โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดแนวคิด “พลอย พอลลี่” ปั้น “เจี้ยนชา” ให้โกอินเตอร์ ส่งธุรกิจใหม่ “ใจฉันสปา” เขย่าวงการ Wellness

Thairath Money

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 10.21 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากที่ “JIAN CHA” (เจี้ยนชา) แบรนด์ชาผลไม้-ชานมสัญชาติไทย เจ้าของเมนูฮิตอย่าง ชาองุ่นปอกมือ ที่บริหารโดย “พลอย-พอลลี่ เฮสันต์” สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดเครื่องดื่ม พร้อมกับครองใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะดำเนินธุรกิจมาเพียงปีกว่าๆ แต่ปัจจุบันมีสาขาในไทยประมาณ 70 แห่ง

และล่าสุดได้ประกาศความสำเร็จ ในการพาร้านชาขยายไปต่างประเทศ ประเดิม ‘ออสเตรเลีย’ 2 สาขา และ ‘สิงคโปร์’ อีก 1 สาขา พร้อมกับกางแผนปีหน้าไปต่อที่ ‘สเปน’ และ ‘สหรัฐอเมริกา’ ส่วนฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแผนขยายทั้ง ‘ฟิลิปปินส์-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย’ ตั้งเป้าใหญ่เปิดให้ครบ 1,000 สาขาทั่วโลกภายในปี 2573

“ตลาดต่างประเทศยังไม่เต็ม ที่อเมริกาเพิ่งมีแบรนด์ใหญ่ๆ เข้าไปไม่กี่สาขา เขาใช้เวลาอยู่กับแถบอาเซียนค่อนข้างเยอะ และเพิ่งขยายออกต่างประเทศราว 2-3 ปีหลังมานี้ ปีหน้าจะเจี้ยนชาจะมีที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 3 ประเทศนี้น่าจะเปิดได้ประเทศละ 5 สาขาในปีหน้า แต่ปีถัดไปขยายได้เยอะแน่นอน เพราะเราไปในรูปแบบ Joint Venture และพาร์ทเนอร์เราค่อนข้างแข็งแรง ส่วนที่อเมริกาความนิยมในการกินชาอาจจะยังไม่เยอะมาก แต่มั่นใจว่า อนาคตจะเยอะขึ้นกว่านี้”

พอลลี่ ระบุว่า หัวใจสำคัญของการขยายสาขาตอนนี้ คือการไปต่างประเทศ นำแบรนด์ไทยขยายไปทั่วโลก ขณะที่ต่างชาติเข้ามาเจาะตลาดไทยอย่างเข้มข้น จะต่อสู้กับแบรนด์เหล่านั้นได้ต้องเห็นภาพเดียวกัน แบรนด์ไทยต้องออกไปเห็นโลกภายนอก นอกจากทำตลาดระดับ Local ต้องไป Global ด้วย เป็นเหตุผลที่ ดร.พอลลี่ มองไปถึงการนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้นที่สหรัฐอเมริกา เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นำแบรนด์ไทยไปให้ทั่วโลกรู้จัก สร้างความแข็งแรงของแบรนดิ้งเพื่อดึงคนเก่งเข้ามาร่วมงานกับเจี้ยนชาด้วย

และจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้ ‘พลอย-พอลลี่’ เล็งเห็นโอกาสในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจาก F&B มากขึ้น นั่นคือ Wellness Lifestyle ล่าสุดได้ตัดสินใจเปิดร้านสปาพร้อมนวดไทย ในชื่อ ‘ใจฉันสปา’ (JAI CHAN SPA) ประเดิมสาขาแรก ณ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

พอลลี่ เฮสันต์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง “เจี้ยนชา” กล่าวว่า ตลาดนวดไทยทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ส่วนในไทยมีมูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท ทั้งสองส่วนมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่กลายเป็นหมุดหมายของต่างชาติทั่วโลก หากได้มาเยือนประเทศไทย ต้องมี ‘นวดไทย’ เป็น ‘Destination’ เนื่องจากชื่อเสียงเรื่องฝีมือการนวด รวมถึงราคาที่เข้าถึงและจับต้องได้ง่าย

โดยใจฉันสปา เปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งที่ผ่านมากระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลายเป็นสัดส่วนหลักกว่า 80% ของกลุ่มลูกค้า ส่วนคนไทยอีก 20% ก็มีอัตรากลับมาใช้บริการซ้ำต่อเนื่องด้วย

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจธุรกิจสปา มาจากความชอบส่วนตัวที่ชื่นชอบในการนวดไทยเพื่อผ่อนคลายอยู่แล้ว รวมถึงมองเห็นโอกาสในตลาดที่ยังไม่มีใครทำร้านนวดสปาในรูปแบบแฟรนไชส์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาพร้อมกับเตียงสระผม ASMR ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งธุรกิจสปายังสามารถสอดแทรกผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้แบรนด์ใจฉันสปา ผลิตจากวัตถุดิบสมุนไพรไทย อาทิ ขมิ้น ดินสอพอง ข้าวหอม ข้าวโอ๊ต ฯลฯ นอกจากประเทศไทยจะโด่งดังเรื่องชาแล้ว นวดไทยและสมุนไพรก็สื่อสารถึงความเป็นไทยได้เหมือนกัน ร้านนวดอาจจะมีหลายแห่งทั่วโลก แต่ยังไม่มีร้านนวดที่ขยายกิจการอย่างเป็นระบบด้วยมาตรฐานเดียวกัน”

จากจุดเริ่มต้นเพียง 6 เดือนเศษ "ใจฉัน" ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ให้กับวงการ Wellness ไทย ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการนำอัตลักษณ์ความไทยมาเจียระไนใหม่ให้ดูโมเดิร์น สะอาด และมีมาตรฐานระดับสากล โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการสร้าง Holding ที่แข็งแกร่งร่วมกับแบรนด์ในเครืออย่าง Jian Cha เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และสร้างมูลค่าธุรกิจผ่านแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

คอนเซปต์หลักของ "ใจฉัน" ไม่ใช่เพียงแค่ร้านนวดทั่วไป แต่คือแบรนด์ที่มุ่งเน้นเรื่อง Longevity หรือการทำอย่างไรให้ร่างกายและสมองมีอายุยืนยาว เนื่องจากเธอ มองเห็น Pain Point ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนใช้สมองทำงานหนักตลอดเวลาแต่แทบไม่มีเวลาให้สมองได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

บริการของร้านจึงถูกออกแบบมาเพื่อบำบัดผ่าน รูป เสียง กลิ่น และสัมผัส โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง สปาสระผม ASMR สไตล์ไทย ที่ครองพื้นที่บริการถึง 70% ของร้าน และเตียงนวดไทย 30% นำเสนอประสบการณ์ผ่อนคลายด้วยเตียงสระผมที่ใช้ร่วมกับเทคนิคการนวดและอุปกรณ์ไทยๆ อย่างหวีไม้กลัวซา ซึ่งแตกต่างจากสปาสไตล์เวียดนามทั่วไปที่เห็นในตลาด

“เราเริ่มวางโมเดลว่า คอนเซปต์ต้องเป็นแบบไหน โปรดักต์ในร้านต้องเป็นอะไรบ้าง ลงไปเรียนเอง ศึกษาเอง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในร้านก็ไม่ได้ใช้ของที่อื่น ทำเป็นแบรนด์ใจฉันทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ในร้านต่อยอดไปได้ ทั้งแชมพู ครีมนวด โฟมล้างหน้า สครับขัดหน้า มาส์กหน้า ครีมนวดหน้า ทุกอย่างมาจากคอนเซปต์สมุรไพรไทย สามารถนำมาต่อยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเข้าโมเดิร์นเทรดต่อได้ รวมถึงต่อยอดวางขายบนเว็บไซต์ Amazon ที่อเมริกาได้ด้วย เราไม่ได้ทำราคาแพงมาก อยากให้ทุกคนเข้าถึงราคาตรงนี้ได้”

หลังจากเปิดให้บริการมาแล้ว 6 เดือนเศษ พอลลี ระบุว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน อาหรับ และดูไบ ชื่นชอบและกลับมาใช้บริการซ้ำ เนื่องจากราคาค่าบริการนวดไทยที่ต่างประเทศค่อนข้างสูง เมื่อมีโอกาสมาเยือนประเทศไทย อาหาร บริการ Wellness และนวด จึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติปักหมุด โดยลูกค้าส่วนใหญ่รู้จักร้านใจฉันสปาจากรีวิวบน Google Map บางส่วนมีโอกาสแวะมาที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่แล้วสนใจใช้บริการ ด้วยคอนเซปต์ที่แตกต่าง และโปรแกรมที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ ‘ใจฉันสปา’ ได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้านเป้าหมายของ ‘ใจฉันสปา’ หลังจากนี้ ปี 69 มีแผนขยายในไทย 15-20 สาขา โดยเป็นร้านของแฟรนไชส์ทั้งหมด แต่สัดส่วนที่แบรนด์จะเปิดเองอยู่ที่ราวๆ 10% โดยมีขนาดร้านให้เลือกตั้งแต่ S M L และ XL ปัจจุบันเริ่มมีติดต่อเข้ามาสอบถามและอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย 2-3 ราย จะเริ่มขยายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ส่วนต่างจังหวัดอาจเป็นเฟสถัดไปเมื่อมั่นใจในโมเดลนี้แล้ว ขณะที่ราคาแฟรนไชส์จะเท่ากันกับแบรนด์อื่นๆ ในเครือ เริ่มต้น 2.5 ล้านบาท ไม่รวมค่าตกแต่ง รวมอุปกรณ์ทั้งหมดในร้าน ระบบต่างๆ ไม่รวมวัตถุดิบล็อตแรก และรวมค่าเทรนนิ่ง

ส่วนเป้าหมายการพาไปต่างประเทศ อาจได้เห็น ‘ใจฉันสปา’ โดยเลือกจากประเทศที่ ‘เจี้ยนชา’ นำร่องเปิดสาขาก่อนแล้ว ทั้งออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรืออเมริกา ในอนาคตอีก 5-7 ปีข้างหน้า วางแผนขยาย ‘ใจฉันสปา’ ให้ครบ 1,000 สาขา มองไว้ทั้งการเปิดในห้างสรรพสินค้า และรูปแบบร้านสแตนอโลน

“อยากเป็นร้านนวดที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย เน้นเรื่องความสะอาด กลิ่นในร้าน คอนเซปต์ร้าน โปรดักต์ และความสบายที่ลูกค้าได้รับกลับไป การทำเรื่องนี้แบบจริงจังดีมากต่อการพักผ่อนสมอง อย่างน้อย 1 ชั่วโมงได้ให้รางวัลตัวเองสักเดือนละครั้งกับการมาพักผ่อน แผนที่จะขายโปรดักต์ตอนนี้เรายังทำใช้ในร้านก่อน และพอสาขาเพิ่ม เราจะทำออกมาวางขายเหมือนกัน รวมทั้งในอนาคตจะทำครีมซองทางด้านนี้เพื่อเข้าไปอยู่ใน 7-11 ด้วยเช่นกัน” พอลลี่ กล่าว

สำหรับแผนของ ‘เจี้ยนชา’ ในปีหน้า จะเป็นการติดสปีดธุรกิจในเครือ ทั้ง ‘เจี้ยนชา’ ‘Polly Atelier Tea’ และ ‘ใจฉันสปา’ ตั้งเป้าภายใน 5-7 ปีข้างหน้า ต้องมีแบรนด์ละ 1,000 สาขาทั่วโลก พร้อมกับตั้งเป้าหมายที่จะพาทุกแบรนด์ในเครือไปสู่ Global โดยการเข้าตลาด NASDAQ ภายใน 5-7 ปี

ส่วนการปั้นแบรนด์อื่นเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอมีคิดไว้บ้าง เบื้องต้นมองหาธุรกิจร้านอาหารไทย ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน โดย พอลลี่ ย้ำว่า ไม่มีแผนนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาขยายในประเทศไทย เนื่องจากมองว่า คนไทยเก่ง มีความสามารถ ตนมีจุดยืนต้องการสนับสนุนคนไทยและนำแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก หากทำได้จะมีเม็ดเงินไหลเข้าประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ต่างชาติเห็นว่า คนไทยก็ทำได้

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จของ "ใจฉันสปา" คือตัวอย่างของการนำ Soft Power ไทย (การนวดและสมุนไพร) มาเจียระไนใหม่ด้วยแนวคิดการตลาดสมัยใหม่ ที่เน้นมาตรฐาน ความสะอาด และนวัตกรรมการบริการที่ตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่ทั่วโลกอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดแนวคิด “พลอย พอลลี่” ปั้น “เจี้ยนชา” ให้โกอินเตอร์ ส่งธุรกิจใหม่ “ใจฉันสปา” เขย่าวงการ Wellness

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...