โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินภาษีทรัมป์ เป็น 14 ม.ค. ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาได้ชะลอการออกคำวินิจฉัยที่ทั่วโลกต่างรอคอย เกี่ยวกับความชอบธรรมทางกฎหมายในการประกาศใช้ "กำแพงภาษีศุลกากรครอบคลุมทั่วโลก" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

โดยล่าสุดศาลได้ระบุในเว็บไซต์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มีแผนที่จะประกาศคำตัดสินในคดีสำคัญต่างๆ อีกครั้งในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569

บททดสอบอำนาจประธานาธิบดีและผลกระทบระดับโลก

รอยเตอร์ส รายงานว่า คดีนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งต่ออำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2568

โดยนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ คู่ค้าต่างประเทศเกือบทุกรายของสหรัฐฯ

ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยว่าการใช้อำนาจของทรัมป์นั้นข้ามเส้นที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ โดยผลลัพธ์ที่ออกมาจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

ปูมหลังการใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินปี 1977

ทรัมป์ได้อ้างอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ซึ่งเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

ทรัมป์ใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อบังคับใช้ภาษีศุลกากรแบบ "ต่างตอบแทน" (Reciprocal Tariffs) โดยให้เหตุผลว่าเป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ เขายังใช้กฎหมายเดียวกันนี้กับประเทศ จีน แคนาดา และเม็กซิโก โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด โดยเฉพาะยาแก้ปวด "เฟนทานิล" (Fentanyl) ซึ่งเขามองว่าเป็นวิกฤตการณ์ฉุกเฉินของชาติ

กระแสคัดค้านจากนักการเมืองและภาคธุรกิจ

นโยบายภาษีนี้ถูกท้าทายอย่างหนักจากกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึง 12 รัฐในสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่บริหารงานโดยผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต

โดยก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำตัดสินไปแล้วว่า ทรัมป์กระทำการเกินขอบเขตอำนาจทางกฎหมาย ขณะที่ในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าทั้งผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายเสรีนิยมต่างแสดงความคลางแคลงใจต่อความถูกต้องของการนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ในบริบทของการค้าปกติ

ท่าทีจากทำเนียบขาวและผลที่ตามมา

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อต้นเดือนมกราคมว่า หากศาลสูงสุดตัดสินให้นโยบายภาษีของเขาเป็นโมฆะ จะถือเป็น "ความพ่ายแพ้ที่รุนแรง" (terrible blow) ต่อสหรัฐฯ เพราะเขามั่นใจว่าภาษีเหล่านี้ช่วยให้ฐานะการเงินของประเทศแข็งแกร่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม เควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยกับสื่อว่า แม้รัฐบาลจะคาดหวังชัยชนะ แต่ก็ได้มีการประชุมเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยระบุว่ารัฐบาลยังมี "เครื่องมืออื่นๆ" ที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการค้าในลักษณะเดียวกันได้ หากศาลมีคำวินิจฉัยที่เป็นลบ

คดีค้างคาอื่นๆ ในศาลสูงสุด

นอกเหนือจากประเด็นภาษีแล้ว ศาลสูงสุดชุดที่มีสัดส่วนผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม 6 ต่อ 3 เสียงนี้ ยังมีคดีสำคัญที่รอการตัดสินอยู่อีกหลายกรณี เช่น การคัดค้านมาตราสำคัญในกฎหมายสิทธิการเลือกตั้ง (Voting Rights Act) ปี 1965 และคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในรัฐโคโลราโดที่สั่งห้ามการทำจิตบำบัดเพื่อเปลี่ยนรสนิยมทางเพศในกลุ่มเยาวชน LGBT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...