โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปมลึก พิรุธพินัยกรรม 2 พันล้าน เสี่ยเฮง ทองแท่งไทย ลูกชายคนโต แจ้งจับหมอ-อัยการ-ทนาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 06.02 น.

เปิดปมลึกพิรุธ พินัยกรรม 2,000 ล้าน ตระกูลทองแท่งไทย ลูกชายคนโตแจ้งจับหมอ-อัยการ-ทนายความ พบ

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชนาธิป สุโพธิ์ ทนายความ พร้อมด้วยนายประกิต ทองแท่งไทย ทายาทของ นายเฮง ทองแท่งไทย เจ้าของโรงโม่หินเทพประทานพร อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ซึ่งเสียชีวิตลงอย่างสงบที่โรงพยาบาลศรีนครินทร เมื่อวันที่ 27 ก.ย.68 ที่ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยโรคมะเร็งมาก่อนหน้านี้ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เพื่อนำหลักฐานเป็นสำเนาเอกสารสำคัญที่นายเฮง เคยลงลายมือชื่อหรือลายเซ็นเอาไว้ ภาพถ่ายเอกสารสำเนาใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในโทรศัพท์มือถือ และเอกสารอื่นๆ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทนายความ อัยการและแพทย์ผู้ที่ออกใบรับรองแพทย์ให้กับนายเฮง ทองแท่งไทย

รวมทั้งตรวจสอบเบื้องหลังการได้ซึ่งใบรับรองแพทย์ดังกล่าวว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลที่ระบุในใบรับรองแพทย์ฉบับดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้ในการจัดทำพินัยกรรมของนายเฮง และการรับรองของแพทย์ยังขัดแย้งกับข้อมูลการเข้ารับการักษาอาการป่วยของนายเฮงอีกด้วย ทำให้ทายาทตั้งข้อสังเกตว่า พินัยกรรมดังกล่าวอาจได้มาอย่างไม่ถูกต้อง และนายเฮง เจ้าของพินัยกรรม ไม่ได้เป็นคนดำเนินการด้วยตนเองหรือไม่

ทั้งนี้นายชนาธิป สุโพธิ์ ทนายความ เปิดเผยว่า ก่อนที่นายเฮง จะเสียชีวิต ได้เข้ารับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มาตั้งแต่เดือน เม.ย.2566 และเข้าออกโรงพยาบาลมาโดยตลอด กระทั่งวันที่ 1-5 พ.ค.2568 ได้เข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และเข้ารับการทำ CT สแกนช่วงท้อง ในวันที่ 6 พ.ค.2568 ซึ่งในช่วงการเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล นายเฮง ต้องใช้วิธีการพิมพ์ลายนิ้วมือประทับลงในเอกสารทางการแพทย์แทนการลงลายมือชื่อ เนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยนายเฮง ไม่สามารถลงลายมือชื่อเองได้มาตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.2568

แต่หลังจากนั้นในวันที่ 8 พ.ค.2568 ทางทายาทฝั่งภรรยาคนที่ 1 ของนายเฮง ซึ่งได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี 2520 ก่อนจะจดทะเบียนหย่า เมื่อปี 2541 ได้มาทราบเรื่องภายหลังจากการเสียชีวิตของนายเฮง นั่นคือ ในวันที่ 8 พ.ค.2568 พบว่า นายเฮง ได้มีการไปจัดทำพินัยกรรมเกี่ยวกับมรดกทรัพย์สินของตนเองที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ทั้งที่ไม่ใช่ที่อยู่ในภูมิลำเนา และจากการตรวจสอบก็ไม่พบว่า นายเฮง มีญาติพี่น้องหรือสนิทกับใครใน อ.หนองเรือ

แต่ประเด็นสำคัญที่ทางทายาทฝั่งภรรยาคนที่ 1 นายเฮง พบความไม่ชอบมาพากล คือเอกสารใบรับรองแพทย์ ที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในเมืองขอนแก่น ที่แพทย์ระบุไว้ว่า ผลการตรวจสุขภาพและตรวจโรคของนายเฮง “ไม่เคยมีโรคประจำตัว ไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีสุขภาพแข็งแรงตามวัย มีสติสัมปชัญญะดี ถามตอบรู้เรื่องดี”

ซึ่งทางทายาท มองว่า ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เนื่องจากนายเฮง ผู้เป็นบิดา มีประวัติการรักษาอาการป่วยและยังต้องเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น มาโดยตลอด โดยในใบรับรองแพทย์ดังกล่าว ยังพบว่า มีการการลงลายมือชื่อที่ระบุว่า เป็นของนายเฮง ทั้งที่นายเฮง ไม่สามารถเซ็นชื่อได้ด้วยปัญหาสุขภาพ

นายชนาธิปกล่าวต่อว่า หลังจากได้รับใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนในเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 8 พ.ค.2568 จากการตรวจสอบของทีมทนายความ พบว่า ในวันเดียวกันนี้ได้มีการนำใบรับรองแพทย์ดังกล่าว ไปจัดทำพินัยกรรมในพื้นที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และมีการลงลายมือชื่อของนายเฮง อีกครั้ง ซึ่งทายาทได้ตั้งข้อสังเกตใน 2 ประเด็นนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงวันที่มีการไปขอใบรับรองแพทย์และทำพินัยกรรม จะไม่มีพยานยืนยันว่า นายเฮง ได้เป็นผู้เดินทางไปเองหรือดำเนินการด้วยตัวเองหรือไม่ แต่ทางทายาทมั่นใจว่า ด้วยสุขภาพของนายเฮงที่ไม่ต่างจากผู้ป่วยติดเตียง นายเฮงไม่สามารถดำเนินการทั้งหมดด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน

ทั้งยังได้ตั้งข้อสังเกตอีกว่า กระบวนการได้มาซึ่งพินัยกรรมตั้งแต่ต้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนกระบวนการได้มาซึ่งพินัยกรรมดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้ยื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อศาลพิจารณาว่าพินัยกรรมดังกล่าวจะต้องเข้าข่ายเป็นโมฆะหรือไม่ รวมทั้งยื่นขอเข้าร่วมเป็นผู้จัดการมรดก

นายชนาธิปยังกล่าวด้วยว่า ก่อนที่นายเฮงจะสมรสกับภรรยาคนที่ 2 ก่อนหน้านี้เคยจดทะเบียนสมรสกับภรรยาคนแรก เมื่อปี 2520 และจดทะเบียนหย่าในปี 2541 โดยในพินัยกรรมที่มีการเปิดเผยหลังการเสียชีวิตของนายเฮง เนื้อหาส่วนหนึ่งระบุไว้ว่า มรดกและทรัพย์สินต่างๆ ที่มีมาจนถึงปี 2534 ให้เป็นของฝั่งภรรยาคนแรก ส่วนมรดกและทรัพย์สินต่างๆ ที่มีมาหลัง 2534 ถึงปัจจุบัน ให้เป็นของฝั่งภรรยาคนปัจจุบัน ซึ่งในส่วนที่ 2 นี้ มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปมลึก พิรุธพินัยกรรม 2 พันล้าน เสี่ยเฮง ทองแท่งไทย ลูกชายคนโต แจ้งจับหมอ-อัยการ-ทนาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...