24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 มกราคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 มกราคม 2569
>> ก.วัฒนธรรม จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรรับมงคลปีใหม่ 2569 สืบทอดพระพุทธศาสนา เสริมสิริมงคลทั่วไทย
07.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีทำบุญตักบาตรรับมงคลปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล 2 ด้านหน้าบรมบรรพต วัดสระเกศราช โดยมีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบ ร่มเย็น และเปี่ยมด้วยศรัทธา
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรรับมงคลปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ได้รับความสนใจและมีประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป โดยพุทธศาสนิกชนได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภค มาร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งประกอบพิธีอัญเชิญผ้าแดงขึ้นไปห่มบูชาพระบรมสารีริกธาตุบนพระเจดีย์บรมบรรพต และเวียนประทักษิณรอบพระเจดีย์ 3 รอบ เป็นพิธีกรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา และการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ สงบ และเป็นกุศล
>> ก.คมนาคม เผยตัวเลขการเดินทางช่วงปีใหม่ 2569 บนโครงข่าย สะสม 2 วัน ยอดใช้ขนส่งสาธารณะแตะ 6 ล้านคน อุบัติเหตุลดลง
08.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคม สะสม 2 วัน (วันที่ 30 - 31 ธันวาคม 2568)
พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 5,936,723 คน ลดลงร้อยละ 0.67 เปรียบเทียบกับวันที่ 27 - 28 ธันวาคม 2567 แบ่งเป็นการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ 5,390,156 คน โดยระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45.17
สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม สะสม 2 วัน (วันที่ 30 - 31 ธันวาคม 2568) พบว่า โครงข่ายทางถนนเกิดอุบัติเหตุรวม 432 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 512 คน และเสียชีวิต 54 คน
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ ขอนแก่น จำนวน 4 คน ขณะที่จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ สุพรรณบุรี 25 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (วันที่ 27 - 28 ธันวาคม 2568) พบว่าอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 23 ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 37 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 8
>> หนุ่มก่อสร้างหนุ่ม ร่วมฉลองปีใหม่ขับรถ จยย.ไปส่งเพื่อน ขากลับชนต้นไม้ข้างทางเสียชีวิต ภรรยาร้องไห้โฮใกล้ถึงวันเกิดสามี
08.00 น. สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ข้างทางหล่นในน้ำมีผู้เสียชีวิต บนถนนเลียบคลองนายผิง หมู่ 5 ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณริมคลองนายผิน พบร่างชาย อายุ 37 ปี สภาพศพศีรษะจุ่มลงไปในน้ำนอนทับรถจักรยานยนต์ หมวดจังหวัดนนทบุรี ทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธินำร่างขึ้นมาจากน้ำ สภาพ มีบาดแผลที่บริเวณคิ้วขวากะโหลกศีรษะแตก
ต่อมา ภรรยา ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเห็นศพของสามีถึงกับร้องไห้โฮ ก่อนเล่าว่า เมื่อคืนสามีร่วมฉลองปีใหม่อยู่ที่บ้านเพื่อนในละแวกดังกล่าว พอถึงเวลา 02.00 น. ได้ขับรถออกมาส่งเพื่อน แล้วหายไปเลยและต่อมาช่วงเช้า น้องสาวมาบอกว่าสามีตนขับรถประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอยู่ภายในคลองจึงเดินมาดูพบว่าเป็นสามีตนโดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าอีกสองวันก็เป็นวันเกิดของเขาแล้วปีนี้คงไม่ได้เลี้ยงฉลองวันเกิด
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุและมอบร่างให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง
>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำบนเกาะกลางถนน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เป็นหนุ่มชาวสัญชาติรัสเซีย
08.50 น. สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์แหกโค้งชนกับต้นไม้เกาะกลางถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณโค้งจอมเทียนสาย 2 ใกล้กับ ลุมพินี คอนโดมิเนียม ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแอร็อกซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน ชลบุรี ล้มคว่ำอยู่เกาะกลาง ได้รับความเสียหาย เศษชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์กระเด็นกระจัดกระจายเกินพื้น นอกจากนี้ยังพบต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนน (ต้นหมวก) ถูกชนอย่างรุนแรงจนกลางลำต้นแตกหัก
ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 28 ปี ชาวรัสเซีย สภาพศพมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้า กะโหลกศีรษะแตก และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก เป็นผู้ชาย 1 ราย อายุ 27 ปี สัญชาติเดียวกัน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจอมเทียน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยสันนิษฐานว่า ชาวรัสเซียทั้งสองคนน่าจะขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเกาะกลางถนนจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สาเหตุที่แท้จริงนั้นจะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> 7 วันอันตราย วันที่ 2 เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง เสียชีวิต 53 ราย กำชับ! กวดขันขับรถเร็ว - ดื่มแล้วขับ
10.15 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 262 คน ผู้เสียชีวิต 53 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วัน ของการรณรงค์ (30 - 31 ธ.ค. 68) เกิดอุบัติเหตุรวม 469 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 452 คน ผู้เสียชีวิต รวม 86 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 36 จังหวัด
ซึ่ง ศปถ. ได้กำชับดูแลกวดขันขับรถเร็ว - ดื่มแล้วขับ เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญวันขึ้นปีใหม่ตามสถานที่ต่างๆ
>> กรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีเมาแล้วขับ คืนส่งท้ายปี ยังพุ่งสะสม 2 วัน 1,366 คดี
10.48 น. กรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของมาตรการควบคุมเข้มงวด โดย ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระบุว่า มีคดีเข้าสู่ระบบรวมทั้งสิ้น 1,150 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 1,093 คดี, ขับเสพ จำนวน 56 คดี, ขับซิ่ง จำนวน 1 คดี
ยอดคดีสะสม 2 วัน (30–31 ธันวาคม 2568) รวม 1,473 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 1,366 คดี, ขับรถประมาท 4 คดี, ขับเสพ 102 คดี, ขับซิ่ง 1 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าคดีขับรถขณะเมาสุราลดลง 162 คดี จากเดิม 1,255 คดี
จังหวัดที่มีคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก นนทบุรี 174 คดี, กรุงเทพมหานคร 131 คดี และ สมุทรปราการ 127 คดี
>> รถจักรยานยนต์ชนกันกลางถนนสายรอง นักท่องเที่ยวชาวมาเลย์บาดเจ็บ ส่วนชาวไทยเสียชีวิต
12.30 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกันและมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายรอง เส้นทางเพนียดคล้องช้าง - วัดต้นสะตือ ในพื้นที่ ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ไทรอัมพ์ สีดำ ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 50 ปี ส่วนผู้ขับขี่รถไทรอัมพ์ เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือและนำส่งรักษา รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา
>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันล้ม หนุ่มวัย 27 ปีร่างกระเด็น ถูกรถนั่งส่วนบุคคลขับตามหลังทับซ้ำ เสียชีวิตกลางถนนสุขสวัสดิ์
13.00 น. สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณใกล้เคียงหน้าตลาดบางปะกอก ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น LEAD สีครีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่บนถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 27 ปี ห่างออกไปพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้า ยี่ห้อไอออน สีเขียว จอดอยู่โดยมีชาย อายุประมาณ 40-45 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับพนักงานสอบสวน และพบว่ามีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีแดง ล้มคว่ำและมีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล
ผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ขณะขี่รถมาตามปกติอยู่ในเลนที่ 2 จู่ๆ รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตได้พุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง ทำให้รถเสียหลักล้มไถลไปกับพื้นถนนทั้งสองคัน หลังเกิดเหตุตนลุกขึ้นได้ก่อนและเข้าไปดูคู่กรณี พบว่ามีเลือดออกทางปากและจมูกจำนวนมาก ส่วนรถยนต์คู่กรณีไม่ทราบแน่ชัดว่าเข้ามาเฉี่ยวชนหรือไม่
ด้านคนขับรถยนต์ไฟฟ้าให้การว่า ขณะขับมาในเลนที่ 3 เห็นรถจักรยานยนต์ชนกันล้มลงต่อหน้า พยายามหักหลบแล้วแต่ไม่สามารถหลบได้มาก เนื่องจากติดแนวแบริเออร์กั้นขอบทาง ก่อนจะรู้สึกว่าล้อหน้าด้านซ้ายเหยียบวัตถุบางอย่าง จึงรีบหยุดรถและลงมาตรวจสอบ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยทันที ยืนยันว่าพยายามหลบอย่างสุดความสามารถแล้ว เหตุเกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิด ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> รอง ผบ.ตร. ย้ำ เดินทางใช้ความระมัดระวัง ไม่ประมาท ภาพรวม 2 วัน จับกุม 10 ข้อหาหลัก กว่า 157,000 ราย
13.24 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใน ฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดเผยว่า วันนี้ยังคงมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายเส้นทางมีปริมาณการจราจรหนาแน่นเป็นช่วง ๆ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
จากผลการปฏิบัติในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบการบังคับใช้กฎหมายจราจรใน 10 ข้อหาหลัก จำนวน 79,726 ราย รวม 2 วันจำนวน 157,624 ราย สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในจุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางสายหลักที่มีปริมาณรถมาก
พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นในการบริหารจัดการจราจรและดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ฯ ร่วมกำกับ ติดตาม และสั่งการให้หน่วยในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางหลักอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันหยุดยาว
>> ไฟไหม้ห้องเครื่องรถยนต์ กลางทางขึ้น - ลงดอยผาหมี อ.แม่สาย เจ้าหน้าที่ ชรบ.รุดใช้ถังน้ำยาเคมีฉีดสกัดเพลิงสงบ ทุกคนปลอดภัย
14.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องเครื่องรถยนต์นักท่องเที่ยวกลางดอยผาหมีผาฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะกำลังขับขึ้นไปเที่ยวคาเฟ่ โชคดีที่คนขับและเด็กๆ ปลอดภัย
ที่เกิดเหตุ พบมีรถอเนกประสงค์ สีขาว ป้ายทะเบียน เชียงราย ลักษณะเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณห้องเครื่องยนต์และกำลังจะลุกลามห้องโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยถังน้ำยาเคมีรุดเข้าช่วยฉีดสกัด และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายรงค์ณชัย พิทักษ์ธิติกุล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผาหมี หมู่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย เปิดเผยนาทีระทึกว่า ชรบ.ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้วิทยุแจ้งขอความช่วยเหลือทันที เมื่อได้รับแจ้ง นายรงค์ณชัย ได้เรียกกำลัง ชรบ. พร้อมนำถังดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานเพลิงที่ลุกไหม้บริเวณหน้ารถก็สงบลงได้สำเร็จ พร้อมทั้งช่วยนำหญิงคนขับและเด็กเล็กออกจากรถไปยังที่ปลอดภัย ห่างจากตัวรถยนต์
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากตู้บริการดอยผาหมี เข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณห้องเครื่องยนต์ จากการตรวจสอบพบว่าภายในห้องเครื่องยนต์ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด กระจกรถแตกจากความร้อน แต่โชคดีที่เปลวไฟยังไม่ลุกลามเข้าไปในห้องโดยสาร ทำให้คนขับและเด็กๆ ปลอดภัยไร้บาดเจ็บ รถยนต์คันนี้จะถูกนำลงไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป
>> เพลิงไหม้ภายในคอนโด ย่านเอกชัยซอย 88 จนท.คาดเกิดไฟลัดวงจรที่หม้อหุงข้าว
14.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้สถานที่เกิดเหตุ คอนโดมิเนียม ซอยเอกชัย 88 ถนนเอกชัย แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 12 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 ภายในห้องต้นเพลิง ลุกไหม้หม้อหุงข้าว ลุกลาม โต๊ะ ฝาผนัง และลำโพงเครื่องเสียง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่หม้อหุงข้าว ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน
>> ระทึก ไฟไหม้กองกระดาษใกล้ถังแก๊สหุงต้ม บริเวณใต้โรงแรมเมืองพัทยา นักท่องเที่ยวแตกตื่นอพยพวุ่น
16.19 น. ศูนย์วิทยุสีครามเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณในพื้นที่เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสาน ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางบกเมืองพัทยา นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์
ที่เกิดเหตุเป็น โรงแรมหรู พบว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันแตกตื่น หลังเห็นกลุ่มควันไฟพวยพุ่งขึ้นจากด้านล่างของอาคาร ต่างรีบอพยพลงมาจากชั้นบนอย่างโกลาหล เจ้าหน้าที่จึงเร่งจัดระเบียบและกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
จากการตรวจสอบพบว่า ต้นเพลิงเกิดจาก เศษลังและเศษกระดาษที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งทางโรงแรมนำมาเก็บสะสมไว้เพื่อขายเป็นของเก่า ได้เกิดการลุกไหม้ ส่งผลให้มีกลุ่มควันหนาทึบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงใช้น้ำฉีดควบคุมเพลิง พร้อมกันประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้โดยไม่ลุกลามขึ้นสู่ตัวอาคาร
ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ให้คำแนะนำผู้จัดการโรงแรม ไม่ควรนำเศษกระดาษหรือกระดาษลังมาเก็บไว้ใกล้กับถังแก๊สหุงต้ม ซึ่งตั้งอยู่ในระยะห่างไม่ถึง 10 เมตร เนื่องจากหากเกิดไฟลุกลามไปถึงถังแก๊ส อาจทำให้เกิดการระเบิดและยากต่อการควบคุมเพลิง รวมถึงอาจสร้างความเสียหายรุนแรงมากกว่านี้
ด้านผู้บริหารโรงแรมรับปากจะเร่งแก้ไข ปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บ โดยจะนำเศษลังและกระดาษออกไปเก็บในจุดที่ปลอดภัยและห่างจากแหล่งเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต
>> ปรับขึ้นภาษีรถยนต์ใหม่ รถใช้น้ำมัน-รถซูเปอร์คาร์ เริ่มใช้แล้ววันนี้ (1 ม.ค.)
19.00 น. การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่เริ่มใช้ในวันนี้ (1 ม.ค.) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเกณฑ์จากการดูแค่ขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาเน้นที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น
โดยผู้ที่จะซื้อรถใหม่หลังวันที่ 1 ม.ค. ถ้าเป็นรถสันดาปหรือรถใช้น้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์ใหญ่ที่ปล่อยมลพิษสูง จะมีราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจน อย่างเช่น เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร เดิมเสียภาษี 12% ใหม่จะปรับขึ้นเป็น 13% ราคารถยนต์จะปรับขึ้น 5,000-6,000 บาท แต่ถ้าปล่อยมลพิษสูง อัตราภาษีจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได อย่างกลุ่มรถยนต์หรู/ซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์ มากกว่า 3,000 cc อัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่มจากประมาณ 40% เป็น 50% ส่งผลราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้นหลักแสน ไปจนถึง 2-3 ล้านบาท ขณะที่รถอีโคคาร์ ที่แปลงร่างเป็นรถไฮบริด ราคาก็จะถูกลง เดิมเสียภาษี 12% ก็จะลดเหลือ 6% ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ลดลงจาก 8% เหลือ 2% เท่านั้น ยกเว้นรถกระบะพลังงานไฟฟ้า จาก 0% เพิ่มเป็น 2% แทน
สำหรับเจ้าของรถเดิม หรือที่จดทะเบียนก่อนปี 2569 ไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มหรือย้อนหลัง ใช้เกณฑ์เดิมที่เคยจดทะเบียนไว้ แต่จะมีผลต่อมูลค่าขายต่อ หรือที่เรียกว่ารถมือสอง ราคาจะผันผวน ยิ่งรถรุ่นที่ปล่อยมลพิษสูงมากอาจตกรุ่นเร็วขึ้น และราคาขายต่อตก เนื่องจากตลาดหันไปหาเทคโนโลยีสะอาดตามเกณฑ์ภาษีใหม่
>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.8 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา
20.18 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 5.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 423 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย