัฐ สำหรับประเทศไทยนั้นมองว่าควรที่จะเร่งหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) เพื่อให้ได้ข้อสรุปรายละเอียดของการค้า โดยคาดหวังว่า ภายในปี 2568 หรือก่อนยุบสภา จะเห็นความชัดเจนจากการเจรจาเพื่อให้การค้าของไทยเดินหน้าไปได้

“หลังความชัดเจนอัตราภาษีของไทยที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา 19% นั้น ภาพการส่งออกสินค้าไทยตอนนี้ก็มีในทั้งกลุ่มที่การส่งออกไปสหรัฐดีขึ้น อย่างเช่น กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ยังมีบางรายสินค้าที่การส่งออกยังคงชะลอตัว ดังนั้นยังมีรายละเอียดในข้อตกลงที่อยากจะให้รัฐบาลเร่งเจรจาหาข้อสรุป เพื่อให้การค้าการส่งออกของไทยดีขึ้น”

ขณะที่การเจรจาของสหรัฐและจีน ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ หากจะมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอดู เพราะหากประเมินตอนนี้ก็อาจจะเร็วไป ขณะที่การประชุมคณะกรรมการร่วมสามสถาบัน (กกร.) วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ก็อาจจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพูดคุยด้วย แต่สิ่งที่จะหารือและให้ความสำคัญคือ เรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นที่จะต้องมีการพูดคุยในรายละเอียด เพราะเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อทั้งความเชื่อมั่นและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

สหรัฐ-จีนพักศึกการค้า 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2568 ทำเนียบขาวเผยแพร่รายละเอียดการเจรจาการค้ากับจีน ขณะที่นานาชาติจับตาวันที่ 5 พฤศจิกายน ศาลสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐ จะเริ่มพิจารณาคดีภาษีต่างตอบโต้หรือตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เว็บไซต์ทำเนียบขาวเผยแพร่เอกสารระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีน โดยสหรัฐถือว่าเป็นการปรับสมดุลการค้ากับจีน ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ช่วยปกป้องความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติสหรัฐควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับแรงงาน เกษตรกร และครอบครัวชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก สรุปสาระสำคัญข้อตกลง ดังนี้

จีนระงับภาษีตอบโต้ทั้งหมดที่ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2568 รวมถึงภาษีศุลกากรต่อสินค้าเกษตรของสหรัฐจำนวนมาก ได้แก่ ไก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด ฝ้าย ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง เนื้อหมู เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ผลไม้ ผัก และผลิตภัณฑ์นม

ขณะที่สหรัฐลดภาษีนำเข้าจากจีนที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการไหลเวียนของเฟนทานิล โดยการลดอัตราภาษีลง 10% มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 และยังคงระงับภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนที่สูงขึ้นสำหรับสินค้านำเข้าจากจีน จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 หรือระยะเวลา 1 ปี

ระงับมาตรการไม่ใช่ภาษีทั้งหมด

นอกจากนี้ จีนระงับหรือยกเลิกมาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรทั้งหมดที่ใช้กับสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2568 รวมถึงการขึ้นบัญชีบริษัทอเมริกันบางแห่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าการค้าจากโรงงานของ Nexperia ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในจีนจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง

ส่วนสหรัฐ “ระงับ” การบังคับใช้กฎที่ชื่อว่า การขยายการควบคุมผู้ใช้ปลายทาง ครอบคลุมถึงบริษัทในเครือของนิติบุคคลจดทะเบียนบางแห่ง (Expansion of End-User Controls to Cover Affiliates of Certain Listed Entities) ซึ่งเป็นกฎที่เพิ่มความเข้มข้นการควบคุมการส่งออก เป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

ยกเลิกตอบโต้มาตรา 301

จีนยกเลิกมาตรการตอบโต้ต่อการประกาศของสหรัฐเกี่ยวกับการสอบสวนตามมาตรา 301 ในภาคการเดินเรือ รวมถึงโลจิสติกส์และการต่อเรือ

ขณะที่สหรัฐต่ออายุการยกเว้นภาษีศุลกากรตามมาตรา 301 บางส่วน ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 และระงับการตอบโต้จีนภายใต้มาตรา 301 ในภาคการเดินเรือรวมถึงโลจิสติกส์ และการต่อเรือเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป และในระหว่างนี้ สหรัฐจะเจรจากับจีนตามมาตรา 301 ควบคู่ไปกับการสานต่อความร่วมมือกับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการต่อเรือของอเมริกา

จีนระงับคุมส่งออกแรร์เอิร์ท

จีนระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากฉบับใหม่ที่ครอบคลุมทั่วโลก รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 และจะออกใบอนุญาตทั่วไปสำหรับการส่งออกแร่หายาก แกลเลียม เจอร์เมเนียม แอนติโมนี และกราไฟต์ เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ปลายทางและซัพพลายเออร์ของสหรัฐทั่วโลก ซึ่งใบอนุญาตทั่วไปนี้หมายถึงการยกเลิกมาตรการควบคุมที่จีนบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2568 และตุลาคม 2565 โดยพฤตินัย

กลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ

จีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอย่างน้อย 12 ล้านตัน ในสองเดือนสุดท้ายของปี 2568 และจะซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอย่างน้อยปีละ 25 ล้านตันต่อเนื่อง 3 ปี นอกจากนี้ จีนจะกลับมาซื้อท่อนซุง ข้าวฟ่าง และไม้เนื้อแข็งของสหรัฐอีกครั้ง และต่ออายุข้อยกเว้นภาษีศุลกากรที่อิงตามกลไกตลาดสำหรับการนำเข้าจากสหรัฐออกไปอีก โดยมีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

พร้อมกันนี้จีนใช้มาตรการสำคัญเพื่อยุติการขนส่งเฟนทานิลไปยังสหรัฐ รวมถึงควบคุมการส่งออกสารเคมีอื่น ๆ บางชนิดที่ส่งไปทุกจุดหมายปลายทางทั่วโลกอย่างเข้มงวด ขณะที่สหรัฐลดภาษีสินค้าจีนบางรายการลงครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสารเฟนทานิล จาก 20% เหลือ 10%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จี้รัฐบาลปิดดีลภาษีก่อนยุบสภา ผวาปี’69 ส่งออกวูบหนัก -9.9%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...