“จีน” ตอกย้ำไม่ยอมรับชาติใดเป็น “ผู้พิพากษาโลก” หลังสหรัฐจับมาดูโร
"จีน" ตอกย้ำไม่ยอมรับชาติใดเป็น "ผู้พิพากษาโลก" หลังปฏิบัติการควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโร สั่นคลอนความสัมพันธ์จีน-เวเนซุเอลา และทดสอบจุดยืนทางการทูตของจีนในเวทีโลก
วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 08.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่าจีนไม่อาจยอมรับให้ประเทศใดประเทศหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาของโลก หลังสหรัฐอเมริกาควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
“เราไม่เคยเชื่อว่าประเทศใดสามารถทำตัวเป็นตำรวจของโลกได้ และเราก็ไม่ยอมรับว่าประเทศใดจะอ้างตนเป็นผู้พิพากษาของโลก” หวังอี้กล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน อิชัก ดาร์ ระหว่างการพบหารือที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ โดยอ้างถึงพัฒนาการฉับพลันในเวเนซุเอลา โดยไม่ได้เอ่ยถึงสหรัฐโดยตรง
นักการทูตสูงสุดของจีนกล่าวเสริมว่า “อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” ซึ่งนับเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ภาพมาดูโร วัย 63 ปี ถูกปิดตาและใส่กุญแจมือเผยแพร่ออกมาเมื่อวันเสาร์ สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเวเนซุเอลา
โดยมาดูโรขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์คุมขังที่นครนิวยอร์ก และเตรียมขึ้นศาลในวันจันทร์นี้ในคดียาเสพติด
ทั้งนี้ จีนมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางการทูต ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนที่สุดหลังจากปักกิ่งเป็นตัวกลางเจรจาสร้างความปรองดองอย่างไม่คาดคิดระหว่าง ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านในปี 2566 พร้อมให้คำมั่นว่าจะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในประเด็นจุดร้อนของโลก นักวิเคราะห์ระบุว่าความสำเร็จของจีนในการเผชิญหน้ากับสหรัฐในการเจรจาการค้าได้ยิ่งเสริมความเชื่อมั่นให้ปักกิ่งมากขึ้น
อย่างไรก็ดีการที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐจะเข้ามากำกับดูแลรัฐบาลเวเนซุเอลาในช่วงนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านทุกสภาพอากาศ ที่จีนและการากัสตกลงกันไว้ในปี 2566 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ทางการทูตเกือบ 50 ปี
เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนรายหนึ่งซึ่งรับรู้การประชุมระหว่างมาดูโรกับ ชิว เสี่ยวฉี ผู้แทนพิเศษของจีนด้านกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียน กล่าวว่า “นี่เป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ต่อจีน เราต้องการแสดงภาพว่าเป็นมิตรที่พึ่งพาได้ของเวเนซุเอลา” โดยการพบดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการจับกุมมาดูโร
แหล่งข่าวระบุว่า บุตรชายของมาดูโรเคยเดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของจีนในปี 2567 และได้ลงทะเบียนเรียนตั้งแต่ปี 559 พร้อมเสริมว่ายังไม่แน่ชัดว่าเขาจะกลับไปเรียนต่อหรือไม่ แม้จีนจะมีความพยายามทางการทูตกับเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการศึกษาและความสัมพันธ์ดังกล่าว
จีนได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจเวเนซุเอลามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สหรัฐและพันธมิตรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรในปี 2560 โดยจีนซื้อสินค้าจากเวเนซุเอลาราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 ซึ่งเป็นข้อมูลปีล่าสุดที่มีครบถ้วน
ข้อมูลศุลกากรระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าดังกล่าวเป็นน้ำมันดิบ ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัฐจีนได้ลงทุนในเวเนซุเอลารวมราว 4.6 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2561 ตามข้อมูลของสถาบันคลังสมอง American Enterprise Institute ซึ่งติดตามการลงทุนของบริษัทจีนในต่างประเทศ
อ้างอิง : reuters.com