เปิดรายการทรัพย์สินซุกไทย ‘เฉินจื้อ CEO ปรินซ์กรุ๊ปฯ’ มูลค่ารวม 373 ล้านบาท
จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.68 คณะกรรมการธุรกรรม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดและอายัดทรัพย์ นายเฉิน จื้อ นักธุรกิจกัมพูชาเชื้อสายจีน ในฐานะที่ปรึกษา ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายก๊ก อาน นักธุรกิจและสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา รวมทั้งเครือข่ายนักธุรกิจต่างชาติ รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยในการประชุมครั้งที่ 13/2568 ของคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีสำคัญ 4 รายคดี ยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 289 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 10,165 ล้านบาท และหนึ่งในนั้นคือรายคดีของนายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเบื้องต้น จำนวน 102 รายการ เป็นที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ ตรวจสอบรายงานคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ที่ ย.293/2568 รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก ซึ่งสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมในแต่ละคดี มีความเกี่ยวข้องกันและใช้วิธีการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดโดยเปลี่ยนสภาพระหว่างเงินตราในแต่ละประเทศกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในคดีนี้ และมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกันไปสู่บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเป็นขบวนการหลอกลวงในลักษณะ ไฮบริดสแกม ใช้การหลอกลวงในหลายรูปแบบ หลายขั้นตอน เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเบื้องต้น จำนวน 102 รายการ เป็นที่ดินเงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท
สำหรับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 102 รายการ เป็นที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท ยกตัวอย่างทรัพย์สินน่าสนใจ อาทิ
1.ที่ดินตามโฉนดที่ดิน พื้นที่แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 82.20 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ บริษัท เจเคฯ หรือ น.ส.จรวย (ขอสงวนนามสกุล) ราคาประเมิน 17,198,000 บาท (ณ วันที่ 21 ต.ค.65)
2.ที่ดินตามโฉนดที่ดิน พื้นที่แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 88.90 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ บริษัทวายแซดฯ ราคาประเมิน 36,000,000 บาท (ณ วันที่ 12 ธ.ค.64)
3.ที่ดินตามโฉนดที่ดิน พื้นที่แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 55.20 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ บริษัทวอลล์ฯ ราคาประเมิน 28,300,000 บาท (ณ วันที่ 28 พ.ย.65)
4.ที่ดินตามโฉนดที่ดิน พื้นที่แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 131.30 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ บริษัทกรีนฯ ราคาประเมิน 38,000,000 บาท (ณ วันที่ 26 มิ.ย.66)
5.ห้องชุด พื้นที่แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 32 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ นายเฉียว ราคาประเมิน 3,300,000 บาท (ณ วันที่ 29 ธ.ค.65)
6.ห้องชุด พื้นที่แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 32 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ นายหนาน ราคาประเมิน 3,357,177 บาท (ณ วันที่ 13 มี.ค.66)
7.ห้องชุด พื้นที่แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 136 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ นายฉายเหนิง ราคาประเมิน 44,000,000 บาท (ณ วันที่ 31 ต.ค.65)
8.ห้องชุด พื้นที่ซอยต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 175 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ น.ส.พิว ราคาประเมิน 77,300,000 บาท (ณ วันที่ 9 ธ.ค.65)
9.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz S580e รุ่นปี 2023 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mr.Haiming & Miss Su ราคาประเมิน 3,800,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
10.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ Toyota Vellfire Hybrid Z Premier รุ่นปี 2023 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Miss Su ราคาประเมิน 3,000,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
11.กระเป๋าสะพายข้าง ยี่ห้อ หลุยส์วิตตอง จำนวน 1 ใบ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 15,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
12.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินหยวนจีน) จำนวน 10 หยวน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 45,526.94 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
13.เงิน (ธนบัตรสกุลเงินบาทไทย) มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 1,000,000 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
14.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินปาตากามาเก๊า) จำนวน 580 ปากาตา มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 2,340.84 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
15.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินริงกิตมาเลเซีย) จำนวน 642 ริงกิต มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 5,020.07 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
16.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย) จำนวน 202,000 รูเปียห์ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 391.88 (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
17.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์) จำนวน 19,322 ดอลลาร์สิงคโปร์ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 480,038.47 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
18.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง) จำนวน 1,020 ดอลลาร์ฮ่องกง มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 4,224.57 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
19.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินเดอร์เเฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) จำนวน 10 เดอร์แฮม มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 87.71 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
20.เงินสกุลต่างประเทศ (ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา) จำนวน 5,106 ดอลลาร์สหรัฐ มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 164,464.26 บาท (ณ วันที่ 27 พ.ย.68)
21.สร้อยคอโซ่ทองคำ น้ำหนัก 6.6 กรัม จำนวน 1 เส้น มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 27,100 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
22.สร้อยคอโซ่นาก ประดับเพชร BVLGARI น้ำหนัก 5.7 กรัม จำนวน 1 เส้น มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 120,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
23.สร้อยคอโซ่ทองเค Cartier น้ำหนัก 5.2 กรัม จำนวน 1 เส้น มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 80,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
24.จี้ลูกคิดทองคำ น้ำหนัก 7.6 กรัม จำนวน 1 อัน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Ms.Su ราคาประเมิน 31,300 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
25.นาฬิกา ยี่ห้อ Richard Mille สีดำขาว จำนวน 1 เรือน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mr.Jianfei & Ms.Chen ราคาประเมิน 7,000,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
26.นาฬิกา ยี่ห้อ Richard Mille สีเหลือง จำนวน 1 เรือน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mr.Jianfei & Ms.Chen ราคาประเมิน 12,000,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
27.นาฬิกา ยี่ห้อ Rolex สีเงินทอง หน้าปัดน้ำเงิน จำนวน 1 เรือน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mr.Jianfei & Ms.Chen ราคาประเมิน 580,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
28.รถยนต์นั่งสองตอนแวน ยี่ห้อ PORSCHE CAYENNE E-HYBRID รุ่นปี 2021 สีเทา หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mr.Jianfei ราคาประเมิน 4,300,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
29.สร้อยข้อมือเชือกร้อยประคำ คั่นผีเสื้อ/ตระกรุดลงยา ทองเจือ น้ำหนัก 22.6 กรัม จำนวน 1 เส้น มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Mrs.Li & Mr.Chen ราคาประเมิน 80,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
30.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ Toyota Alphard Hybrid SRC Package รุ่นปี 2023 สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ Miss Li ราคาประเมิน 2,300,000 บาท (ณ วันที่ 26 พ.ย.68)
ดังนั้น รวมทรัพย์สินที่ยึดทั้งสิ้น จำนวน 102 รายการ รวมราคาประเมินจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 373,101,911.79 บาท ในกรณีผู้ซึ่งถูกยึดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์สินดังกล่าวประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าวนั้น ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกยึดดังกล่าวนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดภายใน 30 วันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ
ขณะที่ ความคืบหน้าคดีสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของนายเฉิน จื้อ (CHEN ZHI) หรือ วินเซนต์ (Vincent) ผู้ก่อตั้งกลุ่มปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป เครือข่ายของบริษัท ปรินซ์ฯ ว่ามีปรากฏการทำธุรกิจในไทยหรือไม่นั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 คณะพนักงานสืบสวนของดีเอสไอ ได้เข้าบันทึกถ้อยคำพยานผู้ถือหุ้นชาวไทยของบริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Prince International) ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในชั้น 7 อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ เลขที่ 32/28 ถนนสุขุมวิท 21 (ซอยอโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีการใช้ตราสัญลักษณ์ ชื่อบริษัท และอีเมลที่สอดคล้องกับบริษัท ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ของนายเฉิน จื้อ แต่จากการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐาน ยังไม่พบการทำธุรกรรมร่วมกันระหว่างบริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Prince International) ของไทย และบริษัท ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ของนายเฉิน จื้อ นอกจากการพยายามประกอบธุรกิจร่วมกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้น และก็ยังไม่พบเจอความเกี่ยวพันของนายเฉิน จื้อ และธุรกิจเจ้าอื่นในประเทศไทยในทางเปิดเผยแต่อย่างใด ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ คณะพนักงานสืบสวนเรื่องที่ 134/2568 กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งดำเนินการสืบสวนเครือข่ายของนายเฉิน จื้อ (CHEN ZHI) หรือ วินเซนต์ (Vincent) ผู้ก่อตั้งกลุ่มปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป เครือข่ายของบริษัท ปรินซ์ฯ และรายชื่อชาวต่างชาติทั้ง 43 คน ที่ทางการสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีให้เป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติและการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ นายยิม เลียก (Yim Leak) นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบนสมิธ นายก๊ก อาน เป็นต้น โดยตรวจสอบว่าในบรรดา 43 รายชื่อดังกล่าวมีใครเกี่ยวพันเชื่อมโยงมาถึงบุคคลและนิติบุคคล การประกอบกิจการในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอได้มีการประสานขอรายงานข้อมูลไปยังหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดูการยื่นจดทะเบียนประกอบธุรกิจ การส่งงบการเงินของบริษัท การขอข้อมูลจากสำนักงาน ปปง. เพื่อดูธุรกรรมทางการเงิน การเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น และหากมีความชัดเจนว่านิติบุคคลใดในไทย เป็นเครือข่ายของทุนนอก หรือเป็นนอมินี ก็จะขยายผลเป็นคดีพิเศษในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือนอมินี ซึ่งเป็นความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยล่าสุดดีเอสไอได้เปิดเผยผลตรวจสอบบริษัทเอกชน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.บริษัท ไห่ ทั่ว นิว เอ็นเนอร์จี้ วีฮิเคิล จำกัด ทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ ขายรถยนต์ทุกชนิด อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ขายปลีก-ส่งอะไหล่รถยนต์ (มีนายกิตติศักดิ์ คล่องกิจกล บุตรชายของนายก๊กอาน เป็นกรรมการ) 2.บริษัท ซีซี ดีเวลอปเมนท์ ทีเอช จำกัด ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ ตัวแทนฝ่ายบุคคลในการรับสมัคร สรรหา จัดหา สัมภาษณ์ (มี น.ส.จุรี คล่องกิจกล บุตรสาวของนายก๊กอาน เป็นกรรมการ) 3.บริษัท เบรดครัมบ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (มี น.ส.จุรี คล่องกิจกล และ น.ส.ภูเฌอหลิน คล่องกิจกล เป็นกรรมการ) 4.บริษัท ไอคิวพีเอส เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ทุนจดทะเบียน 1,500,000 บาท ประเภทธุรกิจ ค้าปลีก ค้าส่ง ส่งออก ตัวแทน นายหน้า ผู้จัดจำหน่าย น้ำดื่ม น้ำแร่ (มี น.ส.ภูเฌอหลิน คล่องกิจกล เป็นกรรมการ) และ 5.บริษัท ไดมอนด์ ทรี จำกัด ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ ค้าอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาและอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดทุกประเภท (มี น.ส.ภูเฌอหลิน คล่องกิจกล เป็นกรรมการ) พบส่วนใหญ่เป็นเพียง “Paper Company" ไม่มีการทำธุรกิจในสถานที่ตั้งจดทะเบียนและไร้พนักงาน ขณะที่บริษัทบางแห่งก็เคยทำธุรกิจจริง แต่ปัจจุบันเลิกกิจการ จึงมีลักษณะเข้าข่ายจดทะเบียนบังหน้าตั้งบริษัทเพื่อฟอกเงิน โดยดีเอสไอยังอยู่ระหว่างรอรายงานผลข้อมูลงบการเงินของบริษัทต่าง ๆ ให้ครบถ้วนทั้ง 5 แห่ง และหลักฐานการเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลเช่นเดียวกัน
คณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ ระบุอีกว่า สำหรับข้อมูลงบการเงินของบริษัทของบุตรนายก๊กอาน ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการส่งข้อมูลให้ดีเอสไอแล้ว 1 แห่ง คือ บริษัท ไดมอนด์ ทรี จำกัด (ตั้งอยู่ที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 4703 ชั้นที่ 47 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร) ทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ ค้าอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาและอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดทุกประเภท (มี น.ส.ภูเฌอหลิน คล่องกิจกล เป็นกรรมการ) โดยพนักงานสืบสวนดีเอสไอ ยังต้องขยายผลดูเรื่องสินทรัพย์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องขอความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี ให้เข้ามาดำเนินการดูรายละเอียด โดยในการตรวจสอบเรื่องธุรกิจทั้ง 5 แห่งของลูก ๆ นายก๊กอาน นั้น ดีเอสไอจะต้องได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ทั้งงบการเงินของบริษัท เรื่องการถือครองสินทรัพย์ ฯลฯ ก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป คือ การขยายผลเป็นคดีพิเศษในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือนอมินี.