โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

งดกิจกรรมกลางแจ้ง หลังค่าฝุ่น PM 2.5 สูง พบพื้นที่ “สีแดง” 15 จังหวัด "เขตหนองแขม ค่าฝุ่นสูงสุด 102.5 มีผลกระทบสุขภาพ

สวพ.FM91

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.34 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตือนค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นหลายพื้นที่ อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบสุขภาพ 25 จังหวัด และสีแดง มีผลกระทบสุขภาพ 15 จังหวัด “เขตหนองแขม” สูงสุด 102.5 มคก./ลบ.ม. ย้ำเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ เน้นกลุ่มเสี่ยงจำกัดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ พร้อมเตรียมจัดบริการคลินิกมลพิษและคลินิกมลพิษออนไลน์รองรับ

วันนี้ (2 ธันวาคม 2568) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงต้นปี ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ณ เวลา 06.00น. พบว่า ช่วงนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เริ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 หลายจังหวัดมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (มากกว่า 37.6 มคก./ลบ.ม.) และเพิ่มเป็นระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและอีก 4 จังหวัด ล่าสุดเช้าวันนี้มี 15 จังหวัดที่ค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดง ได้แก่ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ราชบุรี จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี โดยค่าฝุ่นรายชั่วโมงของกรุงเทพมหานคร สูงสุดอยู่ที่เขตหนองแขม 102.5 มคก./ลบ.ม. และยังมีอีก 25 จังหวัดที่ค่าฝุ่นสูงในระดับสีส้ม จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ที่อาจเจ็บป่วยหรือได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 รุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป ตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai, AirBKK, Life D หรือ เช็คฝุ่น และปฏิบัติตนตามคำแนะนำตามค่าสีฝุ่น

นายพัฒนากล่าวต่อว่า การปฏิบัติตัวเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม กลุ่มเสี่ยงให้จำกัดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก, หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นทุกครั้ง, สังเกตอาการผิดปกติ โดยประเมินอาการและรับคำแนะนำเบื้องต้นผ่าน 4HealthPM2.5 หรือคลินิกมลพิษออนไลน์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์, อยู่ในอาคารหรือห้องปลอดฝุ่น, ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น และลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นในบ้าน แต่หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง ขอให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ ได้แก่ 1.การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยติดตามสถานการณ์และประชาสัมพันธ์เชิงรุก เน้นการสื่อสารและแจ้งเตือนผ่านระบบดิจิทัล เช่น Platform หมอพร้อม, SMART อสม. 2.การลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจาก PM2.5 จัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการและพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุน “มุ้งสู้ฝุ่น” รวมถึงพิจารณาใช้มาตรการ Work From Home สำหรับกลุ่มเปราะบางเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 3.การจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยขยายเครือข่ายบริการดูแลสุขภาพให้ครอบคลุม ทั้งคลินิกมลพิษทางอากาศ คลินิกเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้คำปรึกษาคลินิกมลพิษออนไลน์ จัดระบบนัดหมายคลินิกมลพิษผ่านระบบหมอพร้อม และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่/ทีมปฏิบัติการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง เช่น ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ โรงเรียนประจำ เป็นต้น และ 4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยหากสถานการณ์รุนแรงให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกระดับ และส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ใช้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ในการควบคุมต้นกำเนิดฝุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...