โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“มาดูโร” ประกาศกลางศาลสหรัฐ ยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา ปฏิเสธทุกข้อหา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 01.54 น.

“มาดูโร” ประกาศกลางศาลสหรัฐ ยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา ยันเป็นผู้บริสุทธิ์ ปฏิเสธทุกข้อหาคดียาเสพติด

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 08.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ให้การ ปฏิเสธทุกข้อหา ในคดีที่อัยการสหรัฐกล่าวหาว่าเขาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ระหว่างการขึ้นศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันเมื่อวันจันทร์ (ตามเวลาสหรัฐฯ) หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับโลกด้วยการสั่งปฏิบัติการจับกุมผู้นำต่างชาติกลางกรุงการากัส

มาดูโร วัย 63 ปี กล่าวผ่านล่ามในศาลว่า “ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ได้ทำผิด ผมเป็นคนดี ผมยังเป็นประธานาธิบดีของประเทศผม” ก่อนที่ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ อัลวิน เฮลเลอร์สไตน์ จะตัดบทตามกระบวนพิจารณาคดี โดยศาลนัดพิจารณาครั้งถัดไปในวันที่ 17 มีนาคม

ด้าน ซีเลีย ฟลอเรส ภรรยาของมาดูโร ก็ให้การปฏิเสธข้อหาเช่นกัน ขณะที่ด้านนอกอาคารศาลมีผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านมาดูโรรวมตัวกัน ก่อนการไต่สวนซึ่งกินเวลาราวครึ่งชั่วโมง

การากัสตั้ง “เดลซี โรดริเกซ” รักษาการ แต่ยังไม่ชัดจะสู้สหรัฐแค่ไหน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังการไต่สวนในนิวยอร์ก ทางการในกรุงการากัสได้จัดพิธีสาบานตนให้ เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีรักษาการ โดยเธอกล่าวสนับสนุนมาดูโร แต่ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจน ว่าจะเดินหน้าต่อสู้กับการเคลื่อนไหวของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ

รายงานของ The Wall Street Journal อ้างอิงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรายงานข่าวกรองลับของสหรัฐฯ ระบุว่า การประเมินล่าสุดเห็นว่า เดลซี โรดริเกซ เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการนำรัฐบาลชั่วคราวในช่วงที่มาดูโรไม่อยู่ โดยมองว่าแกนนำฝ่ายค้านอย่าง มาเรีย โครีนา มาชาโด (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพตามรายงานดังกล่าว) หรืออดีตผู้สมัครประธานาธิบดีเอ็ดมุนโด กอนซาเลซ อาจเผชิญอุปสรรคด้านความชอบธรรม หากต้องขึ้นนำประเทศ

ในช่วงเดียวกัน ฝ่ายต่อต้านมาดูโรจำนวนมากเคยคาดว่าช่วงเวลานี้จะเป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านของฝ่ายค้าน แต่ท่าทีของทรัมป์สะท้อนว่าสหรัฐอาจกันฝ่ายค้านออกไปก่อน โดยทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่าโรดริเกซอาจพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐ

รัฐบาลเดิมยังคุมกลไกประเทศ สลับท่าทีแข็งกร้าวกับพร้อมร่วมมือ

ในกรุงการากัส เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่มาดูโรคุมอำนาจมานานราว 13 ปี ยังคงบริหารประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอเมริกาใต้ที่มีประชากรราว 30 ล้านคน โดยแหล่งข่าวระบุว่าท่าทีของกลุ่มผู้มีอำนาจในรัฐบาลสลับไปมาระหว่างการประกาศท้าทายกับส่งสัญญาณอาจร่วมมือต่อรัฐบาลทรัมป์

รายงานข่าวกรองดังกล่าวยังประเมินว่า โรดริเกซเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รักษาความสงบได้ พร้อมทั้งรัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรีกลาโหม ในรัฐบาลที่โดยภาพรวมถูกมองว่าเต็มไปด้วยผู้ต่อต้านสหรัฐ

ขณะเดียวกันฮอร์เฆ โรดริเกซ พี่ชายของเดลซี ได้รับแต่งตั้งกลับมาเป็นประธานสมัชชาแห่งชาติ (สภา) ซึ่งฝ่ายสนับสนุนมาดูโรครองเสียงข้างมาก โดยประกาศว่าจะใช้ทุกกระบวนการ ทุกเวที และทุกพื้นที่เพื่อนำมาดูโรกลับมา

ทรัมป์ย้ำไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่ทำสงครามกับคนขายยา

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ NBC News ว่า สหรัฐไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังทำสงครามกับคนขายยา พร้อมระบุว่า ก่อนจะจัดการเลือกตั้งใหม่ เวเนซุเอลาต้องได้รับการแก้ปัญหาประเทศก่อน โดยมองว่าไทม์ไลน์ 30 วันเพื่อจัดการเลือกตั้งไม่เป็นจริง

“เราต้องซ่อมประเทศก่อน คุณจัดเลือกตั้งไม่ได้ ไม่มีทางที่ประชาชนจะโหวตได้” ทรัมป์กล่าว

ข้อหาหนัก “นาร์โค-ก่อการร้าย” ถึงครอบครองอาวุธสงคราม

อัยการสหรัฐกล่าวหามาดูโรว่าดูแลเครือข่ายลำเลียงโคเคน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มรุนแรงและองค์กรอาชญากรรม รวมถึง แก๊งซีนาโลอาและเซตัสของเม็กซิโก, กลุ่มกบฏ FARC ของโคลอมเบีย และแก๊งอาชญากรรม Tren de Aragua ของเวเนซุเอลา

มาดูโรเผชิญข้อหา ได้แก่

  • นาร์โค-ก่อการร้าย (narco-terrorism)
    • สมคบคิดนำเข้าโคเคน (cocaine importation conspiracy)
    • สมคบคิด/เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนกล และวัตถุทำลายล้าง (machine guns and destructive devices)

มาดูโรปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด โดยระบุว่านี่เป็นฉากบังหน้าของความพยายามเชิงจักรวรรดินิยมที่ต้องการยึดครองทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา

ตลาดจับตาน้ำมันเวเนซุเอลา — หุ้นบริษัทน้ำมันสหรัฐพุ่ง

รายงานระบุว่า ทรัมป์แสดงท่าทีต้องการมีส่วนร่วมในทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลาอย่างชัดเจน โดยหลังปฏิบัติการจับกุม หุ้นบริษัทน้ำมันสหรัฐปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังเรื่องการเข้าถึงแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศนี้

ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบิน Air Force One เมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ จะกลับเข้าไปในเวเนซุเอลาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน “เรากำลังเอาคืนสิ่งที่พวกเขาขโมยไป เราเป็นฝ่ายคุมเกม” ทรัมป์กล่าว พร้อมอ้างว่าโครงการฟื้นฟูอาจทำได้ภายใน ไม่ถึง 18 เดือน และสหรัฐฯ อาจพิจารณาอุดหนุนการลงทุนของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ด้วย

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ระบุว่าแม้รัฐบาลจะส่งสัญญาณต่อบริษัทน้ำมันล่วงหน้า แต่ไม่ได้แจ้งตรง ๆ ว่าจะลงมือปฏิบัติการจับกุมเมื่อใด

CBS News อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ 2 รายว่า ตัวแทนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevron มีกำหนดพบกับรัฐมนตรีพลังงาน คริส ไรต์ ในวันพฤหัสบดีนี้

นานาชาติเดือด UNSC ถกผลกระทบ รัสเซีย-จีนประณาม กูเตอร์เรสกังวลเสถียรภาพและความชอบด้วยกฎหมาย

ท่ามกลางปฏิกิริยาจากผู้นำโลกและนักการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องรับมือกับเหตุการณ์จับกุมประมุขรัฐต่างประเทศ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้หารือถึงผลกระทบของปฏิบัติการดังกล่าว โดยรัสเซีย จีน และพันธมิตรฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา ประณาม การปฏิบัติการ

เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่เวเนซุเอลาจะเผชิญความไม่มั่นคง และตั้งข้อสงสัยต่อความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงครั้งใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกานับตั้งแต่การบุกปานามาในปี 1989

รายงานระบุว่า หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ใช้เฮลิคอปเตอร์บุกเข้าสู่กรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ ทำลายวงคุ้มกันความปลอดภัยของมาดูโร และลากตัวเขาออกจากบริเวณหน้าห้องนิรภัย

ทนายชี้จะสู้คดีลักพาตัวทางทหาร ภรรยาขอรักษาอาการบาดเจ็บ

แบร์รี พอลแล็ก ทนายของมาดูโร ระบุว่าเตรียมต่อสู้ทางกฎหมายอย่างเข้มข้นในประเด็นที่เรียกว่าการ “ลักพาตัวทางทหาร” โดยขณะนี้มาดูโรยังไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยตัว แต่ “อาจพิจารณาในภายหลัง”

ส่วน มาร์ก ดอนเนลลี ทนายของฟลอเรส กล่าวว่าเธอได้รับบาดเจ็บ มีรอยฟกช้ำรุนแรงบริเวณซี่โครง และขอให้มีการเอกซเรย์และตรวจร่างกาย

อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์กเคยฟ้องมาดูโรครั้งแรกในปี 2020 ในคดีค้ายาเสพติดระยะยาวที่พัวพันเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในโคลอมเบีย โดยคำฟ้องฉบับปรับปรุงที่เปิดเผยเมื่อวันเสาร์เพิ่มรายละเอียดและผู้ร่วมขบวนการบางราย รวมถึงเพิ่มชื่อฟลอเรส

สหรัฐฯ ระบุมาอย่างยาวนานว่ามาดูโรเป็นผู้นำที่ “ไร้ความชอบธรรม” นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2018 ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสอย่างกว้างขวาง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งตั้งคำถามต่อความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการ และมีเสียงวิจารณ์ว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการบ่อนทำลาย “ระเบียบโลกตามกติกา”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าว Update ปฎิบัติการสหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...