เปิดสาเหตุ “น้ำท่วมหนักหาดใหญ่” ครั้งรุนแรงสุดในประวัติการณ์
สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังคงน่าวิตก แม้เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทยอยลดลงแล้ว แต่ยังคงมีราว 3–4 เขตที่น้ำลดลงช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดรับน้ำหลัก ทำให้ต้องใช้เวลาระบายยาวนานกว่าพื้นที่อื่น
- น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจยังวิกฤต
พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของหาดใหญ่หลายจุดยังคงได้รับผลกระทบหนัก
- บริเวณ ตลาดสดพลาซ่า ถนนเพชรเกษม น้ำเริ่มลดลงแล้ว
- ตลาดกิมหยง น้ำยังสูงตั้งแต่ระดับเอวจนถึงระดับหน้าอก
- ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง
- ถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 และ 3 ยังมีน้ำท่วมสูงระดับหน้าอกถึงมิดหัว และยังไม่ลดลง พร้อมกระแสน้ำเชี่ยว ทำให้การเข้าช่วยเหลือทำได้ยาก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารนำรถบรรทุก GMC ลงพื้นที่แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัย ที่ต้องเดินลุยน้ำออกมารับสิ่งของช่วยเหลือ
- นายกเทศมนตรีเผย “ปริมาณฝนสะสม 900 มม.” ภายในไม่กี่วัน
ด้าน นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการณ์ของเมืองหาดใหญ่ โดยพื้นที่ต้องเผชิญกับ
- ปริมาณฝนสะสมกว่า 900 มิลลิเมตร ภายใน 3–4 วัน
- ฝนตกหนัก 305 มิลลิเมตรภายในคืนเดียว
ปริมาณน้ำจำนวนมากเช่นนี้ทำให้ระบบระบายน้ำในเขตเมืองรับภาระเกินความสามารถ แม้ก่อนหน้านี้เทศบาลจะมีการเตรียมพร้อมร่วมกับทุกหน่วยงานแล้วก็ตาม
- น้ำจากเขาคอหงส์–อ่างเก็บน้ำใกล้เต็ม ต้องเร่งระบายเพื่อความปลอดภัย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรง คือปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลลงมาจาก เขาคอหงส์ ตลอดทั้งคืน ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำประมาณ 75 ไร่ มีระดับน้ำใกล้ความจุสูงสุด เจ้าหน้าที่จำเป็นต้อง
- เปิดน้ำจากแก้มลิง
- เพิ่มเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งอาจรุนแรงกว่าการระบายน้ำออกตามความจำเป็น
- คาดน้ำลด 25 พ.ย. – เตรียมฟื้นฟูพื้นที่ทันทีหลังสถานการณ์คลี่คลาย
นายกเทศมนตรีคาดว่า หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม สถานการณ์จะค่อย ๆ กลับสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เทศบาลเตรียมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ ได้แก่
ทำความสะอาดถนน
ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภค
ดูแลประชาชนหลังน้ำลดอย่างใกล้ชิด
ติดปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ เพราะรถหนีน้ำจอดขวาง
การเข้าช่วยเหลือประชาชนยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากหลายเส้นทางมีรถจำนวนมากที่ประชาชนนำมาจอดหนีน้ำ ทำให้
- รถทหาร
- รถขนส่งสิ่งของ
- เรือท้องแบน
ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้สะดวก จังหวัดจึงประสานกรมชลประทาน หน่วยทหาร และหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อส่งกำลังสนับสนุน อาหาร และชุดยังชีพให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเร่งแก้ไขและฟื้นฟูอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด