โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Google เปิดตัว Gemini 3 โมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดของบริษัท

Techsauce

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • Techsauce Team

Google ปล่อย Gemini 3 โมเดล AI รุ่นใหม่ที่บริษัทระบุว่า ฉลาดที่สุดและแม่นยำที่สุด เท่าที่เคยพัฒนา โดยมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งแซง OpenAI หลังจาก GPT-5 เปิดตัวแบบกระแสไม่แรงอย่างที่คาด ทำให้ Google กลับมาชูภาพผู้นำในตลาด AI สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

ครั้งนี้ Google เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนเข้าถึงโมเดลเรือธง Gemini 3 Pro ผ่านแอป Gemini ได้ทันทีตั้งแต่วันแรก พร้อมทยอยเปิดใช้ใน Search สำหรับผู้สมัครสมาชิก นี่นับก้าวที่อยากให้ผู้ใช้งานทั่วไปเห็นผลได้ทันที

Gemini 3 แตกต่างตรงไหน ?

ความต่างของ Gemini 3 ไม่ใช่แค่คำตอบ แต่เป็นประสบการณ์ข้อมูลแบบใหม่ เพราะหัวใจของ Gemini 3 คือการเป็นโมเดล natively multimodal แปลว่าโมเดลนี้ออกแบบให้ประมวลผลข้อความ ภาพ และเสียงพร้อมกันได้อย่างเป็นเนื้อเดียว ไม่ต้องรันโมดูลแยกคนละส่วนแล้วมารวมผลภายหลังเหมือนบางระบบ

สิ่งนี้ทำให้การใช้งานในโลกจริงมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ถ้าคุณอัปโหลดรูปสูตรอาหารหลายหน้า Gemini 3 สามารถแปลคำอธิบาย ประมวลผลส่วนผสม แล้วแปลงเป็นหนังสือสูตรให้คุณได้เลย หรือถ้าคุณมีชุดวิดีโอบรรยาย โมเดลสามารถสรุปใจความแล้วทำเป็น flashcards อัตโนมัติให้ใช้ทบทวน

แนวคิดของ Google คือ Search ไม่ควรเป็นแค่ข้อความตอบกลับหรือรายชื่อเว็บไซต์อีกต่อไป แต่ควรเป็นหน้าจอข้อมูลที่เข้าใจง่ายตั้งแต่แรกเห็น ดังนั้นเมื่อใช้ Gemini 3 ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ข้อความยาว ๆ อีกแล้วแต่ Google จะให้ข้อมูลในรูปแบบที่ดูแล้วเข้าใจเลย

นอกจากนี้ Gemini 3 ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่ตอบคำถาม แต่ยังเน้นการทำงานแทนผู้ใช้ในรูปแบบ agent มากขึ้น ฟีเจอร์ทดลองอย่าง Gemini Agent ถูกวางให้ทำงานแทนผู้ใช้ในแอปได้จริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น

  • การคัดกรองอีเมล
  • จัดหมวดหมู่บิลต่าง ๆ
  • ช่วยค้นและเปรียบเทียบทริปแล้วจองให้
  • รวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อเตรียมสไลด์พรีเซนต์

รวมถึงการอัปเกรดความสามารถด้าน reasoning และการวางแผนข้ามหลายขั้นตอนที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ทำให้งานที่เคยต้องคอยสั่งทีละอย่าง ตอนนี้สามารถมอบหมายเป็นโปรเจกต์ให้มันจัดการได้ดีขึ้น

ทำไม Google ถึงมองว่าเป็น Gemini 3 คือก้าวสำคัญ (และทำไมเราควรสนใจ)

ธุรกิจหลักของ Google คือการเชื่อมคนกับข้อมูล และโมเดลที่ดีขึ้นจะไม่ได้มาแทน search แต่ต้องมาเติมให้การค้นหามีมิติใหม่ เช่น ไม่ใช่แค่ลิงก์ แต่เป็นหน้าแสดงผลที่มีรูป ตาราง กริด หรือซิมูเลชันที่อธิบายคำตอบให้ง่ายและใช้งานได้จริง นี่คือแนวคิดที่ Google เรียกว่า generative interfaces และมันเปลี่ยนวิธีที่ผลลัพธ์ถูกนำเสนอจากข้อความล้วนๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากขึ้น

ในเชิงธุรกิจ นี่ยังเป็นจังหวะสำคัญที่ Google สามารถกลับมาเพิ่มบทบาทของตนเอง เพราะเมื่อเทียบกับฝั่ง OpenAI โดยเฉพาะหลังเสียงวิจารณ์บางส่วนต่อ GPT-5 การเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึง Gemini 3 Pro ทันที เป็นสัญญาณว่า Google จะวางโมเดลนี้เป็นพื้นฐานของประสบการณ์ผู้ใช้ในวงกว้างทั้งโทรศัพท์และเบราว์เซอร์

Gemini 3 มีประสิทธิภาพทดสอบดีขึ้น

Gemini 3 Pro ขึ้นไปอยู่บนสุดของตาราง LMArena ที่ผู้คนในวงการ AI มักอ้างอิงกัน ซึ่งรวมผลการวัดความสามารถด้าน reasoning, การเข้าใจภาพ-ข้อความ (multimodal) และการเขียนโค้ด ซึ่งการขึ้นอันดับบนแพลตฟอร์มวัดผลแบบนี้บอกเราได้ว่าโดยรวมแล้วโมเดลมีความสามารถภาพรวมสูงกว่ารุ่นก่อน ๆ และเหนือคู่แข่งในชุดการทดสอบที่ใช้กันเป็นมาตรฐานทั่วไป

ผลลัพธ์โดยรวมของ Gemini 3 Pro อยู่ในกลุ่มท็อปเทียร์ที่นักวิจัยและผู้พัฒนาให้ความสนใจ

นอกจากนี้โหมดพิเศษชื่อ Deep Think ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ยกระดับการให้เหตุผลของ Gemini 3 ให้คิดได้ลึกกว่า ทำโจทย์ที่ต้องแบ่งขั้นตอนและวางแผนล่วงหน้าได้นานขึ้น ผลการทดสอบภายในและบางบันทึกชี้ว่าโหมดนี้ทำคะแนนได้ดีกว่าในชุด benchmark บางตัว

Gemini 3 เริ่มใช้ได้วันนี้ ใครใช้ได้บ้าง และจะเห็นฟีเจอร์ไหนก่อน

Google เปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Gemini 3 Pro ในแอป Gemini ตั้งแต่วันนี้ ผู้ใช้ทั่วไปที่ติดตั้งแอปและมีอายุเกิน 18 ปี (ตามข้อจำกัดด้านอายุและพื้นที่ให้บริการ) จะสามารถเลือกโมเดลรุ่นนี้ในเมนูได้ทันทีบนเดสก์ท็อปหรือมือถือ

สำหรับคนที่ใช้ผ่าน Search ผู้สมัครสมาชิกระดับพรีเมียมของ Google AI (เช่น Google AI Pro / Google AI Ultra) จะได้สิทธิ์ทดลองฟีเจอร์ Gemini 3 Pro ใน AI Mode ของ Search ก่อน

โดยบางฟีเจอร์เฉพาะ เช่น Gemini Agent และโหมด Deep Think จะเริ่มเปิดให้เฉพาะผู้ใช้ระดับ Ultra หรือกลุ่มทดสอบในสหรัฐฯ ก่อนแล้วค่อยขยายไปยังแพ็กเกจอื่นๆ และพื้นที่อื่นๆ ในภายหลัง

อ้างอิง: blog.google, theverge, wired

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...