MPJ ทุ่มงบลงทุน 900 ล. ขยายลานตู้-คลังสินค้า
#MPJ #ทันหุ้น – MPJ เดินเกมรุกปี 2569 ทุ่มงบ 800-900 ล้านบาท ขยายอาณาจักรลานตู้-คลังสินค้า รองรับดีมานด์พุ่งสูงขึ้น พร้อมแตกไลน์ใหม่ลานบรรจุสินค้าครอสด็อก ลดต้นทุน ส่วนลานที่สร้างเสร็จปี 2568 คาดหนุนผลงานชัดเจนในไตรมาสที่ 1-2/2569
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในปี 2569บริษัทมีแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากในปี 2568 ได้มีการเปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ไปแล้ว 2 แห่ง ทั้งลาดกระบัง และแหลมฉบัง ซึ่งภายในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปี 2569 คาดว่า วอลุ่มที่แหลมฉบังจะเต็มพื้นที่ จึงเตรียมแผนขยายฐานการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
** ทุ่มงบลงทุน 900 ล.
สำหรับงบประมาณการลงทุนโครงการในปี 2569 ทั้งหมดบริษัทเตรียมงบประมาณไว้ที่ 800 – 900 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ การขยายพื้นที่แหลมฉบัง ซึ่งมีแผนลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 60-80 ไร่ เพื่อสร้างโกดังเพิ่มเติมขนาดประมาณ 20,000 ตารางเมตร รวมถึงทำลานบรรจุสินค้าหรือที่เรียกว่า “ครอสด็อก” (Cross Dock)
นอกจากนี้ยังเตรียมสร้างคลังสินค้าเฟส 2 และเฟส 3 ที่จังหวัดระยองโดยคาดว่าจะตกลงเรื่องที่ดินและเริ่มเขียนแบบได้ในช่วงเดือนเมษายนปี 2569 ทั้งนี้รายได้จากเฟส 3 ที่ระยองจะเริ่มรับรู้ในช่วงปี 2570 เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 10 เดือน
“บริษัทวางแผนขยายฐานการดำเนินงานเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันลูกค้ายอดเดิมมีปริมาณความต้องการสูงกว่าความสามารถในการรองรับของบริษัท เช่น บางสายเดินเรือมีความต้องการฝากตู้ 4,000 ตู้ แต่บริษัทรับได้เพียง 1,000 กว่าตู้เท่านั้น การขยายพื้นที่ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มที่จอดตู้ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการหมุนเวียนตู้สินค้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อมาร์จิ้นรวมของกลุ่มธุรกิจ” นายจีระศักดิ์ กล่าว
** เล็งสร้างโมเดลใหม่
นอกจากนี้ยังได้เตรียมสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ (Cross Docking) เสนอบริการบรรจุสินค้าที่ลานตู้แทนการส่งตู้เปล่าไปบรรจุที่โรงงาน เพื่อช่วยลดต้นทุน (Cost) ให้กับลูกค้า คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของแผนงานในไตรมาส 3/2569
ด้านผลการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 20%ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงเป้าหมาย แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/2568 อาจจะไม่โดดเด่นมากนัก เนื่องจากการเปิดลานใหม่ที่ลาดกระบังมีค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นจากการสะสมสต๊อกตู้ (Build Stock) แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกำไรที่ชัดเจนในไตรมาส 1/2569 หรือ 2/2569
ในส่วนของความท้าทาย ด้านค่าระวางเรือ (Freight) ในปัจจุบันค่อนข้างเหนื่อย โดยเฉพาะเส้นทางจีนที่ราคาลดลงอย่างมากจาก 100 ดอลลาร์ เหลือเพียง 5 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามบริษัทจะเน้นการรักษาเสถียรภาพและสร้างรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการเป็นหลัก นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังนโยบายด้านภาษีของทรัมป์ และการแข่งขันกับประเทศเวียดนามที่มีอัตราการเติบโตของ GDP สูงกว่าไทย