โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัวจ่าเริง เปิดใจ หลังนำร่างออกมาไม่ได้

มุมข่าว

เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 12.16 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 มีรายงานบรรยากาศภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจของ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน อายุ 38 ปี

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 มีรายงานบรรยากาศภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจของ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน อายุ 38 ปี ชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ซึ่งเสียชีวิตจากการปะทะพร้อมกับ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร.23 พัน.3 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 บริเวณเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ตำบลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ภายในวัดยังคงมีชาวบ้าน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ และภาครัฐ ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นใจ เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำร่างของจ่าสิบเอกสำเริงกลับมาได้ ทั้งที่เสียชีวิตอยู่บนเนิน 350 เป็นเวลานานถึง 4 วัน 3 คืนแล้ว

นางสาวชงโค อายุ 48 ปี พี่สาวของจ่าสิบเอกสำเริง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ทราบข่าวการเสียชีวิตของน้องชาย จนถึงขณะนี้ผ่านไปแล้ว 4 วัน 3 คืน แต่ครอบครัวยังไม่ได้รับร่างกลับมาประกอบพิธีทำบุญตามประเพณี ยอมรับว่าในช่วงแรกครอบครัวรู้สึกน้อยใจ ที่ร่างของน้องชายยังไม่สามารถนำกลับมาได้เหมือนทหารที่เสียชีวิตรายอื่น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความรู้สึกของครอบครัวเริ่มเปลี่ยนไป หลังจากได้รับกำลังใจจากประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาอธิบายถึงขั้นตอนและความยากลำบากในการเข้าไปนำร่างออกมา เนื่องจากทหารฝั่งเขมรยังคงยิงตอบโต้ และมีการใช้ร่างของน้องชายเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงให้ทหารไทยเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

พี่สาวของจ่าสิบเอกสำเริง กล่าวต่อว่า ตอนนี้ครอบครัวสามารถทำใจได้แล้ว และคิดว่าน้องชายคงอยากให้ครอบครัวเข้มแข็งและทำใจให้ได้ก่อนจึงจะกลับบ้าน พร้อมทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสบายใจ

ดังนั้นไม่ว่าร่างของน้องชายจะกลับมาเมื่อใด ครอบครัวก็พร้อมยอมรับ เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเพิ่มขึ้นจากการบุกเข้าไปนำร่างกลับมา

ครอบครัวยังขอเป็นกำลังใจให้ทหารไทยปฏิบัติหน้าที่และต่อสู้จนได้รับชัยชนะโดยเร็ว ส่วนเรื่องอื่น ๆ ขอให้เป็นเรื่องหลังจากสถานการณ์สงบลงแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...