ย้อนความพยายามสหรัฐฮุบ “กรีนแลนด์” จากแผนซื้อด้วยทองคำ สู่ยุทธศาสตร์คานอำนาจ
ความสนใจของสหรัฐต่อกรีนแลนด์ปรากฏชัดครั้งแรกในปี 2410 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่สหรัฐซึ่งรัฐอะแลสกาจากรัสเซีย
นายวิลเลียม ซูวาร์ด รมว.การต่างประเทศสหรัฐในเวลานั้น จัดทำรายงานวิเคราะห์ว่า กรีนแลนด์และไอซ์แลนด์เป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการควบคุมเส้นทางเดินเรือ ในเขตทางเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในขณะนั้นยังไม่ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังจนถึงขั้นยื่นข้อเสนอซื้อ
ความสำคัญของกรีนแลนด์พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดเมื่อกองทัพนาซีเยอรมนีบุกยึดครองเดนมาร์กในปี 2486 สหรัฐเกรงว่า เยอรมนีจะใช้กรีนแลนด์เป็นฐานทัพเพื่อบุกอเมริกาเหนือ จึงเข้าทำข้อตกลงกับเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำกรุงวอชิงตันเพื่อขอเข้าคุ้มครองกรีนแลนด์ และสร้างฐานทัพอากาศไว้ที่นั่น ซึ่งกลายเป็นฐานทัพที่อยู่เหนือสุดของโลก และปัจจุบันเป็นฐานทัพของกองทัพอากาศ
หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดเมื่อปี 2488 ประธานาธิบดี แฮร์รี ทรูแมน ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อเดนมาร์กเพื่อขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ในราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขอจ่ายเป็นทองคำ (ราว 3,148.40 ล้านบาท) แต่เดนมาร์กปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ในช่วงสงครามเย็น กรีนแลนด์กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ สหรัฐใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานีเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า เพื่อตรวจจับขีปนาวุธข้ามทวีปจากสหภาพโซเวียต นอกจากนี้ยังมีโครงการลับอย่าง "Project Iceworm" ซึ่งเป็นการพยายามสร้างเครือข่ายฐานปล่อยขีปนาวุธนิวเคลียร์ใต้แผ่นน้ำแข็ง แต่โครงการนี้ต้องล้มเลิกไปในเวลาต่อมา เนื่องจากสภาพน้ำแข็งที่ไม่คงตัว
ความพยายามครอบครองกรีนแลนด์โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดขึ้นตั้งแต่การดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก เมื่อปี 2562 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีปัจจัยกระตุ้นใหม่คือ
เมื่อน้ำแข็งละลาย การขุดเจาะทรัพยากรอย่าง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และ แร่หาหายาก ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การละลายของน้ำแข็งเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาขนส่งระหว่างเอเชียกับยุโรป
เหนือสิ่งอื่นใด สหรัฐต้องการสกัดกั้นอิทธิพลของ รัสเซีย ที่เสริมกำลังทหารในภูมิภาคอาร์กติก และ จีน ที่ประกาศตนเป็น "รัฐใกล้ขั้วโลก" แล้วพยายามเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของกรีนแลนด์.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES