‘เด็กไทย’ อยากได้นายกมีธรรมาภิบาลและ ‘เงิน’ เป็นของขวัญ
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจเยาวชนก่อนเลือกตั้ง ก.พ. 69 พบดัชนีความคาดหวังพุ่งเป้า ‘นายกฯ ซื่อสัตย์’ มากกว่านโยบายที่ซับซ้อน และอยากได้ ‘เงินสด’ มากกว่า ‘ของเล่น’ สะท้อนภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนเปราะบางและกำลังซื้อชะลอตัว กลุ่มตัวอย่างอายุ 6-17 ปี ตระหนักถึงสิทธิทางการเมือง มองการเลือกตั้งคือกลไกคัดกรองคนดีเพื่อแก้ปัญหาสังคม
10 มกราคม 2568 – สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยรายงานผลสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนไทยทั่วประเทศ อายุระหว่าง 6-17 ปี จำนวน 1,136 คน ภายใต้หัวข้อ "เสียงจากเด็กไทยปี 2569" เพื่อสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์บ้านเมืองและเศรษฐกิจก่อนก้าวเข้าสู่ปีทางการเมืองที่สำคัญ ผลการสำรวจพบประเด็นเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจทั้งในมิติด้านการเมืองและดัชนีความสุขเชิงเศรษฐกิจของครัวเรือน
ทัศนคติทางการเมือง: การเลือกตั้งคือกลไกคัดกรองธรรมาภิบาล
ในมิติทางการเมือง เยาวชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจต่อระบอบประชาธิปไตยในระดับดี โดยมองว่าสาเหตุหลักของการจัดการเลือกตั้งคือ การเปิดโอกาสให้ได้คัดสรรบุคคลที่มีความเหมาะสมและมีคุณธรรมเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ภาพลักษณ์ของผู้นำที่เด็กไทยคาดหวังคือ บุคคลที่มี "ความซื่อสัตย์ สุจริต และไม่มีประวัติการคอร์รัปชัน" ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญสูงสุด
น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุถึงนัยสำคัญของผลสำรวจว่า แม้เยาวชนกลุ่มนี้จะยังไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในสังคมทำให้เด็กมีทัศนคติที่ชัดเจนต่อสถานการณ์บ้านเมือง
"ทัศนคติของเด็กไม่ได้ไร้เดียงสา เกิดจากการสังเกตและเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่อง เด็กไม่ได้เรียกร้องผู้นำที่ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อน หากแต่ต้องการเพียงความปกติที่ควรเป็น คือ ความดีและใจดีต่อกัน" — น.ส.พรพรรณ บัวทอง
มิติทางเศรษฐกิจ: เมื่อ ‘เงินสด’ สำคัญกว่า ‘ของเล่น’
ประเด็นที่ส่งสัญญาณเตือนถึงสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันคือ "ของขวัญที่อยากได้มากที่สุด" พบว่าเด็กไทยเลือก "เงิน" มาเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้าของเล่นหรือกิจกรรมสันทนาการ ซึ่งนายนนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่าสิ่งนี้สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจในระดับมหภาคที่ส่งผลกระทบลงมาถึงความรู้สึกของเยาวชน
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยอาจกำลังเผชิญกับปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ (Suboptimal Growth) และปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ขยายวงกว้าง ทำให้เด็กในบางช่วงวัยเริ่มปรับเปลี่ยนค่านิยมจากการแสวงหาความสุขเชิงสันทนาการ มาเป็นการให้คุณค่ากับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือการช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว
"ของขวัญที่ต้องการกลับมีนัยสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยเองอาจอยู่ในช่วงปัญหาเศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร ตลอดจนความเหลื่อมล้ำทางสังคมขยายวงกว้าง… ทำให้เด็กไทยเองเริ่มให้คุณค่ากับความจำเป็นในการดำรงชีวิตมากกว่าความสุขแบบวัยเด็กที่ควรจะเป็น" — นายนนทวัฒน์ สุวรรณ
การส่งต่อความหวังถึง ‘รัฐบาลชุดใหม่’
ผลสำรวจดังกล่าวยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเยาวชนแสดงความหวัง (Hope) ต่อผู้บริหารประเทศชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารจัดการผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
นักวิชาการระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลใหม่มีความท้าทายสำคัญในการ "ปูเส้นทางเพื่อสานฝันเด็ก" โดยเฉพาะการแก้ไขข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการกฎหมายให้เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้เด็กไทยต้องแบกรับความกังวลด้านปากท้องก่อนวัยอันควร และเปลี่ยนความคาดหวังจากเพียงแค่การได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ไปสู่การสร้างโอกาสในอาชีพและความมั่นคงในอนาคต