นายกฯ ท้าเปิดชื่อ-สกุลจริง คนเอี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมจัดการ ชิ่งตอบเสนอปลด‘ธรรมนัส’
นายกฯ การันตีไม่มีใครใหญ่กว่า ‘บิ๊กต่าย’ แถมมี ‘สมอลหนู’ คอยดู บอกคนแฉทำเพื่อชาติ ขอชื่อ-สกุลจริง แค่ตัวย่อไม่พอ แนะส่งตรงรัฐบาล ชิ่งตอบปมโรมเสนอปลด ‘ธรรมนัส’
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกับ 15 หน่วยงาน ถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ในเวลา 1 เดือนที่มาทำหน้าที่ว่า เรื่องการปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือสแกมเมอร์ ดำเนินการตลอดเวลาอยู่แล้ว
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการได้ตลอดเวลา ดังนั้น หน่วยงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเขาทำสำเร็จ เขาไม่สามารถออกมาบอกว่าทำเมื่อไหร่ ทำกับใครที่ไหน เพราะเรื่องเหล่านี้เราต้องใช้งานด้านการข่าวในการปราบปราม การสำรวจเส้นทางทางการเงินและการใช้เทคโนโลยีในการดักการกระทำผิด
แต่เมื่อถึงเวลา ก็จะสรุปรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบว่าปฏิบัติอะไรไปบ้าง ซึ่งวันนี้ตนได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้ ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินก็เป็นหลักหลายหมื่นล้านบาท การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด กับคนต่างชาติ เช่น เพิกถอนถิ่นพำนัก เพิกถอนวีซ่า เพิกถอนสัญชาติ เราก็ทำไปหมดทุกอย่างแล้ว
วันนี้เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจ เราก็มาทำเอ็มโอยูกันอีกครั้งให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยนำหน่วยงานที่สนับสนุนมาเป็นส่วนหนึ่งของเอ็มโอยู เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ก.ล.ต. กสทช. ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ทำให้หน่วยงานที่ไปปราบปรามสืบสวนสอบสวนมีความคล่องตัวมากขึ้น
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านบอกว่ามีนักการเมือง 7 คนไปเกี่ยวกับสแกมเมอร์และมีนักการเมือง ช. มีข้อมูลเชิงลึกสาวถึงหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราทำตามการข่าวทำตามพฤติกรรมหน้าที่ที่เรามีอยู่ ทั้งการหาข่าวเอง มีคนมาแจ้งความ และสิ่งที่เราประสานงานกับนานาชาติ และไปป้องกันปราบปราม เราไม่ได้ทำตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เพราะเรามีหลักการทำงานของเราอยู่แล้ว
เห็นได้ชัดจากการสรุปงานที่เราทำมา การปราบอาชญากรรมทางสแกมเมอร์ ประสิทธิภาพของงานจะเทียบกับการดำเนินคดี มีการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเนรเทศผู้กระทำผิดออกจากประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีกระทรวงการคลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเอ็มโอยูแล้ว โดยผู้ว่า ธปท. ก็แจ้งเข้ามาชัดเจนว่าจำนวนบัญชีม้าที่ปิดไปในช่วงไม่กี่เดือน ลดลงไป 25% ชัดเจนว่างานที่เราทำอยู่ก่อให้เกิดประสิทธิผล
เมื่อถามว่าในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตอนนี้มีการออกมาเปิดเผยว่ามีบิ๊กตำรวจหลายท่านรับเงินสแกมเมอร์ จะตรวจสอบอย่างไร นายอนุทิน ย้อนถามว่า “มีใครใหญ่กว่า บิ๊กต่าย ไหม ณ วันนี้ ถ้าไม่มี ผมก็ไม่กังวลอะไรเพราะ เพราะผมก็คุยกับบิ๊กต่าย”
เมื่อถามย้ำว่าระหว่างที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ระบายบนเวทีว่าคนที่ออกมาแฉ ไม่ใช่คนที่อยู่ในองค์กรตำรวจ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปลงรายละเอียด พร้อมผายมือไปทางผู้ร่วมแถลงข่าวก่อนพูดว่า “ตรงนี้มี บิ๊กแพร บิ๊กบอย บิ๊กต่าย บิ๊กป๊อป ผมคิดว่าถ้าได้รับการสนับสนุน ไฟเขียว แรงยุจาก สมอลหนู ให้ท่านทำงานเพื่อประชาชน”
วันนี้คนเป็นผบ.ตร. เป็นอธิบดีดีเอสไอ เลขา ปปง. รมว.ยุติธรรม รมว.ดีอี ปลัดมหาดไทย เป็นนายกฯ ถ้ายังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนว่าสแกมเมอร์ทำร้ายประเทศไทย ทำร้ายประชาชนขนาดไหน เรามาไม่ถึงตรงนี้ ต้องมีอะไรมาบล็อกไม่ให้เราเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ฉะนั้น ถือเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด
“ผมแจ้งไปยังทุกหน่วยงานว่าอะไรที่เราต้องการจากรัฐบาลในการปราบปรามสแกมเมอร์ ขอให้เอ่ยมาเท่านั้น ผมมีหน้าที่บันดาลทุกอย่าง เพื่อให้หน่วยงานที่ท่านกำกับดูแลไปป้องกันและปราบปรามอย่างเฉียบขาดเด็ดขาด ไม่มีหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน สัปดาห์ที่แล้วผมได้ถอนสัญชาติไป มีใครกล้าทำหรือไม่ ใหญ่มั้ย ทำไมถึงเคลียร์ผมไม่ได้ แล้วมีใครไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ ก็ไม่มี มีคนวิจารณ์แต่เรามีแนวทางที่จะทำ”
เมื่อถามว่าการที่มีคนออกมาแฉรายวันจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เรามองโลกในแง่ดี คนเหล่านั้นที่ออกมาแฉรายวัน ก็เป็นช่องทางข่าวช่องหนึ่งก็ดีเหมือนกัน ทำให้เรากระตือรือร้นตลอดเวลาถือเป็นบุญคุณก็ต้องขอบคุณ
เมื่อถามว่ายังมีคนกล่าวหาว่าคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ต่อเนื่อง นายอนุทิน ย้อนถามว่า ไหนเอ่ยชื่อมา ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก็นำข้อมูลชื่อย่อ ช. ไปให้ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาฯ นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่พูดออกมาขอให้เอ่ยชื่อเลย ไหนๆจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติแล้ว
ผบ.ตร.รับรองความปลอดภัยให้ รวมถึงตนจะไปขอผบ.ทบ.ให้ด้วย พอพูดชื่อย่อออกมา มันไม่พอ ขอชื่อจริง นามสกุลจริง มาบอกตนหรือบอกใครก็ได้ที่เกี่ยวข้อง เรามีหน้าที่รักษาความลับและรักษาความปลอดภัยให้ท่านอยู่แล้ว เราต้องดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้องและปกป้องคนที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานราชการ ใครที่มีหลักฐานขอให้เอ่ยชื่อดังๆ แล้วเราจะไปดำเนินการ ผิดว่าไปตามผิดไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนเดียว
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าทำไมผู้ที่ให้ข้อมูลถึงนำข้อมูลไปให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไม่เอามาให้ที่รัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า เอามามอบให้ผบ.ตร. มามอบให้ ปปง. ดีเอสไอ รมว.ยุติธรรม อย่าไปผิดซอย
เมื่อถามย้ำว่าแล้วทำไมเขาถึงเอาข้อมูลไปให้กรรมาธิการ นายอนุทิน ย้อนกลับว่า สื่อก็ไปถามคนที่ให้ข้อมูลซิอย่ามาถามตน ถามอย่างนี้เพื่อประโยชน์อะไร ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็รับซองให้ตนได้ อย่าไปยื่นประธานกมธ.เพราะต้องไปสอบสวนไต่สวนเสียเวลา
เมื่อถามว่านายรังสิมันต์ บอกว่าก่อนการปราบสแกมเมอร์ ต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วยการปราบรัฐมนตรีสีเทา นายอนุทิน กล่าวว่าถ้าเป็นแบบนี้ ทำเป็นเอกสารแล้วยื่นที่ตน หรือแจ้งความได้เลยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งนั้น แจ้งความแล้วเอ่ยชื่อ พฤติกรรม หลักฐาน จริงๆไม่ต้องแจ้งความถึง ผบ.ตร. แต่ไปโรงพักไหนก็ได้
เมื่อถามย้ำว่านายรังสิมันต์โรม คาดหวังให้นายกฯปลดร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว เกษตรและสหกรณ์ ออกจากตําแหน่ง นายกฯ ย้อนถามว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไร เพราะนี่คือเรื่องการปราบปรามการฟอกเงิน มันคนละเรื่องกัน” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ ท้าเปิดชื่อ-สกุลจริง คนเอี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมจัดการ ชิ่งตอบเสนอปลด‘ธรรมนัส’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th