โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจฮอร์โมนแห่งความรักชาติ เมื่อ ‘ออกซิโทซิน’ ทำให้เรารักชาติ และหวงแหนพวกพ้อง

The Momentum

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2568 เวลา 02.36 น. • THE MOMENTUM

ความเป็นชาติและลัทธิชาตินิยมขับเคลื่อนสังคมและประวัติศาสตร์ หลายครั้งความรู้สึกเหล่านี้ผลักดันให้เกิดความสามัคคี ความเสียสละ และความกล้าหาญ แต่บ่อยครั้งมันก็เข่นฆ่า ช่วงชิง และสร้างความเกลียดชังต่อคนแปลกหน้า ทั้งที่ไม่มีความเคียดแค้นกันโดยตรง

คำถามที่ท้าทายจิตสำนึกของเราคือ เหตุใดมนุษย์จึงยึดโยงตนเองเข้ากับอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และชาตินิยมอย่างเหนียวแน่น เหตุใดความรู้สึกเหล่านี้จึงนำไปสู่ความเกลียดชังและการไม่แยแสต่อคนกลุ่มอื่น ทั้งที่แต่ละคนไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวโดยตรงต่อกัน

การแสดงออกถึงความรักชาติและพวกพ้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถูกล้างสมองเพียงอย่างเดียว แต่ฝังรากลึกลงไปในระดับกลไกทางชีววิทยาและวิวัฒนาการของมนุษย์ โดยมีฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) เป็นตัวละครสำคัญ ในการช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันรักใคร่พงศ์เผ่าและวงศ์วาน

หลายคนรู้จักฮอร์โมนออกซิโทซินในบทบาทของ ‘ฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพัน’ ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นการหดตัวของมดลูกระหว่างการคลอด และกระตุ้นการหลั่งน้ำนมหลังคลอด นอกจากนี้ยังส่งเสริมความผูกพันทางสังคม ทำให้เกิดความรู้สึกรัก ไว้วางใจ และอบอุ่น ถึงกระนั้นงานวิจัยเชิงประสาทวิทยาชี้ให้เห็นถึงอีกหนึ่งความสามารถของออกซิโทซิน ที่ไม่ใช่แค่การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสังคม ทว่ายังสามารถทำให้รู้สึกอยากกีดกันคนอื่นออกจากสังคมของตนได้อีกด้วย

งานวิจัย Oxytocin increases liking for a country's people and national flag but not for other cultural symbols or consumer productsที่ตีพิมพ์ในปี 2014 เกี่ยวกับการหาความเชื่อมโยงระหว่างฮอร์โมนออกซิโทซินกับความรักชาติ พบว่าผู้ที่ได้รับออกซิโทซินแสดงออกถึงความรักชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพวกเขามีแนวโน้มที่จะมองว่า กลุ่มชาติพันธุ์ของตนเองดีกว่าและมีความสำคัญมากกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อย่างชัดเจน

โดยในการทดลองผู้วิจัยให้ออกซิโทซินผ่านทางจมูกของอาสาสมัครชาวจีนจำนวน 51 คน ก่อนขอให้พวกเขาให้คะแนนความชอบต่อภาพที่ได้เห็น เช่น ภาพธงชาติ อาหาร และสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติจีน พร้อมกับภาพที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศอื่น พบว่าอาสาสมัครที่เข้าร่วมมีปฏิกิริยาอย่างชัดเจนต่อธงชาติ เช่น คนจีนไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นๆ นอกจากธงชาติ

ผลลัพธ์จากงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ออกซิโทซินไม่ได้เพิ่มความชอบต่อทุกสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติ แต่ทำงานอย่างจำเพาะเจาะจงกับสิ่งเร้า ที่เชื่อมโยงกับสังคมและสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ทางสังคมที่สำคัญ เช่น ธงประจำชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติ ไม่ได้เกิดจากอคติทางสังคมหรือวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับกลไกทางระบบประสาทและฮอร์โมนด้วย

แล้วทำไมธรรมชาติถึงเลือกสรรให้เรารักชาติ

ความจริงแล้วธรรมชาติไม่ได้คัดสรรสารเคมี ที่ทำให้เราเข่นฆ่าเพื่อนร่วมโลกอย่างไร้เหตุผล หรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนของใคร เพียงแต่มันดำเนินไปเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มในเชิงวิวัฒนาการ

เนื่องจากเมื่อครั้งอดีต มนุษย์ดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความโหดร้ายมากกว่าทุกวันนี้ การสร้างกลุ่มก้อนที่แข็งแรงและสามัคคีจึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด ออกซิโทซินจึงช่วยส่งเสริมการร่วมมือ การป้องกันภัย และการแบ่งปันทรัพยากรภายในกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็มองว่าคนกลุ่มอื่นเป็นศัตรู ช่วยให้สามารถรักษาสมดุลของทรัพยากร และเตรียมพร้อมสำหรับการปกป้องตนเองได้

จะเห็นได้ว่าความรู้สึก ‘รักชาติ’ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA อันเนื่องมาจากร่องรอยทางวิวัฒนาการ เมื่อครั้งที่มนุษย์ยังออกล่าอย่างป่าเถื่อน ทว่าในยุคปัจจุบันที่โลกพัฒนาไปไกลแล้ว และล่วงรู้ถึงบาดแผลของสงคราม ความรักชาติอย่างสุดโต่งจึงเป็นสิ่งที่ล้าหลังและไร้ประโยชน์ เนื่องจากผลพวงของมันอาจนำไปสู่การเข่นฆ่าอย่างไร้มนุษยธรรม ดังนั้นการเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันแบบองค์รวม อาจเป็นทางรอดเดียวที่ทำให้มนุษยชาติก้าวผ่านทุกวิกฤตในอนาคต

ที่มา:

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25140135/

https://www.apa.org/news/podcasts/speaking-of-psychology/human-behavior

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...